in

ภาวะหยางพร่อง

ภาวะหยางพร่อง

“เวลาอยู่ในห้องแอร์ต้องใส่เสื้อหนาๆ ไม่ให้คนอื่นเห็น เหมือนเรา พอเพื่อนมาจับมือก็บอกว่ามือเย็น”
“ฉันรู้สึกอ้วนขึ้นมากทั้งๆ ที่ฉันไม่ได้กินมากในแต่ละมื้อ กินชาเขียวลดน้ำหนัก ไม่เห็นลดลงเลย แต่เหมือนจะหนักขึ้นเรื่อยๆ กางเกงก็ต้องขยายเอวอีกครั้ง”
“ไม่รู้เป็นอะไร รู้สึกขี้เกียจ เบื่อ อยากนอน”
อาการที่กล่าวข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งของความไม่สมดุลของร่างกาย ซึ่งมีหลายสาเหตุ มีความซับซ้อนต่างๆ ยากๆ ง่าย ๆ แต่อาการหนึ่งที่พบได้บ่อยและมักมีอาการที่กล่าวมาข้างต้นคือ “ยางหมด”

1. ถ้าหยินหยางของร่างกายเสียสมดุลจะทำให้เกิดโรคได้อย่างไร
ได้ยิน
เป็นสภาวะที่สงบ นิ่ง นิ่ง อดกลั้น
หยาง เป็นสภาวะเร่งด่วน ความร้อน การเคลื่อนไหว ความเร่งด่วน
หากมีความบกพร่องทางการได้ยิน ร่างกายขาดสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์ของร่างกายทำให้เกิดความร้อนภายใน เพราะหยินควบคุมหยางไม่ได้
ถ้าหยางพร่องร่างกายขาดพลังงานความร้อน การทำงานของเซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะก็ลดลง ทำให้เกิดความเฉื่อย ความเย็นภายในร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนและพลังช้าลง
ได้ยิน เป็นลักษณะของระบบประสาทอัตโนมัติ พาราซิมพาเทติกและฮอร์โมนที่ให้ความชุ่มชื้นสะสม ยับยั้งสิ่งเร้า
หยาง เป็นลักษณะของระบบประสาทอัตโนมัติ ฮอร์โมนที่เห็นอกเห็นใจและกระตุ้น
2. อาการ “หยางพร่อง” คืออะไร และตรวจพบได้อย่างไร?
อาการหลักของการขาดยางคือ กลัวหนาว แขนขาเย็น หน้าไม่มีชีวิตชีวา ง่วงนอน ปากสดชื่น ไม่กระหายน้ำ
ปัสสาวะใสจำนวนมาก อุจจาระหลวม
ลักษณะลิ้น: ลิ้นซีดและบวม
ลักษณะพัลส์: เล็กหรือลึกมาก ช้าและอ่อนแอ

3. สาเหตุของ Yang Depletion คืออะไร?
* บางส่วนมีพื้นฐานมาจากพันธุกรรม หรือตั้งแต่เกิดเนื่องจากพลังงานหยางหมดลง (ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้น, เมแทบอลิซึม, การทำงานของร่างกายน้อยลง)
*คนสูงอายุเริ่มอายุมากขึ้น ฮอร์โมนทำงานลดลง หมอจีนเรียก Mingmen light หมด
* คนที่ป่วยเป็นเวลานาน สูญเสียพลังอย่างต่อเนื่อง
*ความหนาวเย็นจากภายนอกส่งผลต่อพลังงานหยางถูกทำลาย
* พฤติกรรม อาหาร การกิน และวิถีชีวิตไม่เหมาะสม พักผ่อนไม่เพียงพอเป็นเวลานาน

4. การเกิดโรค อาการเป็นอย่างไร?
เมื่อขาดพลังงานหยาง ข้างในร่างกายเย็นชา กลัวความหนาว กลัวเลือดไหลเวียนไม่ดี ใบหน้าของเขาขาดพลังที่จะหล่อเลี้ยงเขา ขาวซีดไร้ชีวิตชีวา ง่วงซึม หาว บวมน้ำ ลิ้นบวม ปัสสาวะใหญ่และชัดเจน อัตราการเต้นของหัวใจลดลง ชีพจรมีขนาดเล็กจนรู้สึกไม่ ถ้าอากาศหนาว ชีพจรจะเต้นช้าและอ่อนแรง

5. ความบกพร่องของหยางยังแบ่งออกเป็นความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ และอาการต่างกันอย่างไร?
บางคนนอกจากอาการยางพร่องแล้ว ก็มีอาการอื่นๆ ตามมาด้วย
* มีอาการใจสั่นและตื่นตระหนกได้ง่าย อาการเจ็บหน้าอก ชีพจรเต้นไม่เป็นจังหวะ เรียกว่า หัวใจของหยางหมดพลังงาน
* มีอาการเมื่อยล้า หายใจลำบาก เสมหะเป็นของเหลวใส แน่นในอก หายใจถี่ พูดเสียงต่ำ (ไม่มีแรงในการพูด) เรียกว่าพลังหยางของปอดหมด
* มีอาการเจ็บซี่โครง เวียนศีรษะ ตาลาย ตื่นตระหนกง่าย กลัวโดยไม่มีเหตุผล มือและเท้าสั่น เรียกว่าตับหยางพลังงานหมด
*มีอาการปวดเอว ปวดเข่า ท้องเสียจนรุ่งสาง ความผิดปกติทางเพศ มดลูกเย็น ภาวะมีบุตรยาก เรียกว่าพลังหยางของไต
* มีอาการท้องอืด เบื่ออาหาร ปวดท้องทึบ ถ่ายเหลว แขนขาบวม เรียกว่าพลังหยางของม้ามพร่อง

6. ผลที่ตามมาของ Yang Depletion คืออะไร?
*เนื่องจากความบกพร่องของหยาง จึงมีอวัยวะภายในจำนวนมาก โดยทั่วไป อาการที่แสดงขึ้นอยู่กับว่าอวัยวะใดเกิด
*ขาดพลังงานหยาง ทำให้อวัยวะต่าง ๆ ติดขัด ทำให้เลือดอุดตัน (ไม่เคลื่อนไหวหรือเคลื่อนไหวน้อยลง) ขณะเดียวกัน ของเหลวในร่างกายทำให้เคลื่อนไหวลำบาก มีสารตกค้างของน้ำทำให้เกิดอาการบวมหรือมีเมือกและของเหลวข้นๆ ตกค้างในร่างกาย
*หากพลังงานหยางลดลงหรือน้อยกว่าถึงจุดหนึ่งจะทำให้หยางลอยตัว มีการแยกหยินและหยาง ช็อกเกิดขึ้น หยางลอยอยู่ข้างนอก

7. ยาหลักที่ใช้รักษาภาวะพร่องหยางมีอะไรบ้าง?
Yang Depletion ใช้หลักการรักษาหยางอุ่นเพื่อเพิ่มพลัง
*เพราะไตเป็นที่เก็บของ Yuanqi อันเป็นพื้นฐานของพลังกายและเป็นที่อาศัยของไฟหมิงเหมินหรือไฟแห่งชีวิต
* บำรุงยางจึงต้องบำรุงไตเป็นพื้นฐานด้วย
* บำรุงหยาง จำเป็นต้องเสริมหยินโทนิคด้วย
สูตรพื้นฐานคือ ฟู กุย ปา เหว่ยวัน
ปรับยาหรือเพิ่มยาอื่นตามอวัยวะเสื่อมและอาการของผู้ป่วยแต่ละราย

8. Yang Depletion หมายถึงโรคอะไรในแผนปัจจุบัน?
การพร่องของยาง เป็นอาการร่วมของการเสื่อมของระบบการทำงานของร่างกาย ซึ่งอาจปรากฏในโรคทางระบบต่างๆ เช่น โรคหัวใจขาดเลือด หัวใจเต้นผิดปกติ อ่อนเพลีย ไม่ทราบสาเหตุ โรคต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำกว่าปกติ อาการอาหารไม่ย่อย ท้องร่วงเรื้อรัง ภูมิแพ้ หอบหืด เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ภาวะมีบุตรยาก ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากพลังงานความร้อน หรือเกี่ยวข้องกับระบบประสาทอัตโนมัติหรือฮอร์โมนที่ส่งผลต่อกลุ่มอาการเมตาบอลิซึม การทำงานของร่างกายลดลง
การปรับสมดุลหยิน-หยาง จึงเป็นการรักษาแบบองค์รวมและหากเป็นการประสานองค์ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ให้การรักษาเฉพาะด้านในการใช้ยา หรือฮอร์โมนจะช่วยให้เราเข้าใจโรคได้ชัดเจนขึ้น สามารถประสานการรักษาแบบองค์รวมกับการรักษาเฉพาะทางได้ หรือบางครั้งรักษาแบบองค์รวมได้ดี เฉพาะส่วนที่ดีเท่านั้นหรืออาจต้องรักษาเฉพาะส่วนก่อนแล้วปรับพื้นฐานองค์รวมเข้าด้วยกัน

.
ที่มาข้อมูล