in

รมว.สธ.มอบนโยบายปี 62 เน้นหนัก 5 งานสำคัญ


รมว.สาธารณสุข มอบนโยบายปี 2562 เร่งสานต่อภารกิจเดิม พร้อมสร้างสรรค์งานใหม่ บรรลุเป้าหมายในยุทธศาสตร์ 20 ปี เน้นหนัก 5 งานสำคัญ ได้แก่ การปฏิรูประบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้านสุขภาพ คลินิกหมอครอบครัวและ รพ.สต.ติดดาว การปฏิรูปกำลังคนด้านสุขภาพ การใช้ยาอย่างสมเหตุผล และการควบคุมป้องกันวัณโรค

นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร

เมื่อวันที่ 21 กันยายน2561 ที่ รงแรมมิราเคิลแกรนด์คอนเวนชั่น กทม. นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมชี้แจงแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) และมอบนโยบายการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุขประจำปีงบประมาณ 2562 โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากส่วนกลางและภูมิภาค นักวิชาการและบุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมชี้แจงกว่า 500 คน

นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะเร่งรัดปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน นำนโยบายสู่ปฏิบัติ และติดตามประเมินผลการทำงาน สร้างความพึงพอใจในคุณภาพการบริการ ในปีงบประมาณ 2561 มีผลงานเป็นที่น่าภาคภูมิใจ อาทิ การป้องกันควบคุมวัณโรคที่มีการกำกับและติดตามเพื่อลดการตาย การขาดยา การขับเคลื่อนโยบายคลินิกหมอครอบครัว เป็นต้น สำหรับปีงบประมาณ 2562 กำชับให้ทุกหน่วยงานร่วมสานต่อภารกิจเดิม พร้อมๆ การสร้างสรรค์งานใหม่ เพื่อนำพากระทรวงสาธารณสุข บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ 20 ปี โดยเน้นหนักใน 5 ประเด็น ได้แก่

1.การปฏิรูประบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้านสุขภาพ (Digital Transformation) บูรณาการข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นหนึ่งเดียว ด้วยการเชื่อมทุกระบบที่มีในปัจจุบันให้เป็นหนึ่งเดียว

2.การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ คลินิกหมอครอบครัวและ รพ.สต.ติดดาว เน้นการพัฒนาคุณภาพหน่วยบริการ และพัฒนาเกณฑ์การประเมินให้มีความเหมาะสม

3.การปฏิรูปกำลังคนด้านสุขภาพ (HRH Transformation) บูรณาการ ข้อมูลบุคลากรให้เห็นเป็นภาพรวมของประเทศ เพื่อการวางแผนการบริหารกำลังคนอย่างมีประสิทธิภาพ

4.การใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU) ต้องเร่งขับเคลื่อนเพื่อลดการดื้อยาต้านจุลชีพและการใช้ยาอย่างสมเหตุผล

และ 5.การควบคุมป้องกันวัณโรค เพื่อลดการตาย การขาดยา เพื่อลดปัญหาให้หมดไปจากประเทศไทย

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข

ด้าน นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2561 การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด โดยเฉพาะในประเด็นที่เน้นหนัก อาทิ การพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอดำเนินการแล้ว 878 อำเภอ ระบบการแพทย์ปฐมภูมิ ขณะนี้มีทีมหมอครอบครัว 806 ทีม มี รพ.สต.ติดดาวผ่านเกณฑ์ 5 ดาว 5 ดี 4,987 แห่ง อัตราการรักษาวัณโรคสำเร็จร้อยละ 84.3 การพัฒนา ER คุณภาพ ตั้งเป้าให้มีแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินประจำในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปทุกแห่ง

นอกจากนี้ มีโครงการใหม่ๆ อาทิ การผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ มีผู้ป่วยเข้ารับบริการ 1,721 คน การพัฒนาเทคโนโลยีในการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคม MOPH Connect เพื่อเพิ่มช่องทางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ สู่ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย และเข้าถึงได้ในทุกพื้นที่ ค้นหาหน่วยบริการ ตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาล บริการจองคิว การแพทย์ฉุกเฉิน 1669 การอำนวยความสะดวกผู้บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลภาครัฐ ผ่านระบบ E- Donation ของกรมสรรพากร และเงินจากการบริจาคนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ 2 เท่า เป็นต้น



ขอบคุณบทความจาก : hfocus.org