in

ยาแก้ไอ… เดกซ์โทรเมทอร์แฟน

ยาแก้ไอ… เดกซ์โทรเมทอร์แฟน

สารบัญ

การใช้ยาแก้ไอ ฉันจะป้องกันการใช้ยาเกินขนาดของ “dextromethorphan” ได้อย่างไร?

ข่าวหนังสือพิมพ์เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 นักเรียนชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนวัดท่าพระกว่า 100 คน เป็นลม เป็นลม และอาเจียน บางคนต้องส่งโรงพยาบาลล้างกระเพาะ เนื่องจากยาแก้ไอ “เดกซ์โทรเมทอร์ฟาน” กินยาเกินขนาดโดยเข้าใจผิดว่ากินแล้วทำให้ร่าเริงแจ่มใส และครูตีไม่เจ็บ แต่ต้องกิน 10 เม็ดขึ้นไป

เจ้าของร้านเกมแนะนำยาดีจริงไหม?

จากข่าวในหนังสือพิมพ์ เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ มีเด็กๆ จำนวนมากที่เสพยาด้วยศรัทธา การกินยาดีๆจะทำให้คุณกล้าและร่าเริง และครูจะไม่ทำร้ายคุณ และแนะนำให้กินครั้งละ 10 เม็ดขึ้นไป

ที่น่าตกใจคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษากว่าร้อยคนได้ลองใช้ยาตัวนี้ พร้อมๆ กัน จนเกิดผลข้างเคียงจากการได้รับยามากเกินไปทำให้เด็กเป็นลม เป็นลม และอาเจียน จึงต้องส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

ตัวอย่างการใช้ยาในทางที่ผิด : ยาแก้ไอ “เดกซ์โทรเมทอร์แฟน”

ยาแก้ไอ “Dextromethorphan” เป็นยาแก้ไอที่ทำงานลดอาการไอ ใช้สำหรับผู้ป่วยไอ โดยเฉพาะอาการไอแห้ง ชนิดที่ไม่มีเสมหะมากว่า 50 ปี มีทั้งแบบเม็ดและแบบน้ำ ทั้งในรูปแบบยาเดี่ยวและผสมกับยาอื่น ๆ ที่รู้จักกันดีที่สุดคือยาเม็ดเคลือบสีเหลืองขนาดเล็กซึ่งมีขนาด 15 มิลลิกรัมในแต่ละเม็ด

ขนาดยาปกติของ dextromethorphan เพื่อบรรเทาอาการไอคือ 15-30 มก. หรือ 1-2 เม็ดวันละ 3-4 ครั้งหลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน ไอเท่านั้น ถ้าอาการไม่อยู่หรือหายก็ไม่ต้องกินยา

การใช้ยานี้ในปริมาณปกติ จัดเป็นยาที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพในการระงับอาการไอ และมีผลข้างเคียงน้อย

ทำไมต้องใช้ยาแก้ไอ? “เดกซ์โทรเมทอร์แฟน” กินยาเกินขนาด?

แม้ว่ายานี้จะค่อนข้างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเมื่อใช้ในปริมาณปกติ (1-2 เม็ด 3-4 ครั้งต่อวัน) หากใช้ในปริมาณที่สูงกว่าปกติ อย่างที่ทราบมาคือใช้ตั้งแต่ 10 เม็ดขึ้นไป (เม็ดละ 15 มก.) ) หรือตั้งแต่ 150 มก. ขึ้นไป ก็อาจทำให้เกิดอาการผิดปกติได้ โดยมีวัตถุประสงค์เดียวกับการเสพยา เพราะหากให้ยาในปริมาณสูงจะทำให้อิ่มเอิบ การมองเห็นผิดปกติอาจทำให้ประสาทหลอน

อย่าไว้ใจคนง่าย… เป็นยาได้ด้วย

ในกรณีนี้ เจ้าของร้านเกมซึ่งไม่มีความรู้เรื่องยาเลยเป็นคนแนะนำการใช้ยาผิดประเภท ว่าถ้าใช้ยานี้จะทำให้คุณกล้าหาญและร่าเริง ซึ่งทำให้นักเรียนกว่า 100 คนเชื่อและลองยาครั้งละมากกว่า 10 เม็ด

เป็นเภสัชกร คาดว่าเจ้าของร้านเกมน่าจะมียาประเภทนี้เยอะ มิเช่นนั้นจะขายยาให้นักเรียนชั้นประถมศึกษามากกว่า 100 คนได้อย่างไร? ทำให้เกิดคำถามว่าเจ้าของร้านเกมซื้อยาในปริมาณมากได้อย่างไร

แผนกยาขายยาให้เจ้าของร้านเกม โดยไม่ได้คำนึงถึงความจำเป็นในการใช้งาน เรียกว่าไม่สนใจ ฉันจะแลกเปลี่ยนเพื่อเงินเท่านั้น ฉันไม่สนหรอกว่าคนเสพยาจะมีความสุข เศร้า หรือแย่

อีกจุดหนึ่ง เจ้าของร้านเกมคงเคยใช้ยาแก้ไอชนิดนี้เป็นประจำ (เพราะมีหลายอย่าง) โดยมีเป้าหมายเป็นประสาทหลอน และภาพหลอน ดังนั้นเขาจึงแนะนำแบบสุ่มและไม่ถูกต้องให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาว่า “ทำให้หัวใจของคุณกล้าหาญร่าเริงและครูจะไม่ทำร้ายคุณ”
จากเหตุการณ์ครั้งนี้ คงจะสะท้อนถึงระบบยาของประเทศไทย ตลอดจนพฤติกรรมและจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ในส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

พ่อแม่สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

ในฐานะพ่อแม่คนหนึ่งที่ลูกยังเป็นวัยรุ่นอยู่ก็ต้องชวนพ่อแม่มาช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกเรานั่นเอง

อย่าไว้ใจคนง่าย โดยเฉพาะคนที่ไม่น่าไว้วางใจ เช่น เจ้าของร้านเกม เป็นคนที่แสวงหาผลกำไรโดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์

อย่ารักษาตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณมากในแต่ละครั้งเนื่องจากอาจเป็นอันตรายได้ โดยทั่วไปยาเม็ดนี้ได้รับการออกแบบมาให้ง่ายต่อการรับประทาน ดังนั้นหนึ่งหรือสองเม็ดจึงจะมีประสิทธิภาพ เป็นเรื่องยากที่จะมียาเม็ดที่ต้องใช้ครั้งละ 10 เม็ด ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาล และอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย

หากคุณไม่ทราบหรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เสมอ

นอกจากนี้ ไม่ควรให้ยาด้วยตนเองโดยพลการ เพราะยามีประโยชน์ไม่จำกัด แต่โทษถึงตายได้หากต้องการยา คุณควรปรึกษาพ่อแม่ แพทย์ หรือเภสัชกร เนื่องจากอาจเป็นเรื่องที่ร้ายแรงกว่านั้น

ใช้ยาเกินขนาดกับ “Dextromethorphan” Cough Syrup… มันอาจจะตายได้

หากใช้ยาแก้ไอ Dextromethorphan ให้ยาเกินขนาดนอกเหนือจากการหลงตัวเอง และประสาทหลอนอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ง่วงซึม กล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ พูดไม่ชัด เสียงหัวเราะมากเกินไป รูม่านตาขยาย กระตุก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ปัสสาวะลำบาก เวียนศีรษะ กระสับกระส่าย ตัวสั่น ชัก ปวดศีรษะ เซลล์สมองเสียหายถาวร สมองเสื่อม โรคจิต หมดสติ เสพติด (ทางจิต) และอาจถึงแก่ชีวิตได้ ในต่างประเทศมีรายงานว่านักศึกษาใช้ยาเกินขนาดและก่อให้เกิดการเสพติดทางจิตใจ และตาย

จะป้องกันการใช้ยาแก้ไอได้อย่างไร “dextromethorphan” ใช้ยาเกินขนาดอย่างไร?

เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น ผู้ปกครองของนักเรียนจะต้องตกใจและตกใจ กังวลว่าภัยในรูปแบบใหม่ “ยาแก้ไอ” จะมาทำร้ายลูกสุดที่รักของทั้งครอบครัว วิธีหนึ่งในการช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยของเรา ด้วยรักและเข้าใจ ห่วงใย พูดคุย ถามคำถาม ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน เพื่อสร้างความไว้วางใจให้ลูกๆ ในพ่อแม่ เล่าเรื่องให้ฟังด้วยความเต็มใจจะได้ข้อมูลจริง

นอกจากนี้ พ่อแม่หรือผู้ปกครองจะต้องจับตาดูพฤติกรรมประจำวันของลูกเพื่อหาการเปลี่ยนแปลงที่น่าสงสัยหรือผิดปกติ ตัวอย่างเช่น:
ผลการเรียนและพฤติกรรมการเรียนรู้ โดยเฝ้าสังเกตดูว่าเกรดหรือเกรดหรือเกรดของลูกต่ำกว่าปกติหรือไม่ และ/หรือพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เปลี่ยนไป เช่น ส่งงานไม่ตรงเวลา มีงานค้าง ไม่ส่งการบ้าน เป็นต้น

เพื่อนใหม่ (แปลก) มิตรภาพก็เปลี่ยนไป โดยไม่ต้องไปไหนกับเพื่อนเก่า แต่จะมีการพบปะเพื่อนใหม่และคนแปลกหน้า

อารมณ์ สังเกตว่ามีอารมณ์แปรปรวนบ่อยครั้ง เช่น ความโกรธ ความโกรธ ความกลัว ความหวาดระแวง ความไม่ไว้วางใจ ฯลฯ

ชุด บางคนจะใส่ชุดเดิมหลายวันติดต่อกัน ไม่สนใจและไม่เปลี่ยน บางคนไม่ยอมอาบน้ำ เหม็น

การกิน บางคนเมื่อให้ยาเกินขนาดอาจทำให้บริโภคอาหารได้มากขึ้น แต่สำหรับบางคน อาจนำไปสู่อาการเบื่ออาหารและการรับประทานอาหารน้อยลง

นอน มักมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการนอน อาจจะนอนทั้งวันทั้งคืน หรือตื่นกลางดึกไม่รู้หลับ

มีความลับ มักจะมีกิจกรรมลับๆ โดยเฉพาะก่อนหรือหลังเลิกเรียน
นอกจากนี้ควรสังเกต ขวดเปล่า ซอง หรือซองยา ที่ทิ้งในห้องหรือในถังขยะสามารถปรึกษาเภสัชกรเกี่ยวกับประเภทของยาได้


แก้ปัญหายาแก้ไอ Dextromethorphan กินยาเกินขนาด

หากลูกของคุณสงสัยว่าใช้ยาแก้ไอ “Dextromethorphan” แนะนำให้ใช้ยาเกินขนาดดังนี้

อย่าอาย เอะอะ ให้กับลูก ๆ ของเขา แต่ควรใช้เวลาอันมีค่านี้ คิดให้รอบคอบและทำสมาธิเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา และควรระวังคำไม่สุภาพ

หาหลักฐาน เพื่อยืนยันความผิดปกติที่สังเกตได้ และอาจใช้เป็นหลักฐานแสดงให้บุตรหลานดูเมื่อถูกปฏิเสธหรือแก้ตัว เช่น ขวดยา ซองยา เป็นต้น

อาจปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น เภสัชกร หรือ แพทย์ เพื่อยืนยันปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไข

เตรียมพูดคุยและพูดคุยแบบเพื่อน เพื่อหาทางออกร่วมกัน

ให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง ทั้งในด้านของกำลังใจ ความรัก ความเข้าใจ ความจริงใจ ความอดทน และความอดทน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและภูมิคุ้มกันให้กับลูกหลานของเรา

การซื้อยาจากร้านขายยาที่ไม่มีคุณภาพมีความเสี่ยงสูง

กรณีนี้เป็นตัวอย่างของการเข้าถึงยาที่ไม่มีประสิทธิภาพ และขาดความรับผิดชอบ ทั้งจากเจ้าของร้านเกมและร้านขายยา ตลอดจนนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่เชื่อง่าย ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ จึงมีความจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันติดตาม สังเกต และเฝ้าระวังสิ่งผิดปกติที่จะเกิดขึ้นกับเยาวชนของชาติ จะสามารถช่วยป้องกันและแก้ไขได้ทันท่วงที

ควรเลือกยาจากร้านขายยาที่มีคุณภาพดีและให้บริการที่ดีโดยปรึกษากับเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง จะได้รับยาที่ดี มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และประหยัด เพราะ “ยาอนันต์และโทษอย่างใหญ่หลวง”

.
ที่มาข้อมูล