in

“มะเขือเทศ” ประโยชน์ และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

“มะเขือเทศ” ประโยชน์ และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

"มะเขือเทศ" ประโยชน์และอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

มะเขือเทศเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่อยู่ในตระกูลเดียวกับมะเขือยาว สี ขนาด และรูปลักษณ์แตกต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือมะเขือเทศสีดำ และมะเขือเทศเชอรี่ มะเขือเทศอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยเฉพาะวิตามินซีและไลโคปีน (Lycopene) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระ และอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและมะเร็งได้เช่นกัน

คุณค่าทางโภชนาการของมะเขือเทศ

มะเขือเทศ 100 กรัมอาจมีคุณค่าทางโภชนาการดังต่อไปนี้:

  • พลังงาน 18 แคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 3.89 กรัม
  • ไฟเบอร์ 1.2 กรัม
  • โปรตีน 0.88 กรัม
  • โพแทสเซียม 237 มก.
  • วิตามินซี 13 มก.

มะเขือเทศยังอุดมไปด้วยไลโคปีน ซึ่งเป็นสารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วยปกป้องเซลล์จากการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือมะเร็ง

ประโยชน์ของมะเขือเทศ

  • ดีต่อสุขภาพผิว

มะเขือเทศอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งอาจช่วยรักษาสุขภาพผิวให้ดีขึ้นได้ จากการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients ในปี 2560 บทบาทของวิตามินซีต่อสุขภาพผิว พบว่าวิตามินซีมีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจน โปรตีนที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพผิว ช่วยให้ผิวคงความยืดหยุ่นและอาจช่วยป้องกันริ้วรอยก่อนวัย

มะเขือเทศยังมีไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีในแสงแดด จากผลการศึกษาในปี 2544 ที่ตีพิมพ์ใน The Journal of Nutrition ซึ่งพิจารณาถึงประสิทธิผลของการกินมะเขือเทศเพื่อป้องกันรอยแดงที่เกิดจากแสงแดด โดยทำการทดลอง ในกลุ่มทดลองที่กินซอสมะเขือเทศ 40 กรัมต่อวันเป็นเวลา 10 สัปดาห์ อาการผื่นจะลดลงประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ทานซอสมะเขือเทศเข้มข้น

  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ไลโคปีนและวิตามินซี อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ จากรายงานทบทวนงานวิจัยเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของมะเขือเทศกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ผลการศึกษาปี 2546 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Critical Reviews in Food Science and Nutrition พบว่าสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้อาจช่วยปกป้องหลอดเลือดหัวใจจากการเกิดออกซิเดชันที่นำไปสู่การเสื่อมสภาพของเซลล์

มะเขือเทศยังมีโพแทสเซียมที่อาจช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ซึ่งช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และอาจช่วยลดความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อโรคหลอดเลือดหัวใจได้เช่นกัน

  • อาจช่วยป้องกันมะเร็ง

ไลโคปีนมีอยู่ในมะเขือเทศ อาจช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ จากการศึกษาประสิทธิภาพของไลโคปีนในการยับยั้งมะเร็งต่อมลูกหมาก การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Biomedicine & Pharmacotherapy ในปี 2020 พบว่าไลโคปีนอาจช่วยยับยั้งการลุกลามและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก และอาจช่วยกระตุ้นเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากให้ตายเร็วขึ้น ดังนั้นจึงอาจเป็นประโยชน์ต่อการรักษาหรือป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพที่แม่นยำของการกินมะเขือเทศในการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากหรือมะเร็งชนิดอื่นๆ

ข้อควรระวังในการกินมะเขือเทศ

มะเขือเทศ โดยเฉพาะมะเขือเทศสด มะเขือเทศอาจปนเปื้อนสารเคมีและยาฆ่าแมลง ดังนั้นควรซื้อมะเขือเทศจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และควรล้างมะเขือเทศให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการกินใบมะเขือเทศ เพราะมันอาจจะเป็นพิษต่อร่างกาย และทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ท้องร่วง อาเจียน ระคายเคืองในปากและลำคอ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ จนอาจเสียชีวิตได้หากรับประทานในปริมาณมาก

  • ผู้ป่วยโรคไต ระวังเมื่อกินมะเขือเทศ เนื่องจากมะเขือเทศมีโพแทสเซียมสูง การกินมะเขือเทศมากเกินไปสามารถป้องกันไตของคุณจากการกำจัดโพแทสเซียมส่วนเกิน ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดปกติและอาจทำให้หัวใจวายได้
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ไม่มีการศึกษาใดที่แสดงให้เห็นอันตรายของการกินมะเขือเทศในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร อย่างไรก็ตาม มะเขือเทศควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ และรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน

.
ที่มาข้อมูล