in

มดตะนอยต่อยคนตาย

มดตะนอยต่อยคนตาย

ตัวต่อต่อยคนตาย

ในต้นเดือนมิถุนายน 2549 มีผู้เสียชีวิต เนื่องจากถูกต่อยโดยตัวต่อเพียงตัวเดียวที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ ผู้เสียชีวิตรายนี้ ชายไทยอายุ 39 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2549 ด้วยอาการโคม่า ทรงเป็นเจ้าชายที่หลับอยู่ 6 วันจึงสิ้นพระชนม์ ญาติสนิทที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ตนเองและผู้ตายออกไปหาปลาในแม่น้ำน่าน ขณะหาปลา ผู้ตายร้องออกมาด้วยความตกใจที่ถูกต่อยจึงรีบเข้าไปช่วย ผู้ตายมักจะแพ้มดและแมลงกัดต่อยอย่างรุนแรง ก่อนหน้านี้เขาเคยถูกมดและผึ้งกัดจนต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล แพทย์ได้เตือนให้ระวัง ขณะไปช่วย ผู้ตายหมดสติและมีตัวต่อขนาดใหญ่ติดอยู่ที่เป้ามือ ขณะนำส่งโรงพยาบาล อาการของเขาแย่ลง ใบหน้าของเขาก็มืดลง และเขาก็เป็นเจ้าชายที่หลับใหลตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แพทย์ผู้รักษาแจ้งเขาว่าอาการแพ้อย่างรุนแรงทำให้ผู้ตายหายใจไม่ออก หน้าดำ เนื่องจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ทำให้ทางเดินหายใจในปอดหดตัว จนหายใจไม่ออกเข้าสู่ถุงลมเพื่อฟอกไต การแพ้ประเภทนี้มักทำให้ความดันโลหิตลดลง ทำให้ร่างกายและสมองขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงเซลล์สมอง ช็อก หมดสติ และเสียชีวิตในภายหลัง

สำหรับอาการแพ้อย่างรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อสัตว์มีพิษ โดยพบว่ามีเพียง 1 ในล้านคนเท่านั้น รศ. ศ.นพ.วินัย วนานุกูล ภาควิชาอายุรศาสตร์และศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า เมื่อถูกแมลงกัด จะเกิดโรคได้ 2 ประเภท คือ พิษจากแมลงโดยตรง และการเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อสารที่ปล่อยออกมาจากแมลง มีอาการแพ้ประเภทหนึ่งที่เรียกว่า “แอนาฟิแล็กซิส” อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พิษของแมลงที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้เกิดพิษถึงตายคือตัวต่อหรือผึ้งต่อยมากกว่า 20 ตัว ในขณะที่มดยังไม่ได้รับรายงานว่าเป็นสาเหตุให้เกิดพิษร้ายแรงถึงขั้นตายโดยเฉพาะมดตัวหนึ่ง ในกรณีนี้ไม่น่าเป็นไปได้ที่พิษโดยตรง พิษของมด แต่จากความพ่ายแพ้ แพ้ยาฆ่าแมลง ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวน หรือขนาดของสารที่ได้รับอาจมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน เช่น บางคนโดนต่อย แต่ไม่แสดงอาการใดๆ ในขณะที่ร่างกายของอีกฝ่ายแพ้พิษต่อตัวต่อ แม้ว่าตัวต่อตัวเดียวจะวางยาพิษ แต่ก็อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ เป็นอันตรายต่อร่างกายถึงขั้นเสียชีวิต เช่นเดียวกับการแพ้ยาหรือการแพ้อาหารบางชนิด ผู้ที่ร่างกายไม่แพ้จะไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ ตรงกันข้ามกับผู้ที่แพ้จะมีอาการแสดงอย่างชัดเจน

สามารถสังเกตปฏิกิริยาการแพ้ต่อพิษแมลงได้ อาการเริ่มแรกจะเป็นผื่นแดงบวมผิดปกติ บางคนมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสีย ตามมาด้วยอาการหายใจลำบาก วิงเวียน แน่นหน้าอก และความดันโลหิตลดลง นี่อาจเป็นอันตรายได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ระยะเวลาของอาการจะแตกต่างกันไป ตั้งแต่นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง เมื่อได้รับพิษจากแมลง สัตว์ และอาการแพ้ที่มีอาการเดียวกันกับข้างต้น ต้องไปพบแพทย์ทันที เพราะหากอาการรุนแรงถึงขั้นสำลัก ความดันที่ลดลงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อย่างไรก็ตามสามารถรักษาได้ แต่ต้องไปพบแพทย์ให้ทัน การใช้ยาแก้แพ้สำหรับการรักษาด้วยตนเองมักใช้ไม่ได้ผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง จำเป็นต้องมียาอื่นที่เรียกว่าอะดรีนาลีนหรืออะดรีนาลีนและต้องฉีดเข้าเส้นเลือดดำ หรือใต้ผิวหนังเพื่อขยายหลอดลมและเพิ่มความดันโลหิตโดยตรง ยาจะออกฤทธิ์ทันทีจึงสามารถช่วยได้ทันท่วงที ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน หากช้าเกินไปจนสมองขาดออกซิเจน จะไม่สามารถช่วยชีวิตได้ทันเวลา

การดูแลตนเองเบื้องต้น

  • ตกอยู่ในอันตรายจากสัตว์มีพิษ เช่น ผึ้ง ตัวต่อ มด

1. มีเหล็กในในแผลต้องเอาเหล็กในออกให้หมด (เฉพาะผึ้ง)
2.ประคบเย็นลดปวด
3. ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ แล้วทาครีมสเตียรอยด์
4. ถ้าปวดมากให้กินยาพาราเซตามอล
5. ผู้ที่ถูกต่อยควรทานยาแก้แพ้ด้วย
6. หากผื่นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 2 นิ้ว หรือมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือถูกกัดเกิน 20 จุด ให้นำส่งโรงพยาบาลทันที

  • ตกอยู่ในอันตรายจากสัตว์มีพิษ เช่น แมงป่อง ตะขาบ

1. ล้างบริเวณแผลด้วยน้ำสะอาด
2. ประคบเย็นหรือน้ำแข็ง
3. ถ้าปวดให้กินยาพาราเซตามอล
4. ทาบริเวณที่ถูกกัดหรือต่อยด้วยครีมสเตียรอยด์ หรือแอมโมเนีย
5. หากมีอาการปวดหัว เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก หายใจลำบาก และหมดสติ ต้องรีบพาส่งโรงพยาบาลทันที

  • เมื่อได้รับพิษจากแมลง สัตว์ และอาการแพ้ด้วยอาการเดียวกับที่กล่าวข้างต้น ต้องไปพบแพทย์ทันที เพราะหากปล่อยให้อาการรุนแรงถึงขั้นหายใจไม่ออก ความดันที่ลดลงอาจถึงแก่ชีวิตได้

.
ที่มาข้อมูล