in

รอง ผอ.อนามัยโลกพบ พล.อ.ประยุทธ์ ชื่นชมสิทธิบัตรทอง 30 บาทของไทยใช้ได้จริง


รอง ผอ.องค์การอนามัยโลกพบ พล.อ.ประยุทธ์ ชื่นชมสิทธิบัตรทอง 30 บาท ของไทยใช้ได้จริง สร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพแก่ประชาชนไทย

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2561 เวลา 09.00 น. ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พญ.ซอมญ่า สะวามินาทาน (Dr.Soumya Swaminathan) รองผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก และคณะทำงานเฉพาะกิจภายใต้สหประชาชาติ ซึ่งมาปฏิบัติภารกิจด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อในประเทศไทย (United Nations Inter Agency Task Force Mission to Thailand on Noncommunicable Disease: UNIATF) เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีกับ พญ.สะวามินาทานที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เมื่อเดือน ต.ค. 2560 เชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของพญ.สะวามินาทานที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานขององค์การอนามัยโลกและประเทศสมาชิก ทั้งนี้ ไทยให้ความสำคัญกับด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการดำเนินการเพื่อการป้องกันและควบคุมโรค NCDs รวมถึงการควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุการเกิดโรค NCDs ทำให้ในปี 2560 องค์การอนามัยโลกได้ประเมินให้ไทยมีผลการดำเนินงานในการป้องกันและควบคุมโรค NCDs ที่มีความก้าวหน้าเป็นอันดับ 3 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินการเพื่อป้องกันและควบคุมโรค NCDs อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเด็นที่ไทยยังไม่บรรลุเป้าหมาย

ทั้ง 2 ฝ่ายพร้อมสนับสนุนการทำงานซึ่งกันและกัน โดยไทยหวังว่า UNIATF จะให้คำแนะนำ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้จากองค์การระหว่างประเทศในการป้องกันและควบคุมโรค NCDs ในประชาชนให้ลดน้อยลงและเกิดความยั่งยืนด้านสุขภาพแก่ประชาชนไทย

ด้านพญ.สะวามินาทานกล่าวขอบคุณรัฐบาลที่ดำเนินการเพื่อป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อในประเทศอย่างแข็งขันจนมีความก้าวหน้า และเห็นผลมาอย่างต่อเนื่อง และยืนยันว่า UNIATF พร้อมให้การสนับสนุนภาครัฐในการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายระดับโลกว่าด้วยการป้องกันและควบคุมโรค NCDs และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งพร้อมให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานต่างๆแก่ไทย

พญ.สะวามินาทานที่ยังกล่าวชื่นชมการดำเนินนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทย จนทำให้องค์การอนามัยโลกได้นำตัวอย่างความสำเร็จของไทยไปใช้กับประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ด้วย โดยระบุว่า ตนและคณะฯ ได้มีโอกาสลงพื้นที่ พบปะกับสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาล และเทศบาล รวมทั้งประชาชนที่จังหวัดขอนแก่น ทำให้เห็นว่านโยบายของรัฐบาลลงไปสู่พื้นที่อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญและมีเป้าหมายในการขจัดการแพร่ระบาดของโรคอื่น ๆ และประเด็นท้าทายด้านสาธารณสุข เช่น โรคพิษสุนัขบ้า ความปลอดภัยบนท้องถนน สังคมผู้สูงอายุ และการเชื่อมโยงระหว่างประชาชนด้วย ทั้งการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ให้ความสำคัญตั้งแต่เด็กแรกเกิด การศึกษา การมีส่วนร่วมของครอบครัว รวมถึงแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อระดับชาติ 5 ปี โดยรัฐบาลรณรงค์ให้ความสำคัญกับการป้องกันควบคู่ไปกับการรักษา



ขอบคุณบทความจาก : hfocus.org