in

ยากินรักษาสิว

ยากินรักษาสิว

ยารักษาสิว

หลายคนถามถึงยารักษาสิว ตอบไปหลายรอบแล้ว วันนี้เลยถือโอกาสเขียนเรื่องยาวเกี่ยวกับยารักษาสิวให้เราได้อ่านเล่นๆ ไขข้อข้องใจ

ยาปฏิชีวนะในช่องปากเพื่อรักษาสิวต้องดำเนินต่อไปเป็นเวลานาน อาจมีภาวะแทรกซ้อนและผลเสียต่อร่างกาย แพทย์ส่วนใหญ่จะให้เฉพาะผู้ป่วยที่เป็นสิวอักเสบมากเท่านั้น หรือมีตุ่มหนองขนาดใหญ่และไม่สามารถทำให้สิวดีขึ้นได้ภายในวันหรือสองวัน ใช้เวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์จึงจะเห็นว่าสิวอักเสบเริ่มดีขึ้น และจะได้ผลเต็มที่เมื่อให้ยาเป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ และอาจต้องทานยาต่อไปเพื่อควบคุมการเกิดสิว

⇒ ยาปฏิชีวนะแบบรับประทานที่ใช้กันทั่วไป คือ
+ Fทราไซคลิน เป็นยายอดนิยม โดยเริ่มตั้งแต่ 1 เม็ด (250 มก.) วันละ 4 ครั้ง หรือ 2 เม็ดวันละ 2 ครั้ง ควรรับประทานในขณะท้องว่างอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก่อนอาหาร หากรับประทานหลังอาหาร ควรรับประทานหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง อาหาร ยานี้จับกับแคลเซียมและธาตุเหล็กในกระเพาะอาหาร ป้องกันไม่ให้ถูกดูดซึม ดังนั้นจึงไม่ควรรับประทานร่วมกับนม ไอศกรีม หรือยาลดกรด เพราะจะทำให้ยาทำงานไม่ปกติ
ยานี้ยังส่งผลต่อกระดูกและฟันของทารกในครรภ์ด้วย จึงไม่ใช้ในสตรีมีครรภ์

ความอ่อนแอของยานี้คือ เมื่อรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการคันในช่องคลอดและทวารหนัก เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนการติดเชื้อยีสต์ในพื้นที่และอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ในผู้ป่วยบางราย

+ อีรีโทรมัยซิน หากเกิดภาวะแทรกซ้อนเมื่อใช้ tetracycline อาจใช้ erythromycin แทนได้ แต่ยานี้อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้เช่นกัน

+ Backrim ผู้ป่วยบางรายไม่ดีขึ้นหลังจากได้รับ tetracycline แพทย์ของคุณอาจเปลี่ยนไปใช้ Bactrim แต่ยานี้อาจทำให้เกิดอาการแพ้และอาการแพ้ Bactrim อาจรุนแรงมาก

+ ไมโนไซคลิน เป็นยาในกลุ่มเตตราไซคลิน แต่ได้ผลดีกว่าจึงใช้รักษาสิว ในผู้ป่วยที่รักษาด้วย tetracycline และ erythromycin ไม่ได้ผล ยานี้อาจทำให้เกิดรอยดำบนฟัน รอยแผลเป็นจากสิว และในปากได้ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังและตรวจสอบ แต่หลังจากหยุดยาแล้ว รอยดำจะค่อยๆ จางหายไปเอง

⇒ ยารักษาสิวที่ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ
+ ฮอร์โมน มียาฮอร์โมนคุมกำเนิดชั้นนำที่ใช้รักษาสิวเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว เทสโทสเตอโรนเป็นแอนโดรเจนซึ่งพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ผิวหนัง ทำให้เกิดสิว หลายปีก่อน ยาเม็ดแรกเกิดมีฮอร์โมนเพศหญิง เอสโตรเจนสูง ทำให้ผู้หญิงที่กินยาคุมกำเนิดมีสิวอักเสบดีขึ้น การใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อรักษาสิว ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือนจึงจะเริ่มเห็นผล ยาเม็ดคุมกำเนิด มันมีส่วนผสมคล้ายฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนซึ่งจะทำให้สิวแย่ลง

ความอ่อนแอของยาคุมกำเนิดคือ อาจทำให้หลอดเลือดอักเสบหรืออุดตันได้ และยังทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เจ็บเต้านม และฝ้าได้ โดยเฉพาะหลังจากนี้ คุณต้องคิดหนัก เพราะสิวหาย แต่ฝ้า แทนคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่

เพราะวัยรุ่นซื้อยาตัวนี้มากินเยอะมาก ให้คนฉลาดกินยาคุมกำเนิดปลอม จนมีข่าวจับยาคุมกำเนิดปลอมติดๆกันเพราะราคาแต่ละแผงไม่ถูกทำให้คนอยากได้ แท้จริงแล้วใช้สำหรับคุมกำเนิด ท้องแล้วมาหาหมอหลาย ๆ คนต้องหน้าตาดีแน่ๆ

โดยส่วนตัวแล้วฉันไม่ชอบกินยาคุมกำเนิดเพื่อรักษาสิว เพราะการใช้ฮอร์โมนเปลี่ยนความสมดุลของร่างกาย อาจมีภาวะแทรกซ้อนที่เราคาดไม่ถึง

+วิตามินเอ ในคนไข้ที่เป็นสิวดื้อต่อการรักษาแบบเดิมๆ โดยเฉพาะถ้าไม่ใช่สิวอักเสบ ฉันมีสิวแห้งและเป็นสะเก็ดหนา การทานวิตามินเออาจช่วยได้ แต่ต้องกินในขนาดที่ใหญ่พอสมควร

+ กรดวิตามินเอ ช่องปาก (isotretinion) เป็นยารักษาสิวที่มีประสิทธิภาพมาก ทำหน้าที่ลดการทำงานของต่อมไขมัน ซึ่งเป็นสาเหตุเริ่มต้นของการเกิดสิว สามารถลดการเกิดสิว (come-done) และลดจำนวนแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวได้หลังหยุดยา ยาจะคงอยู่ต่อไปอีก 4-6 เดือน

ยานี้อาจทำให้ริมฝีปากแห้งและแตก หรือเยื่อบุตาแห้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดยา สามารถแก้ไขได้โดยใช้ครีม ความชื้นและน้ำตาเทียมอาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้ ดังนั้นจึงห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ หรือขณะให้นมลูก และหากตั้งครรภ์ต้องหยุดรับประทานยาเป็นเวลา 1 เดือน ขณะใช้ยานี้ห้ามบริจาคโลหิต

ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก ผู้ป่วยบางรายที่เป็นสิวรุนแรง อาจมีสิวกำเริบขึ้นอีก ผลลัพธ์จะชัดเจนว่าสิวจะดีขึ้นเมื่อได้รับยาอย่างต่อเนื่อง ยานี้ทำงานได้ดี แต่ผลเสียก็ไม่มี ดังนั้นจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังอย่างใกล้ชิด

ทางที่ดี ผมว่าการกินอาหารที่ถูกสุขอนามัย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาร่างกายให้สะอาดปราศจากความเครียด และทำให้จิตใจเบิกบานเป็นสูตรสำเร็จ“ผิวสวย หน้าใส” ใช่

.
ที่มาข้อมูล