in

ยาลดความอ้วน


ยาลดน้ำหนัก

คำถาม : ยาลดน้ำหนักมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร?

ความอ้วน…สำคัญไฉน…!!!!

โรคอ้วน” เป็นเรื่องราวที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย มองหลายมิติ คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวจะเน้นที่ความงามก่อน ส่วนเรื่องสุขภาพหรือความสมบูรณ์ของร่างกายนั้นไม่เป็นสองรองใคร แต่เมื่อพิจารณาจากมิติระดับชาติและระดับนานาชาติแล้ว จะเห็นได้ว่าโรคอ้วนเป็นปัญหาสำคัญประการหนึ่ง เป็นภาระหนักของทั้งสังคมไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก

ความอ้วนเป็นโรค

ในสมัยโบราณเชื่อกันว่าโรคอ้วนเป็นสัญญาณของความสมบูรณ์และความมั่งคั่ง แต่ตอนนี้มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจนว่าโรคอ้วนเป็นความผิดปกติของร่างกายและถือเป็นโรคประเภทหนึ่งที่มีการทับศัพท์ “ความอ้วน”

ทั้งนี้เพราะโรคอ้วนหรือโรคอ้วนเป็นสาเหตุสำคัญของโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่งพบว่าผู้ที่มีน้ำหนักเกินจนเป็นโรคอ้วนมักจะเป็นโรคเหล่านี้มากกว่าคนที่น้ำหนักปกติ โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงและเบาหวาน นอกจากนี้ยังพบว่าการอดอาหารมีประโยชน์ อาการของโรคเหล่านี้จะลดลงหรือบรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัด

สาเหตุของความอ้วน

โรคอ้วนเกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม ครอบครัว นิสัยการกิน และชีวิตประจำวันโดยเฉพาะไลฟ์สไตล์คนเมืองที่รีบเร่งนิยมกินอาหารจานด่วน (ที่มีไขมันสูง) ไม่ค่อยออกกำลังกาย และคนอ้วนที่เครียดมักพบในชุมชนเมืองมากกว่าในชนบท
เหตุผลที่สำคัญและชัดเจนในใจของทุกคนก็คือ ความสมดุลของการบริโภคอาหารและการใช้พลังงานของร่างกาย หากมีอาหารที่มีพลังงานมากกว่าพลังงาน ร่างกายก็จะนำสารอาหารที่เหลือเหล่านี้ไปเก็บสะสมเป็นไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง (หน้าท้อง) หน้าท้อง ต้นขา แก้ม เป็นต้น ราวกับจะสะสมทรัพยากร เมื่อร่างกายต้องการพลังงานมากกว่าที่ร่างกายสามารถนำสารอาหารที่สะสมในรูปของไขมันมาใช้เป็นพลังงานได้

วิธีลดน้ำหนัก

วิธีการลดน้ำหนักที่สะดวก ปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ได้แก่
1. ลดปริมาณอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย
2. การออกกำลังกายหรือออกแรงกายทั้งสองวิธีมีผลถาวรและยั่งยืน พร้อมทั้งปลอดภัยและประหยัด
3. การใช้ยาลดน้ำหนัก อาหารเสริมและสมุนไพร
การผ่าตัดเป็นวิธีการลดความอ้วนระยะสั้นซึ่งควรเสริมด้วยวิธีที่ 1 และ 2 หากจำเป็น โดยเฉพาะกับการใช้ยาลดความอ้วนแต่มักไม่ยั่งยืน และมักจะทำให้เกิดโรคอ้วนอีกครั้ง (yo-yo effect 1) หลังจากหยุดการรักษา บางครั้งอาจเกิดผลที่ไม่พึงประสงค์จากยาหรือการรักษา ซึ่งปรากฏให้เห็นบ่อยในสื่อ

ยาลดน้ำหนัก สมุนไพรและอาหารเสริม

ควรใช้ยาต้านฮีสตามีนเมื่อจำเป็น กล่าวคือ การลดความอ้วนควรอยู่กับวิธีที่ 1 และ 2 เป็นระยะเวลานาน (ประมาณ 3-6 เดือน) และยังไม่สามารถลดน้ำหนักได้ดี
การใช้ยาลดน้ำหนัก ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย คุณไม่ควรซื้อยาลดน้ำหนักด้วยตัวเองที่ร้านขายยา ร้านเสริมสวย หรือทางอินเทอร์เน็ต หรือคลินิกที่ไม่มีหมอตรวจ
หากคุณต้องการใช้ยาเพื่อลดความอ้วน คุณไม่ควรใช้ยาเป็นเวลานาน เพราะอาจมีผลข้างเคียงร้ายแรงที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากนี้ เมื่อหยุดยาลดน้ำหนัก พวกเขามักจะกลับไปรับประทานอาหารเดิมและกลายเป็นโรคอ้วนอีกครั้ง บางคนอาจอ้วนกว่าเดิม
เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรใช้ยากล่อมประสาท
ยาลดน้ำหนักที่เป็นที่ยอมรับในทางการแพทย์ มี 2 ​​กลุ่มใหญ่ คือ ยาลดความอ้วนที่ออกฤทธิ์ต่อสมอง และยาลดน้ำหนักที่ยับยั้งการย่อยไขมัน

ยาลดความอ้วนที่ออกฤทธิ์ต่อสมอง

ยาเหล่านี้ออกฤทธิ์ต่อสมอง ทำให้รู้สึกเบื่ออาหาร เบื่ออาหาร หรือรู้สึกอิ่ม และเมื่อลดขนาดยาลง
การลดน้ำหนักหรือโรคอ้วนจะลดลง ตัวอย่างของยาเหล่านี้ ได้แก่ phentermine, mazidol, henylopro-anolamine, sibutramine เป็นต้น มีฤทธิ์รุนแรงและมีผลข้างเคียงสูง เช่น เหนื่อยล้า
ใจสั่น นอนไม่หลับ หงุดหงิด ฯลฯ และเมื่อใช้เฟนเทอร์มีนเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางจิตและประสาท

ยาลดน้ำหนักที่ยับยั้งการย่อยของไขมันปกติ

อาหารที่กินเข้าไปในร่างกายจะถูกย่อยให้เล็กลงเพื่อให้ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและใช้เป็นพลังงาน ยากลุ่มที่สองนี้ทำงานโดยลดการย่อยไขมันในทางเดินอาหาร ทำให้ไขมันมีขนาดใหญ่และไม่สามารถดูดซึมจากทางเดินอาหารได้ ไขมันเหล่านี้จะถูกทิ้งไว้กับอุจจาระ และทำให้อุจจาระเป็นน้ำมันและทำให้ท้องอืดได้ หากใช้เป็นเวลานาน อาจทำให้ขาดวิตามินที่ละลายในไขมัน รวมทั้งวิตามิน A, D, E และ K

นอกจากยาสองกลุ่มนี้แล้ว ในยาอาจใช้ยาประเภทอื่นได้ นั่นไม่ใช่ยาลดน้ำหนักโดยตรงควบคู่กับยาลดน้ำหนัก เพื่อช่วยลดความอ้วนให้ดีขึ้น หรือช่วยลดผลข้างเคียงของยาลดน้ำหนักทั้งสองชนิด ตัวอย่างของยาเหล่านี้ ได้แก่:

ยาฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งใช้รักษาโรคคอพอกที่เกิดจากการขาดฮอร์โมนไทรอยด์ในคนปกติ ยานี้จะทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้นและอาจช่วยลดน้ำหนักได้ แต่อาจมีผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น อ่อนเพลีย แดดร้อน กระหายน้ำบ่อยๆ และจะเข้าไปรบกวนระบบฮอร์โมนของร่างกายและก่อให้เกิดอันตรายได้

ยาระบาย ช่วยระบายหรือถ่ายอุจจาระบ่อยขึ้น แต่ไม่ส่งผลโดยตรงต่อโรคอ้วน เมื่อใช้ยานี้เป็นเวลานาน อาจทำให้ต้องพึ่งยาระบาย หากใช้ยานี้ร่างกายจะไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้เอง คุณต้องใช้ยานี้เพื่อผ่านอุจจาระ หรืออาจจะดื้อยาระบายได้ เพราะร่างกายเราจะใช้ยานี้ ถ้าใช้ขนาดเดียวกันอาจใช้ไม่ได้ ร่างกายต้องการขนาดที่สูงกว่าในการถ่ายอุจจาระตามปกติ

ยาขับปัสสาวะ เป็นยาอีกชนิดหนึ่งที่มีผลทำให้การขับปัสสาวะหรือน้ำออกจากร่างกายเพิ่มขึ้น ใช้รักษาความดันโลหิตสูง หรือโรคหลอดเลือดหัวใจบางชนิดเมื่อใช้ร่วมกับยาลดความอ้วนจะเพิ่มการขับถ่ายของร่างกายให้เพิ่มขึ้นเพื่อรบกวนสมดุลน้ำและแร่ธาตุของร่างกายและอาจส่งผลเสียต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ความวิตกกังวลหรือยานอนหลับ อาจใช้ร่วมกับยากล่อมประสาท เพื่อช่วยลดผลข้างเคียงของยาลดน้ำหนัก ซึ่งมักมีอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น นอนไม่หลับ เป็นต้น แต่หากใช้ยาคลายความวิตกกังวลหรือยานอนหลับติดต่อกันอาจทำให้ติดยานอนหลับได้

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไฟเบอร์ สมุนไพร วิตามิน และยาบางชนิดเพื่อช่วยให้คุณรู้สึกอิ่ม ลดการดูดซึมอาหาร ช่วยระบายหรือบำรุงร่างกาย แต่ไม่มีหลักฐานการศึกษาทางคลินิกที่ยืนยันว่ามีประสิทธิภาพในการลดความอ้วน ประกอบกับราคาค่อนข้างแพงและอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้

ดังนั้นการตัดสินใจใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์เหล่านี้จึงพิจารณาเฉพาะเท่าที่จำเป็นและมีประสิทธิภาพเท่านั้น ชัดเจนเท่านั้นไม่ควรเชื่อโฆษณาหรือผลการรักษาจากคำบอกเล่าของคนบางกลุ่มที่เน้นการค้าขายเกินสุขภาพ

ในทางปฏิบัติพบว่า ผู้ป่วยได้รับยาลดน้ำหนักเหล่านี้ร่วมกันจากร้านขายยาหรือคลินิก เช่น ยาลดน้ำหนักที่ออกฤทธิ์ต่อสมอง + ยาฮอร์โมนไทรอยด์ + ยาระบาย + ยานอนหลับ เป็นต้น ซึ่งเป็นการใช้ยาหลายชนิด . ชนิดทั่วไป ซึ่งจะเพิ่มผลข้างเคียงด้านลบของยามากยิ่งขึ้น ที่อาจถึงตายได้

ขอให้ทุกคนดูแลตัวเอง และรู้ว่าตัวไหนเหมาะสมและอะไรมากเกินไป แล้วทุกคนจะปลอดภัย และประสบความสำเร็จกับการลดน้ำหนัก

.



ขอบคุณข้อมูลจาก doctor.or.th