in

มหาพรหมราชินี

มหาพรหมราชินี

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย นพ.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ วว. ค้นพบ “พระพรหมราชินี“พืชชนิดใหม่ในตระกูลมหาพรหมในปี พ.ศ. 2547

นอกจากนี้ ได้ทำการศึกษาวิจัยการขยายพันธุ์ของราชินี โดยปลูกกล้าไม้ในพื้นที่ลุ่มภาคกลางตอนกลางที่มีอุณหภูมิสูง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ผลปรากฏว่า ต้นไม้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้เป็นอย่างดี และมีอัตราการเติบโตที่ดี และตอนนี้ก็น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ต้นมหาพรหมราชานีที่ปลูกในแปลงทดลอง วว. เทคโนธานี คลอง 5 จังหวัดปทุมธานี ได้ออกดอกเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปลูกในภาคกลาง จึงถือเป็นดอกแรกของพระราชินีมหาพรหมนอกแผ่นดินเกิด

พระพรหมราชินี เป็นพืชเฉพาะถิ่นที่หาได้เฉพาะในประเทศไทย มีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่แคบของยอดเขาสูงชันที่ระดับความสูง 1,100 เมตร ในอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลักษณะเป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 4-6 เมตร ลำต้นเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-8 เซนติเมตร เปลือกสีน้ำตาล กิ่งอ่อนมีขนดก ใบรูปใบหอก กว้าง 4-9 ซม. ยาว 11-19 ซม. เนื้อค่อนข้างหนา ผิวใบเรียบทั้งสองด้าน ฐานใบและปลายแหลม มีเส้นใบ 8-11 คู่

ดอกไม้ มีลักษณะเป็นดอกเดี่ยวหรือช่อ 1-3 ดอกใกล้ยอด เป็นพืชที่มีดอกที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับดอกไม้ของพืชชนิดอื่น ในสกุลมหาพรหมเมื่อบานเต็มที่ ดอกจะมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 ซม. ที่โคนกลีบสีเขียวอ่อน กลีบดอกสีม่วงเข้มงอขึ้นรวมกันเป็นตะกร้า ดอกไม้แต่ละดอกบาน 3-5 วัน และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ มีฤดูบานในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

ส่วนผลลัพธ์ เป็นผลเป็นกลุ่ม มีผลย่อย 10-15 ผล รูปทรงกระบอก เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.2-2.4 ซม. มีขนหนาแน่นปกคลุมหนาแน่น มีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคม

นอกจากนี้ วว. ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานอัญเชิญพระปรมาภิไธยเป็นชื่อพืชชนิดใหม่ที่ มิตรพรหม ศิริฤกษ์ วีระสฤยะ, เฉลิมลิน & เอ็มเคอาร์ ซอนเดอร์ส

.
ที่มาข้อมูล