in

รักษาโรคเบาหวาน แบบวิธีธรรมชาติ

รักษาโรคเบาหวาน แบบวิธีธรรมชาติ

“คุณหมอคะ ทำไมเวลาดึกดื่นหลายคืนจึงเวียนหัว อกหัก และตื่นขึ้น และต้องรีบไปดื่มน้ำอัดลมหรืออะไรหวานๆ ก่อน? ทุกคืน…”

แพทย์จำได้ว่าผู้หญิงในวัย 40 ปีของเธอได้รับการวินิจฉัยว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติเล็กน้อย วินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานระยะเริ่มต้น และแนะนำผู้ป่วยว่า

“เบาหวานในระยะเริ่มต้นนี้ ไม่จำเป็นต้องรีบกินยา อยากให้คุณลดน้ำตาล น้ำหวาน น้ำอัดลม ไอศกรีม ของหวาน รวมถึงผลไม้หวาน แล้วมาตรวจเลือดอีกครั้ง ระดับน้ำตาลในเลือดอาจลดลงสู่ระดับปกติ”

จากประสบการณ์ของแพทย์พบว่า มีผู้ป่วยโรคเบาหวานที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติได้ (ระหว่าง 80-120 มิลลิกรัมต่อเลือด 100 มิลลิลิตร) โดยรับประทานอาหารที่จริงจังมาก เช่น งดน้ำอัดลมและขนมหวาน . ใช้น้ำตาลเทียมสำหรับกาแฟและอาหารแทนน้ำตาล ฯลฯ

“ฉันเห็นเพื่อนบ้านที่เป็นเบาหวานบอกฉันว่าฉันต้องกินยารักษาโรคเบาหวานตลอดชีวิตเพื่อความปลอดภัย ไม่รู้จะขอยากินเลยดีไหม” คนไข้ถาม

“หมออยากให้คุณรักษาโรคเบาหวานอย่างเป็นธรรมชาติ คือการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายที่ปลอดภัยและยุ่งยากน้อยกว่าการรับประทานยารักษาโรคเบาหวาน ทั้งนี้เพราะยาเบาหวานจะทำหน้าที่ลดระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อทานยานี้ต้องระวังไม่ให้น้ำตาลลดลงมากเกินไปทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ อาการจะเวียนศีรษะ ใจสั่น หิว เหงื่อออก เป็นหวัด บางครั้งถึงกับเป็นลมหมดสติ จนเป็นอันตรายต่อชีวิต

“เมื่อฉันเริ่มให้ยารักษาโรคเบาหวาน ผู้ป่วยจำเป็นต้องรักษาสมดุลในสามสิ่ง ได้แก่ อาหาร การออกกำลังกาย และปริมาณยารักษาโรคเบาหวานที่เหมาะสม น้ำตาลในเลือดสูง แต่ถ้ากินน้อยน้ำตาลในเลือดก็จะต่ำ หากออกแรงมาก เช่น ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬามากๆ น้ำตาลในเลือดก็จะต่ำ แต่ถ้าอยู่นิ่งๆ ไม่ค่อยขยับร่างกาย น้ำตาลในเลือดจะสูง ส่วนยาถ้าใช้น้ำตาลน้อยก็สูง แต่ถ้าใช้น้ำตาลมากก็จะต่ำ

โดยปกติ แพทย์จะสั่งจ่ายยาให้คงที่ เช่น วันละครึ่งเม็ดหรือวันละ 1 เม็ด ดังนั้นจำเป็นต้องปรับอาหาร และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม หากปรับน้อยเกินไปน้ำตาลในเลือดก็จะสูงเกินไป ซึ่งในระยะสั้นก็ไม่เป็นอันตราย เราสามารถค่อยๆ ปรับสมดุล 3 อย่างให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจได้ในภายหลัง

“อันตรายที่เกิดขึ้นหลังจากเริ่มใช้ยารักษาโรคเบาหวานในการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเนื่องจากการกินน้อยเกินไปหรือกินผิดเวลาหรือใช้การออกแรงมากเกินไปดังนั้นคุณต้องกินอาหารปริมาณเท่ากันทุกวันไม่ใช่ในวันที่รู้สึก อร่อย คุณกินเยอะ เวลาเบื่ออาหารก็กินน้อยลง

“นอกจากนี้ เราต้องกินอาหารให้ตรงเวลาทุกมื้อ และอย่าเผลอเผลอหลับไปใกล้อาหาร ฉันก็เลยกินอาหารมื้อนั้นไม่ได้จนกว่าน้ำตาลในเลือดจะต่ำ

แพทย์จำได้ว่าเขาใช้เวลานานในการอธิบาย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยได้ตระหนักถึงวิธีการรักษาโรคเบาหวานอย่างปลอดภัย และหลังจากนั้นผู้ป่วยก็กลับมาตรวจเลือดเพื่อหารอยฟกช้ำ 2-3 ครั้ง พบว่าระดับน้ำตาลในเลือดค่อยๆ ลดลงจนใกล้เคียงกับระดับปกติ จึงไม่มีข้อสงสัยว่าทำไมตอนนี้ผู้ป่วยจึงมีอาการของ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำตอนดึก?

คนไข้บอกว่า “เพื่อนบ้านที่เป็นโรคเบาหวานแนะนำให้ฉันลองใช้ยารักษาโรคเบาหวานของเขา ดังนั้นฉันจึงกินยาวันละเม็ด หลังอาหารเย็นทุกวัน ฉันไม่รู้ว่าใจสั่นในตอนกลางคืนเป็นอาการหรือเปล่า”

“หมอคิดว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกัน เนื่องจากยาเบาหวานจะออกฤทธิ์เต็มที่หลังจากรับประทานยาไปประมาณ 10 ชั่วโมง หากถ่ายในตอนเย็นจะออกฤทธิ์เต็มที่ในช่วงดึก หากรับประทานในตอนเช้าจะมีผลเต็มที่ในช่วงบ่าย เวียนหัว ใจสั่น หิว กินขนมดีกว่า นี่เป็นอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ”

“แล้วทำไมฉันถึงมีเงื่อนไขนี้ล่ะ” คนไข้ถาม

แพทย์ตอบว่า “เพราะก่อนที่คุณจะอดอาหาร ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณลดลงจนใกล้ระดับปกติ เมื่อคุณทานยาเบาหวานที่มีผลในการลดน้ำตาลในเลือด ก็ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงต่ำเกินไป จนเกิดอาการดังกล่าว ถือว่ายังโชคดีที่มีสติสัมปชัญญะ ตื่นตระหนกตื่นไปหาอะไรหวานกินทันเวลา หากยังหลับต่ออาจหมดสติไปจนกว่าจะตื่น หากพบใครและนำส่งโรงพยาบาลทันเวลาอาจช่วยให้ฟื้นคืนสติได้ แต่ถ้าไม่มีใครเห็นการปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รู้ตัวเป็นเวลาหลายชั่วโมงอาจเป็นอันตรายได้”

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ”

“คุณควรหยุดทานยาเบาหวานตั้งแต่วันนี้ แต่โปรดควบคุมอาหารให้ดี แล้วกลับมาตรวจเลือดอีก 2 สัปดาห์ เมื่อทราบผลระดับน้ำตาลในเลือดแล้วจึงค่อยมาคิดหาวิธีรักษาที่เหมาะสมกว่า” แพทย์สรุป

แนวทางสำหรับผู้ที่ใช้ยาเบาหวานเป็นประจำ
– ใช้ยาในปริมาณที่แพทย์แนะนำ ห้ามปรับเพิ่มหรือลดขนาดยาเอง (ยกเว้นสอนถูกวิธีและมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง)
– กินอาหารในปริมาณเท่ากันทุกวัน
– กินให้ถูกเวลาทุกมื้อ ไม่ผิดเวลา
– ไม่ควรเข้านอนใกล้อาหารโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น ประมาณเที่ยงวัน
– อย่าออกกำลังกายหนักเกินไป ควรค่อยๆ เพิ่มการออกกำลังกายทีละน้อย
– ควรพกน้ำตาล ลูกอม หรือขนมหวานขณะเดินทาง ใช้รับประทานทันทีที่มีอาการสงสัยว่าเป็นภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น หิว วิงเวียน ใจสั่น หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ หนาว เป็นต้น หากรับประทานเข้าไปอาการจะหายไปหมด ไม่จำเป็นต้องรีบไปพบแพทย์ แต่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเมื่อไปพบแพทย์ในนัดต่อไป แต่ถ้ากินขนมและอาการไม่ทุเลาหรือสงสัยว่าเกิดจากสาเหตุอื่น ควรไปพบแพทย์ทันที

.
ที่มาข้อมูล