in

รู้จัก “RSV” โรคทางเดินหายใจ เด็กเล็ก-คนชราเสี่ยงอาการหนัก

รู้จัก “RSV” โรคทางเดินหายใจ เด็กเล็ก-คนชราเสี่ยงอาการหนัก

ทำความรู้จัก

ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง หมั่นทำความสะอาดเครื่องใช้และอุปกรณ์ในบ้าน ล้างมือบ่อยๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนเสิร์ฟ และสวมหน้ากากเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อจากโรคทางเดินหายใจ

RSV คืออะไร?

นพ.สมศักดิ์ อังคศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคทางเดินหายใจที่เกิดจาก RSV เป็นโรคที่พบได้บ่อยมาก ตั้งแต่ปลายฤดูฝนถึงหน้าหนาว โรคนี้เป็นโรคชนิดหนึ่งที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่อาจทำให้เกิดอาการรุนแรงในเด็กเล็กได้ ทารกคลอดก่อนกำหนดและผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปี รวมทั้งผู้ป่วยโรคประจำตัว เช่น หอบหืด โรคหัวใจ

สาเหตุของ RSVs

การติดเชื้อ RSV เกิดจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เข้าสู่ร่างกายได้ทางม่านตา จมูก ปาก หรือสัมผัสเชื้อโดยตรงด้วยการจับมือ และแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการไอหรือจาม สำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ RSV อาการมักจะปรากฏขึ้น 4-6 วันหลังจากได้รับเชื้อ

อาการ RSV

อาการมักคล้ายกับไข้หวัดทั่วไป เช่น

  1. มีไข้
  2. ไอ
  3. เจ็บคอ
  4. น้ำมูกไหล
  5. ปวดหัว

หากพบว่าติดเชื้อเข้าสู่ทางเดินหายใจส่วนล่าง ผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรง หายใจเร็ว หายใจลำบาก ไอรุนแรง ทำให้เกิดปอดบวม ในบางกรณีรุนแรง หัวใจล้มเหลว

กลุ่มเสี่ยงต่ออาการ RSV รุนแรง

นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเสริมว่า โรคชนิดนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในแต่ละช่วงวัย แต่ในผู้ใหญ่จะพบว่าอาการไม่รุนแรง และจะทำให้เกิดอาการรุนแรงในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่มีโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจหรือปอด หรือผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นต้น

การวินิจฉัย RSV

สำหรับการรักษาผู้ป่วยที่พบว่ามีอาการ แพทย์จะตรวจหาไวรัส RSV จากน้ำมูก ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนสำหรับรักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกี่ยวข้องกับ RSV และไม่มียา แพทย์จะทำการรักษาตามอาการของผู้ป่วย แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรืออาการรุนแรงต้องไปพบแพทย์ทันที

วิธีป้องกัน RSV

เพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจาก RSV เราควรดูแลตัวเองให้ดี ตามวิธีการเหล่านี้

  1. หลีกเลี่ยงการไปชุมชนแออัด
  2. ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นในสภาพอากาศหนาวเย็น
  3. ทำความสะอาดเครื่องใช้ในครัวเรือนและอุปกรณ์ที่มีการสัมผัสบ่อยๆ เช่น ลูกบิด ราวจับ รีโมท
  4. กินอาหารปรุงสุกใหม่ๆ มีประโยชน์จากอาหารทั้ง 5 หมู่
  5. ใช้ช้อนกลางในการทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
  6. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของคุณ
  7. ล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์
  8. ทุกคนในบ้านควรชำระร่างกายให้สะอาด เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นพาหะของเชื้อโรคที่จะแพร่กระจายสู่คนในบ้าน
  9. ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ

หากเรารู้จักป้องกันตนเอง ด้วยวิธีนี้ เราจะสามารถลดโอกาสการติดเชื้อจากโรคทางเดินหายใจได้

.
ที่มาข้อมูล