in

รวมวิธีแก้นอนกรน ก่อนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพและความสัมพันธ์


แก้ปัญหานอนกรนแบบครบวงจรก่อนจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพและความสัมพันธ์

ทำไมคุณกรน?
1. เกิดจากการที่กล้ามเนื้อคอผ่อนคลายระหว่างการนอนหลับจนคอแคบ ส่งผลให้ต้องหายใจเข้าออกมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทางเดินหายใจแคบลงจนถึงจุดใดจุดหนึ่ง ยิ่งลมหายใจมีแรงมากเท่าใด เนื้อเยื่อในทางเดินหายใจก็จะสั่นสะเทือนมากขึ้นเท่านั้น ทำให้เกิดเสียงกรน
2. เกิดจากการอุดตันของระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเกิดจากการหย่อนของกล้ามเนื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น ลิ้น ลิ้นไก่ เพดานอ่อน คอ หรืออาจเกิดจากสารหล่อลื่นในระบบทางเดินหายใจลดลง ทำให้เกิดความแห้งกร้านและบวมจึงทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เมื่อการหายใจทำให้เกิดเสียงกรน
3. เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และการกินยานอนหลับก็ทำให้เกิดการกรนได้เช่นกัน หากลำคอแคบลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะส่งผลให้มีการอุดตันในลำคอชั่วคราว ทำให้ลมหายใจเข้าออกชั่วขณะหนึ่ง กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งหากใครมีอาการดังกล่าวควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีใครดูแลก็อาจเป็นสาเหตุของโรคอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด อัมพาต ตลอดจนสร้างปัญหาให้คนใกล้ชิด

“ผู้ชายมีอัตราการกรนสูงกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะคนอ้วน ผู้สูงอายุ โรคภูมิแพ้ หรือคนจมูกอักเสบที่ทำงานหนักหรือออกกำลังกายมากเกินไป”

วิธีแก้นอนกรน
1. เปลี่ยนท่านอน: การนอนหงายเพิ่มความเสี่ยงที่จะกรน เนื่องจากจะเพิ่มโอกาสที่กล้ามเนื้อในปากจะหย่อนคล้อยและอุดกั้นทางเดินหายใจ ท่านอนที่แนะนำคือท่าตะแคง
2. ลดความอ้วน : สาเหตุที่คนอ้วนมีแนวโน้มที่จะนอนกรนมากกว่าคนผอม เป็นเพราะ ไขมันที่สะสมในลำคอนั้นหนาขึ้นจึงค่อย ๆ อุดกั้นทางเดินหายใจ อากาศบางส่วนที่ไหลผ่านทำให้อวัยวะภายในสั่นและในที่สุดก็ส่งเสียงกรน
3. งดดื่มชา กาแฟ แอลกอฮอล์ ก่อนเข้านอน เสี่ยงทำให้กล้ามเนื้อคอหย่อนคล้อย ซึ่งนำไปสู่การนอนกรนในที่สุด
4. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ก่อนนอน: การสูบบุหรี่ทำให้เนื้อเยื่อทางเดินหายใจส่วนบนบวมหรือคัดจมูก ส่งผลให้หายใจถี่นำไปสู่การนอนกรนในที่สุด
5. นอนหลับให้เพียงพอ : เมื่อร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายเมื่อยล้าและภาวะกล้ามเนื้อคอหย่อนยานโดยไม่รู้ตัว จึงเป็นที่มาของการกรน
6.หลีกเลี่ยงยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยาระงับประสาท และยาต้านฮีสตามีน เช่น อาการง่วงนอน เป็นต้น เพราะเสี่ยงที่จะทำให้กล้ามเนื้อรอบคอหย่อนคล้อยมากขึ้น ส่งผลให้นอนกรน
7. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : เพื่อช่วยเพิ่มความกระชับของกล้ามเนื้อในคอหอย และลดการอุดตันของทางเดินหายใจ

การกรนรุนแรงแค่ไหน ควรไปพบแพทย์ ?
เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งหากใครมีอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับสามารถสังเกตได้ดังนี้

1. เสียงกรนดังมากแม้ในขณะที่ปิดประตู
2. ปวดหัวหลังตื่นนอน
3.ง่วงนอนมากระหว่างวัน
4. เตะขาไปมาขณะนอนหลับ
5. ตื่นเพราะหายใจแรง หายใจไม่ออก หรือหายใจลำบาก
6. ความต้องการทางเพศลดลง

วิธีแก้นอนกรน แก้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
1. อุปกรณ์ทันตกรรมรักษาอาการนอนกรน (Oral Appliance): แพทย์หลายคนแนะนำให้ใช้อุปกรณ์นี้ในการรักษาอาการนอนกรนเนื่องจากนอนกรนได้จริงและมีขั้นตอนที่ไม่ต้องรักษา อย่างไรก็ตาม หากเลือกรักษากับ Vital Sleep Clinic มั่นใจได้เลยว่า อุปกรณ์สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพราะอุปกรณ์ผลิตจากห้องปฏิบัติการทางคลินิก ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง American Board of Dental Sleep Medicine

2. เครื่องช่วยหายใจ CPAP: แพทย์หลายคนแนะนำวิธีนี้เพื่อรักษาอาการกรนเพราะสามารถลดอาการกรนได้จริง และตื่นมาวันรุ่งขึ้นสดชื่นจากการได้รับออกซิเจนเพียงพอในขณะนอนหลับ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายที่ต้องเดินทางบ่อยๆ อาจไม่สะดวกต่อการพกพา ในกรณีดังกล่าวแพทย์จะแนะนำเครื่องใช้ทันตกรรมรักษาอาการนอนกรน (Oral Appliance) มาใช้แทน ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต

3. RF Radiofrequency: การแก้ปัญหาการกรนด้วยวิธีนี้สามารถแก้ปัญหา “เสียงกรน” การกรนที่มาจากการหย่อนคล้อยที่ฐานของลิ้นหรือเยื่อบุจมูกได้ วิธีนี้รักษาได้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น (อ่านประวัติการรักษาเพิ่มเติม)

4. การฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy): เป็นนวัตกรรมการแก้ปัญหาการกรนที่แนะนำโดยแพทย์เฉพาะทาง เพราะเป็นการแก้ไขจากต้นเหตุ เช่น การวางตำแหน่งลิ้นให้ถูกต้อง หรือแม้แต่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อเหล่านี้ให้แข็งแรง ลดการหย่อนคล้อยของอวัยวะภายในทำให้เกิดปัญหาทางเดินหายใจอุดกั้นได้

Cr. https://www.vitalsleepclinic.com/how-to-stop-snoring/

.



อ่านต่อ ได้ที่นี่