in

“ยาแก้อักเสบ” ไม่ใช่ “ยาฆ่าเชื้อ” อย่าสับสน อาจเสี่ยง “ดื้อยา” ในระยะยาว

“ยาแก้อักเสบ” ไม่ใช่ “ยาฆ่าเชื้อ” อย่าสับสน อาจเสี่ยง “ดื้อยา” ในระยะยาว

การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างยาปฏิชีวนะและยาฆ่าเชื้อชนิดใหม่ ยาปฏิชีวนะสามารถช่วยลดอาการปวด บวม และอักเสบได้โดยไม่คำนึงถึงสาเหตุ แต่ยาฆ่าเชื้อใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หากรับประทานยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่มีอาการเจ็บคอจากไข้หวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้อยา

ซื้อยากินเองเสี่ยงได้ยาไม่ตรงกับอาการ-โรค

ผศ. ผศ.ดร.บดินทร์ ติวาสุวรรณ คณะเภสัช จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ซื้อยากินเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์อย่างเหมาะสม หรือเภสัชกรที่เพียงพอ ซึ่งอาจนำไปสู่การซื้อยาผิด ผิดโรค และเสี่ยงต่อการดื้อยาเพิ่มขึ้น ที่อาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้ในภายหลัง

แคปซูลหลากสี ดำ แดง เขียว น้ำเงิน ขาว และชมพู ซึ่งหลายคนคิดว่าเป็นยาแก้อักเสบ อันที่จริง ยาเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่ยาแก้อักเสบ แต่มันคือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือยาต้านจุลชีพหรือยาปฏิชีวนะ หน้าที่ของยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่คือการจัดการกับเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา เป็นต้น

ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ

ยาปฏิชีวนะ ลดการอักเสบ ปวด บวม แดง ความร้อน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเคมีของร่างกายตอบสนองต่อการบาดเจ็บ เช่น การหกล้ม ข้อเท้าแพลง โรคเหงือกอักเสบ การติดเชื้อแบคทีเรียอาจทำให้เกิดการอักเสบได้ เราใช้ยาปฏิชีวนะในการยับยั้งการอักเสบ บรรเทาอาการปวด ไม่ว่าสาเหตุของอาการปวดจะเป็นเช่นไร ดังนั้นยาที่ใช้ เช่น ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) หรือ NSAIDs เช่น ibruprofen, diclofenac, phenamic acid เป็นต้น

น้ำยาฆ่าเชื้อ ใช้สำหรับฆ่าเชื้อหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ยาส่วนใหญ่ใช้สำหรับแบคทีเรีย หลายคนจึงถือว่ายาแก้อักเสบเป็นยาปฏิชีวนะ ในทางที่ผิดและเป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตในที่สุด ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะได้รับการออกแบบเพื่อจัดการกับเชื้อโรคเช่นแบคทีเรีย เรามียาที่ใช้ทำลายอวัยวะสำคัญของแบคทีเรีย เช่น ผนังเซลล์ป้องกันของพวกมัน หากยาเม็ดสามารถทำลายกระบวนการสร้างเกราะได้ มันจะฆ่าแบคทีเรีย หรือยาบางชนิดใช้เพื่อยับยั้งกระบวนการสร้างโปรตีนของแบคทีเรีย โปรตีนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการอยู่รอดของการติดเชื้อ ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตไม่ดีหรือหยุดการเจริญเติบโต

เลือกน้ำยาฆ่าเชื้อให้ถูกวิธี ลดความเสี่ยงการดื้อยา

ปัจจุบัน มีการใช้ยาหลายชนิดเพื่อฆ่าเชื้อโรค เช่น สารฆ่าเชื้อรา เพื่อจัดการกับเชื้อรา ยาต้านไวรัสที่ใช้จัดการกับไวรัสในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย มีแบคทีเรียหลายประเภทที่จะใช้สำหรับแบคทีเรียบางชนิดและอวัยวะที่ติดเชื้อ ไม่มีประโยชน์ เช่น ปัจจุบันแอมม็อกซิลลินใช้ฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 แม้ว่าแอมม็อกซิลลินจะเป็นยาที่ยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ แบคทีเรีย ซึ่งไวรัสไม่มีอวัยวะดังกล่าว คำตอบคือ การใช้ยาผิดชนิดไม่สามารถจัดการกับไวรัส โควิด-19 ได้

เจ็บคอจากหวัด ห้ามกินยาฆ่าเชื้อ

คนที่เป็นหวัดมีอาการเจ็บคอ ส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส ในกรณีไข้หวัดใหญ่บางสายพันธุ์ เราอาจมียารักษา แต่สำหรับโรคหวัดและอาการเจ็บคอที่เกิดจากไวรัสชนิดอื่น เรายังไม่มีวิธีรักษา แต่ร่างกายของเราจะรักษาตัวเอง และการรักษาตามอาการ อาการต่างๆ จะหายไปในที่สุด ดังนั้นหากเราใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียสำหรับโรคหวัดและอาการเจ็บคอที่เกิดจากไวรัส ไม่มีประโยชน์เพราะไม่มีแบคทีเรียที่จะฆ่า ไวรัสที่มีอยู่ ยาที่ใช้ไม่สามารถฆ่าได้

ร่างกายดื้อยา เสี่ยงเสียชีวิตจากการติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยา

ในทางกลับกัน ยารับประทานทำให้แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในร่างกายของเรามีโอกาสเรียนรู้และดื้อต่อยาได้ นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายทอดความสามารถในการดื้อยาต่อแบคทีเรียอื่น ๆ ซึ่งอาจเป็นแบคทีเรียก่อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้แบคทีเรียดื้อยา ทำให้เราไม่สามารถใช้ยาฆ่าเชื้อชนิดเดียวกันได้อีกต่อไป ต้องเปลี่ยนยาหรือที่แย่ที่สุดคือไม่มีทางรักษาได้ ซึ่งมักพบว่าผู้ป่วยไม่ว่าจะป่วยด้วยโรคอะไร หรือป่วยจากอุบัติเหตุ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ แต่พบว่าหลายครั้งผู้ป่วยเหล่านั้นไม่ได้เสียชีวิตจากโรคนี้แต่เสียชีวิตจากการติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาแทน ที่ไม่มียาใดรักษาได้

ดังนั้นหากมีการเจ็บป่วยและสงสัยว่าจะติดเชื้อ จำเป็นต้องมีการวินิจฉัย โดยแพทย์จะตรวจสอบว่าติดเชื้อหรือไม่ และเชื้อโรคชนิดใดจะสามารถใช้ยาเพื่อกำจัดเชื้อโรคได้อย่างแม่นยำ

.
ที่มาข้อมูล