in

รู้จัก “โนโมโฟเบีย (Nomophobia)” โรคกลัวการขาดมือถือ

รู้จัก “โนโมโฟเบีย (Nomophobia)” โรคกลัวการขาดมือถือ

รู้จักกันในนาม "โนโมโฟเบีย" โรคกลัวมือถือขาด

ยุคปัจจุบัน กิจวัตรประจำวันของเราหลีกเลี่ยงไม่ได้จากการเล่นมือถือ ตื่นมาก็ต้องหยิบมาใช้ทันที ระหว่างวันก็ใช้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย การแชร์รูปภาพ การแชร์ข้อความ จนถึงเวลานอน บางคนผล็อยหลับไปพร้อมกับโทรศัพท์ในมือ อาการเหล่านี้อาจจัดว่าเป็นอาการติดโทรศัพท์มือถือ ยังเป็นที่รู้จักกันในนาม “nomophobia” เป็นโรคทางจิตเวชที่ค่อนข้างไม่เป็นที่รู้จัก

ซึ่งอาการแบบนี้พบได้ในทุกสถานการณ์ในชีวิต รวมทั้งส่งผลต่อความสัมพันธ์ของคู่รักหลายๆ คู่ด้วย

ยิ่งเทคโนโลยีก้าวไกล คนในสังคมยิ่งให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับโลกออนไลน์มากขึ้นเท่านั้น จนเราเผลอลืมคนตรงหน้า ในขณะที่อยู่ด้วยกันก็ยังก้มหน้ามองมือถืออยู่ การกระทำเหล่านี้สามารถทำร้ายอีกฝ่ายได้ และหากมากเกินไปก็อาจส่งผลให้ทั้งคู่เลิกรากันไป คุณเคยทำร้ายคู่ของคุณโดยไม่ได้ตั้งใจหรือไม่?

ถึงโลกออนไลน์จะคึกคักขนาดไหน แต่อยากให้ทุกคนลองวางสายดู แล้วหันมาสนใจคนข้างๆ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อนฝูง หรือคนรัก เพราะไม่มีใครอยากเป็นคนที่ไม่มีตัวตน พวกเขาต้องการความสนใจของคุณเช่นกัน แล้วความสัมพันธ์ก็แย่ลง จะกลับมาดีกว่า

มารู้จักโรค “โนโมโฟเบีย” มันคืออะไร

โนโมโฟเบีย มันคือความกลัวที่จะมีชีวิตอยู่โดยไม่มีโทรศัพท์มือถือหรือไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะลืมนำโทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่หมด หรือเข้าไปในบริเวณที่ไม่มีสัญญาณ สามารถทำให้ผู้ที่มีอาการรู้สึกวิตกกังวล หงุดหงิด เครียด เหงื่อออก ตัวสั่น หรือคลื่นไส้ หรือการใช้ชีวิตประจำวันในด้านต่างๆ และการใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไป อาจทำให้เกิดโรคหรือเจ็บป่วยตามมาได้ เช่น นิ้วล็อก ปวดคอ ไหล่ ไหล่ จอประสาทตาเสื่อม osteochondrosis ปากมดลูกก่อนกำหนด เส้นประสาทไขสันหลังรอบๆ คอถูกกดทับ ทำให้ชาที่แขน มือ และอื่นๆ นอกจากนี้ คนที่นั่งหรือนอนเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนเช่นกัน และเดินมือถือหรือเล่นมือถือขณะเดินทาง ก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินได้เช่นกัน

อาการของโรคมีดังนี้

  • พกมือถือติดตัวตลอดเวลา จะกังวลเมื่อมือถือไม่อยู่กับคุณ
  • ตรวจสอบโซเชียลมีเดียหรือแอพตลอดเวลา แม้จะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนก็ตาม
  • ถือโทรศัพท์ตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเวลานอน
  • เมื่อคุณหาโทรศัพท์ไม่เจอ คุณจะรู้สึกเครียดและวิตกกังวลมากกว่าที่คุณหาอย่างอื่นไม่เจอ
  • เล่นมือถือตลอดเวลาแม้ในขณะที่ทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น กินข้าว เข้าห้องน้ำ ขับรถ
  • กลัวมือถือหาย แม้จะเก็บไว้ในที่ปลอดภัย
  • ไม่เคยปิดมือถือ
  • เล่นหรือพูดคุยกับผู้คนทางโทรศัพท์มากกว่าคนรอบข้าง

การใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไปอาจทำลายความสัมพันธ์ที่ดีได้

การสำรวจโทรศัพท์มือถือและความสัมพันธ์ที่เน้นคู่รัก ผลการสำรวจค่อนข้างน่าสนใจ เพราะการติดมือถือทำให้รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ใส่ใจจนเกิดปัญหา จากผลการสำรวจพบว่า

  • มากกว่า 46% ของผู้ที่ไม่ได้รับความสนใจจากคนที่คุณรัก
  • 23% ของผู้ที่กล่าวว่าการติดโทรศัพท์มือถือทำให้เกิดความขัดแย้งในคู่ค้าคือ 23%
  • กลุ่มคนที่บอกว่ารู้สึกหดหู่บางครั้งมีจำนวนถึง 37%
  • 32% กล่าวว่าโทรศัพท์มือถือของพวกเขาไม่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ของพวกเขา

จากการสำรวจพบว่า 37% ของคู่รักชาวไทยในยุคดิจิทัลมีความขัดแย้งทุกสัปดาห์ และ 28% มีความคิดที่จะเลิกรา แต่มีปัจจัยอื่นๆ ที่ผลักดันให้คู่รักทะเลาะกัน ตัวอย่างเช่น เป็นเงินประมาณ 45% และดื่มสุรา 35% สูบบุหรี่ แต่แปลกและน่าเศร้าที่โทรศัพท์มือถือทำให้การติดต่อกันง่ายขึ้น มันสามารถทำลายความสัมพันธ์แทน

คุณกำลังดื่มด่ำกับความบันเทิงออนไลน์มากเกินไป อาจทำให้คุณต้องสูญเสียคนดีๆ เข้ามาในชีวิต จึงอยากให้คุณลองใช้เวลาร่วมกับคนรอบข้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด พัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นก่อนที่จะจากไปในทุกรูปแบบ

.
ที่มาข้อมูล