in

วัยรุ่นเสริมสวยเสริมหล่อพร่ำเพรื่อ…อันตราย

วัยรุ่นเสริมสวยเสริมหล่อพร่ำเพรื่อ…อันตราย

แพทย์ผิวหนัง เตือนผู้ปกครอง ระวังการเสริมสวยวัยรุ่น กรณีไม่ป่วยหรือมีอาการผิดปกติทางร่างกายมากขึ้น

นพ. ประวิทย์ พิศาลเด็กเปิดเผยว่าอาการของโรคที่ไม่มีโรคนี้คือกลุ่มของอาการที่แสดงอาการทางกายเช่นโรคหรือเกิดจากการบาดเจ็บที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นโรคทางร่างกายความเจ็บป่วยทางจิตหรือจากการใช้สารเสพติด ซึ่งรวมถึงอาการต่างๆ เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ซึมเศร้า และเวียนศีรษะ

ผู้ป่วยไปพบแพทย์เพื่อทำการทดสอบหลายครั้ง เมื่อทราบว่าตนเองมีโรคประจำตัวแต่แพทย์ไม่พบความเปลี่ยนแปลงใดๆ ในร่างกายและยืนยันกับผู้ป่วย จากการศึกษาพบว่าร้อยละ 18.5 ของผู้ป่วยที่มาคลินิกผู้ป่วยนอกโรคผิวหนังในโรงเรียนแพทย์ไม่มีโรค

นพ.ประวิทย์ กล่าวว่า มีโซมาโตฟอร์มสิ่งที่น่าสนใจในตอนนี้คือ ความผิดปกติของร่างกาย dysmorphic (BDD) โดยที่ผู้ป่วยกังวลว่าจะมีอาการผิดปกติทางผิวหนังหรือมีความผิดปกติหรืออวัยวะไม่สมส่วน เช่น จมูก เปลือกตา คิ้ว

ประมาณว่า 1-2 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั่วไปมี BDD นี้ แต่สถิติของ BDD นั้นสูงกว่าอย่างชัดเจนในหมู่ผู้ที่ไปพบแพทย์ นั่นคือ 2-7 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยที่มาพบศัลยแพทย์ตกแต่งและ9-15% ของผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ผิวหนังมี BDD

ผู้ที่มี BDD มักจะมีความมั่นใจในตนเองต่ำ ชอบส่องกระจก หรือหลีกเลี่ยงการมองกระจกโดยสิ้นเชิง พวกเขาชอบเปรียบเทียบอวัยวะที่คิดว่าผิดปกติกับอวัยวะอื่น ชอบถามคนอื่นว่าตา หู จมูก ปกติหรือเปล่า หรือจะดูถูก? ฉันชอบแต่งหน้าและทำผมเป็นเวลานาน โดยใช้เวลา 1-3 ชั่วโมงต่อวันเพื่อพิจารณารูปร่างหน้าตาของฉัน บางคนไม่ทำจมูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนพอใจ บางคนหนีจากโรงเรียน หนีงาน และหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม

มักพบอาการซึมเศร้ารุนแรง สถิติแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยโรคนี้ร้อยละ 29 พยายามฆ่าตัวตาย และพบโรคนี้ในทั้งชายและหญิงอย่างเท่าเทียมกัน แต่ในผู้ชายพบว่าติดยาเสพติดสูงถึงร้อยละ 50

BDD มักเริ่มในวัยรุ่นอายุ 16-17 ปีและเป็นเรื้อรัง

หากเกิดโรคในผู้ใหญ่ อาจปรากฏเป็นอาการกลัวคนแก่อย่างรุนแรง เรียกว่า ซินโดรม ดอเรียน เกรย์ ซินโดรม นอกจากลักษณะผู้ป่วย BDD ดังกล่าวแล้ว มีพัฒนาการทางจิตที่ผิดปกติหรือไม่ถึงวุฒิภาวะ

นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังมีประวัติการใช้ยา หรือเทคนิคที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างน้อย 2 ใน 6ต่อไปนี้คือ
1. ใช้ยาปลูกผม เช่น ฟิแนสเทอไรด์
2. ใช้ยาลดไขมัน เช่น orlistat
3. ใช้ยาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เช่น ซิลเดนาฟิล
4. ทานยากล่อมประสาท เช่น ฟลูออกซิทีน
5. ใช้เทคนิคการรักษาผิวเพื่อเสริมความงาม เช่น การผลัดผิวด้วยเลเซอร์
6. ใช้ศัลยกรรมตกแต่ง เช่น ศัลยกรรมดึงหน้า ดูดไขมัน

ดังนั้นจึงแนะนำว่าผู้ป่วย ผู้ปกครอง ผู้ปกครองและแพทย์เองจำเป็นต้องทราบอาการเหล่านี้ ระวังและหลีกเลี่ยงการรักษาความงามในผู้ป่วยกลุ่มนี้ เพราะผลลัพธ์อาจเป็นฝันร้ายสำหรับทั้งผู้ป่วยและแพทย์ เพราะการรักษาความงามไม่ได้แก้ปัญหาพื้นฐาน เป็นเรื่องของจิตใจ กรณีเหล่านี้ควรปรึกษาจิตแพทย์เพื่อทำการรักษา ในสหรัฐอเมริกา มีการจำกัดอายุสำหรับการทำศัลยกรรมตกแต่งบางอย่าง เช่น การเสริมหน้าอกที่ต้องทำในผู้ที่มีอายุ 22 ปีขึ้นไป

ผู้ปกครองต้องเข้าใจว่าโรคผิวหนังบางชนิดเป็นโรคที่แท้จริง ไม่ใช่รักที่จะสวย รักหล่อเกินไป เช่น สิวที่ต้องรักษาอย่างเหมาะสม พบว่าผู้ป่วยบางรายเป็นสิวถึงแม้จะเป็นสิวเพียงเล็กน้อย อาการซึมเศร้าอาจรุนแรงพอสำหรับคนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินขั้นรุนแรง

นพ.ประวิทย์สรุปว่า ในเรื่องสิว ความรุนแรงของโรคไม่ได้สัดส่วนโดยตรงกับภาวะซึมเศร้า ถ้าคุณมีสิวเพียงเล็กน้อย คุณอาจจะรู้สึกหดหู่ใจมากกว่าคนที่เป็นสิวเยอะ

ผู้ที่เป็นสิวทุกระดับ ตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงมาก ถ้ารักษาสิว อาการทางจิตจะดีขึ้น เนื่องจากสิวเป็นเรื่องปกติธรรมดาในวัยรุ่นที่กังวลเรื่องรูปลักษณ์อยู่แล้ว

ผู้ป่วยโรคผิวหนังซึมเศร้าอาจมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย โดยพบว่า 5.6% ของผู้ป่วยสิวระดับเล็กน้อยถึงปานกลางมีความคิดฆ่าตัวตาย

.
ที่มาข้อมูล