in

ยารักษาโรคแพ้อากาศ

ยารักษาโรคแพ้อากาศ

ควรเลือกยารักษาอาการแพ้อย่างไร?

แพ้อากาศ

ท่ามกลางความศิวิไลซ์ของโลกทุกวันนี้ มีทั้งมลพิษและสิ่งตกค้างบนบก ในน้ำ และในอากาศที่ผู้คนหายใจเข้าไปทุกวัน ด้วยเหตุนี้จึงพบผู้ป่วย “ภูมิแพ้” มากขึ้น

โรคภูมิแพ้หรือทางการแพทย์เรียกว่า “โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้” มาจากภาษาอังกฤษว่า “Allergic Rhinitis” ซึ่งแปลว่า การอักเสบของผนังกั้นโพรงจมูกจากการเป็นภูมิแพ้ เป็นโรคที่พบได้บ่อยขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีสารก่อภูมิแพ้จำนวนมาก เช่น ฝุ่นละออง ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ การใช้สารเคมีทางการเกษตรและมลพิษทางอุตสาหกรรม

จาม จมูกโล่ง คัดจมูก แต่ไม่มีไข้ (อาการสำคัญของไข้ละอองฟาง)

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือภูมิแพ้ เป็นโรคที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารก่อภูมิแพ้มากกว่าปกติ หรือเมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้และทำปฏิกิริยาเป็นอาการของภูมิไวเกิน

ผู้ที่ไม่แพ้ก็จะตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้เช่นกัน แต่ผลตอบรับของคนโดยทั่วไป ไปโดยไม่แพ้ก็จะไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเหมือนคนที่เป็นภูมิแพ้
ในผู้ป่วยที่เป็นภูมิแพ้ เมื่อสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่โพรงจมูกจะมีปฏิกิริยาตอบสนองมากเกินไป ร่างกายจะมีอาการจาม น้ำมูกใส คัดจมูก และ/หรือคันจมูก บางคนอาจมีอาการคันตาได้เช่นกัน แต่จะไม่มีอาการไข้ อย่างที่เห็นในไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่

โรคนี้พบได้บ่อยเมื่อสภาพอากาศหรือฤดูกาลเปลี่ยนแปลง จึงเรียกสั้นโรคในอากาศ” เพราะเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงก็เริ่มเป็นโรคนี้ อันที่จริงเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงจะทำให้สารก่อภูมิแพ้แพร่กระจาย และก่อให้เกิดโรคแก่ผู้ที่เป็นโรคนี้ให้กลับมามีอาการอีก

โรคที่เกิดจากอากาศ… บางคนเรียกว่า “หวัด” แต่ไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่

ไข้ละอองฟางมักเรียกสั้นๆ ว่า “ไข้หวัด” เมื่อเทียบกับไข้หวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่ เพราะไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส และมีอาการไข้ มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และปวดเมื่อยตามข้อ แต่อาการแพ้อากาศเกิดจากการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ และแสดงปฏิกิริยามากเกินไป พวกเขามีอาการจาม น้ำมูกไหล คัดจมูก และ/หรือคัดจมูก แต่ไม่มีไข้ มีไข้ และปวดศีรษะ

โรคในอากาศ… อาจพัฒนาเป็นไซนัสอักเสบ

หากการรักษาภูมิแพ้อากาศไม่ดีและเป็นเรื้อรังอาจก่อให้เกิดโรคลุกลาม การอักเสบและการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องจมูกทำให้สีของเสมหะใส กลายเป็นสีขาวข้นและ/หรือสีเหลืองได้ และอาจลามไปยังอวัยวะที่อยู่ติดกับโพรงจมูก รวมทั้งไซนัส ทำให้การติดเชื้อไซนัสกลายเป็นแบคทีเรียและ “ไซนัสอักเสบ”
ดังนั้นผู้ที่แพ้อากาศควรดูแลจนกว่าจะควบคุมโรคนี้ได้ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง เพราะภาวะแทรกซ้อนอาจเกิดขึ้นและรักษาได้ยากขึ้น

หลักการรักษา…โรคภูมิแพ้

การรักษาไข้ละอองฟางประกอบด้วย
1. การค้นหาและหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้

2. ยารักษา เช่น ยาต้านฮีสตามีน ยาสเตียรอยด์ทางจมูก ยาลดความแออัดของจมูก เป็นต้น

3. ภูมิคุ้มกันต่อสารก่อภูมิแพ้

การค้นหาและหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้

เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้มากเกินไป ดังนั้นหากกำจัดสารก่อภูมิแพ้หรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้นั้นจะไม่ทำให้เกิดโรคนี้ ตัวอย่างของสารก่อภูมิแพ้ทั่วไป ได้แก่ ไรฝุ่น แมลงสาบ เชื้อรา และละอองเกสรดอกไม้

ฉันเริ่มสังเกตตัวเองว่า “สารก่อภูมิแพ้อะไรที่เกี่ยวข้องกับอาการของโรค?” พบสารก่อภูมิแพ้และสามารถหลีกเลี่ยงได้ ตัวอย่างเช่น ไรฝุ่นซึ่งเป็นแมลงขนาดเล็กจะพบได้ในที่นอน ไรฝุ่นจะขับของเสียออกมาในห้องนอน เวลาเข้านอนจะเจอไรฝุ่น ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้และมีอาการจามคัดจมูกและน้ำมูกไหลทุกครั้งที่เข้านอนทุกคืน หากไรฝุ่นถูกกำจัดโดยการต้มผ้าห่ม ปลอกหมอน และผ้าปูที่นอน และ/หรือที่นอนปลอดไรฝุ่น ก็จะช่วยลดไรฝุ่นได้ และลดอาการแพ้อากาศ เป็นต้น

แต่ในทางปฏิบัติ การหาสารก่อภูมิแพ้นั้นยากมาก ดังนั้นจึงอาจจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากแพทย์ แพทย์จะเก็บตัวอย่างสารก่อภูมิแพ้ทั่วไป เช่น ไรฝุ่น แมลงสาบ เชื้อรา และละอองเกสร เป็นต้น เพื่อทดสอบอาการแพ้ทางผิวหนังของผู้ป่วย หากคุณโชคดีคุณอาจพบสารก่อภูมิแพ้

ดังนั้นการรักษาผู้ที่ต้องการควบคุมการแพ้อากาศ จึงนิยมใช้ยาเป็นตัวเลือกแรก นอกเหนือจากการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ (หากพบ) ยาที่ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยในอากาศ ได้แก่ ยาแก้แพ้ สเตียรอยด์จมูก ยาลดความแออัดของจมูก ฯลฯ

ยาแก้แพ้นั้นได้ผล ราคาไม่แพง แต่อาจทำให้ง่วงได้

ยาต้านฮีสตามีน ยาแก้แพ้เป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านการแพ้ โดยเฉพาะคัดจมูก จาม น้ำมูกไหล มีเม็ดสำหรับรับประทาน และยาพ่นจมูก แต่ในทางปฏิบัติควรใช้ยาเม็ด เนื่องจากยาเม็ดเป็นยาที่สะดวก ได้ผล และราคาไม่แพง แต่ยาบางชนิดอาจทำให้ง่วงได้ ดังนั้นควรระมัดระวังและเลือกตามนั้น

ตัวอย่างของ antihistamine คือ chlorpheniramine คลอเฟนิรามีน เซทิริซีน ลอราทาดีน เฟกโซเฟนาดีน เป็นต้น

Chlorpheniramine เป็น antihistamine ขนาดเล็กสีเหลืองราคาไม่แพงซึ่งทำงานได้ดี แต่มีข้อเสีย จะมีอาการง่วงซึมหรือง่วงซึมหลังจากรับประทานยา ดังนั้นจึงเหมาะที่จะใช้ยานี้ในเวลานอน เพราะมันจะช่วยให้คุณนอนหลับสบาย พักผ่อนเต็มที่ ทำให้การเจ็บป่วยในอากาศดีขึ้น หรือในผู้ที่ไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรหรือขับรถเพราะถ้าง่วงไม่มีอันตราย

cetirizine, loratadine และ fexofenadine มันเป็น antihistamine ที่ทำงานได้ดี และไม่ค่อยทำให้คุณง่วงนอน ใช้เวลาเพียงวันละ 1-2 ครั้ง วันนี้มีผู้ผลิตยาเหล่านี้หลายราย ทำให้ราคาถูกลง ไม่แพงเหมือนแต่ก่อน ซึ่งมีตัวยาดั้งเดิมเพียงตัวเดียว ยากลุ่มนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่รบกวนการทำงาน การเรียน หรือชีวิตประจำวัน จึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

สเตียรอยด์จมูก…ได้ผลดี ปลอดภัย แต่ราคาต่อขวดค่อนข้างสูง

คอร์ติโคสเตียรอยด์ในช่องปาก (คอร์ติโคสเตียรอยด์ในช่องปาก) เป็นยาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยอีกชนิดหนึ่ง แต่ราคาต่อขวดค่อนข้างสูง หลายร้อยถึงหลายพันบาท ในขวดเดียวมียาที่ใช้ได้ประมาณ 60-120 ครั้ง (ซึ่งถ้าคำนวณต่อครั้งจะถูกกว่ามาก) แต่เนื่องจากราคาต่อขวดค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงมักใช้ในผู้ป่วยที่เคยใช้ยาแก้แพ้และไม่ได้ผล หรือมีอาการเรื้อรังและ/หรือค่อนข้างรุนแรง เช่น รายวัน อาการหนักตลอดทั้งวัน เป็นต้น ยานี้มีประสิทธิภาพมากกว่ายาแก้แพ้

ยาคัดจมูก

ยาลดความแออัดของจมูก Decongestants หรือที่เรียกว่า decongestants เป็นที่รู้จักกันเพื่อช่วยลดความแออัดของจมูก ทำให้จมูกโล่ง หายใจสะดวก มีทั้งแบบพ่นจมูกและแบบรับประทานได้

ยาคัดจมูกเป็นยาที่คุณสามารถใช้ฉีดหรือเช็ดจมูกเพื่อช่วยลดอาการคัดจมูกได้ ทำให้จมูกโล่ง หายใจสะดวก แต่ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเกิน 10 วัน เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้

ยาแก้คัดจมูกในช่องปาก เช่น ซูโดอีเฟดรีน มักใช้ร่วมกับยาแก้แพ้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดจมูกด้วยยาต้านฮีสตามีนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภูมิคุ้มกันต่อสารก่อภูมิแพ้

ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถควบคุมอาการภูมิแพ้ได้ด้วยการใช้ยา ซึ่งเริ่มด้วยยาต้านฮีสตามีน หากอาการไม่ดีขึ้น อาจพิจารณาใช้ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์แทน และมักจะได้ผลดี แต่ในบางกรณีอาการอาจจะควบคุมได้ไม่ดี หรือไม่เป็นที่น่าพอใจ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อสารก่อภูมิแพ้ (ภูมิคุ้มกันบำบัด)

ภูมิคุ้มกันต่อสารก่อภูมิแพ้ แพทย์จะเริ่มต้นด้วยการทดสอบสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนังของผู้ป่วย หากพบสารก่อภูมิแพ้ แพทย์จะเริ่มให้สารละลายสารก่อภูมิแพ้ที่ผิวหนังของผู้ป่วยทีละน้อย เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ สร้างภูมิต้านทานต่อสารก่อภูมิแพ้นี้มากขึ้นเรื่อยๆ และค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นของสารก่อภูมิแพ้ให้มากขึ้น จนกว่าร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานต่อสารก่อภูมิแพ้มากขึ้นเรื่อยๆ ช่วยควบคุมอาการของโรคได้ดีขึ้น ในบางกรณี ปริมาณหรือความถี่ของยาอาจลดลงด้วย

สุขภาพดี…ช่วยลดโรคในอากาศ

อย่างไรก็ตาม การรักษาสุขภาพหรือ “สุขภาพ” ของร่างกายที่ดี จะช่วยลดอาการแพ้อากาศได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าเรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง พักผ่อนเต็มที่ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็จะช่วยลดความถี่และความรุนแรงของการเจ็บป่วยในอากาศได้ จนอาจไม่แสดงอาการของโรคเลยโดยเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ อาการแพ้ต่างๆ จะหายไป

.
ที่มาข้อมูล