in

มติ ครม.อนุมัติซุปเปอร์บอร์ดสุขภาพชาติแล้ว เตรียมส่ง สนช.พิจารณาต่อ


ครม.มีมติอนุมัติร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติหรือซุปเปอร์บอร์ดสุขภาพชาติแล้ว ให้ส่งกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนส่ง สนช.พิจารณาต่อไป ข้อสังเกตจากบางหน่วยงานระบุ ยังไม่ชัดเจนว่าเมื่อมีกฎหมายนี้แล้วประชาชนจะมีชีวิตที่ดีขึ้นจากการเสนอกฎหมายนี้อย่างไร

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ครม.มีมติอนุมัติและรับทราบเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. … ดังนี้

1.อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. … ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นและข้อสังเกตของกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตื สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไปประกอบพิจารณาด้วย แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป

2.รับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลา และกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ

สาระสำคัญของเรื่อง

ร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. … มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ โดยกำหนดให้คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติเป็นคณะกรรมการระดับชาติ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายสุขภาพแห่งชาติเพื่อกำหนดทิศทางและนโยบายหลักด้านสุขภาพของประเทศและประชาชน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีเอกภาพและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งกำกับดูแลหน่วยงานด้านสุขภาพต่างๆ ที่มีการดำเนินการในระบบสุขภาพ ตลอดจนทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญาหาระบบสุขภาพในระดับประเทศ

ทั้งนี้ เพื่อสร้างเอกภาพในทางนโยบายและยุทธศาสตร์การสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งมุ่งเน้นการกระจายการให้บริการภาครัฐ ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข และสวัสดิการที่มีคุณภาพให้ครอบคลุมและทั่วถึง ตลอดจนเป้นไปตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการสาธารณสุขซึ่งกำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติเพื่อให้มีการอภิบาลระบบบริการสุขภาพ เพื่อให้ระบบสุขภาพของประเทศมีเอกภาพการดำเนินงานด้านสุขภาพของทุกภาคส่วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติมี 45 คน นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธานคนที่ 1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองประธานคนที่ 2 ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นกรรมการและเลขานุการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นสำนักงานเลขานุการ กรรมการอื่นแบ่งตามสัดส่วน ดังนี้

โดยตำแหน่งจากหน่วยงานของรัฐ 12 คน, โดยตำแหน่งจากหน่วยงานที่มีกฎหมายจัดตั้งเฉพาะด้านสุขภาพ 6 คน, จากสภาวิชาชีพ 9 คน, ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 คน, ผู้แทนภาคประชาสังคมและเอกชน 5 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน

มีรายงานว่า ในการรับฟังความเห็นและข้อสังเกตของหน่วยงานต่างๆ พบว่ามีหลายหน่วยงานที่มีความเห็นท้วงติง เช่น กระ ทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เห็นว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการมีจำนวนมากเกินไปอาจส่งผลต่อการปฏิบัติงานและสร้างภาระเบี้ยประชุม ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า การกำหนดให้คณะกรรมการเสนอแนะต่อ ครม.เพื่อพิจารณากำหนดมาตรการทางการเงินหรือการคลังที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบสุขภาพนั้น อาจกระทบต่อการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินและเงินกองทุนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายฉบับนี้จะมีผลกระทบต่อร่าง พ.ร.บ.แร่, พ.ร.บ.โรงงาน และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรือไม่ นอกจากนี้ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรียังเห็นว่า อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติกับคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติมีความคล้ายคลึงกัน ขณะที่สำนักงาน ก.พ.ร.มีความเห็นว่า ยังไม่ชัดเจนว่าเมื่อมีกฎหมายนี้แล้วประชาชนจะมีชีวิตที่ดีขึ้นจากการเสนอกฎหมายนี้อย่างไร



ขอบคุณบทความจาก : hfocus.org