in

‘พล.อ.ประยุทธ์’ แถลงนโยบายสาธารณสุข ลดแออัด รพ. ‘อนุทิน’ แจงเน้นยกระดับบริการสุขภาพ


พล.อ.ประยุทธ์ แถลงนโยบายต่อผู้บริหารระดับสูง ระบุ โจทย์คือลดความแออัดใน รพ. ลดค่าใช้จ่ายสุขภาพของประเทศ ด้าน “อนุทิน” แถลงนโยบายเน้นให้บริการแบบ One Stop Service ยกระดับการบริการ อำนวยความสะดวกประชาชนให้เข้าถึงการรักษา สนับสนุนใช้สินค้าไทย สร้างรายได้ให้คนไทย

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 ที่อิมแพค ฟอรั่ม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงนโยบายรัฐบาลต่อผู้บริหารระดับสูงและกล่าวถึงนโยบายด้านสาธารณสุขว่า ทุกวันนี้การสาธารณสุขของประเทศไทยดีขึ้นมาก โจทย์คือหลังจากนี้จะทำอย่างไรเพื่อลดความแออัดของสถานพยาบาล ลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ เพิ่มศักยภาพของหน่วยปฐมภูมิ ตลอดจนพัฒนาให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) มีคุณภาพมากขึ้น และส่งเสริมให้มีการออกกำลังกาย

นอกจากนี้ ประเทศไทยจำเป็นต้องมองหาวิธีการผลิตวัคซีนและยาบางชนิดเอง เช่น วัคซีนไข้สมองเด็ก ซึ่งพบว่าหากสามารถผลิตเองได้จะทำให้ราคาถูกลงมาก และในปัจจุบันอัตราการฉีดวัคซีนชนิดนี้ยังมีน้อย ส่งผลให้เด็กไทยโตขึ้นมาแล้วสมองจะไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ส่วนของวัคซีนและยาที่นำเข้าจากต่างประเทศได้ราคาที่ถูกกว่าการผลิตเอง ก็ควรที่จะนำเข้าต่อไป

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้แถลงนโยบายสาธารณสุขต่อที่ประชุมว่า รัฐบาลได้มีนโยบายให้ทุกส่วนราชการจัดบริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) บูรณาการทุกอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยแนวทางในการทำงานคือ Thai first คือ ไทยทำ ไทยใช้ สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนไทย ให้เงินบาทได้หมุนเวียนอยู่ในประเทศให้ได้มากที่สุด และสร้างมูลค่าเพิ่มในกลุ่มอุตสาหกรรม ให้เกิดการจ้างงาน การจัดซื้อจากภาคประชาชนโดยตรง เพื่อแก้ปัญหาปากท้อง และเสริมสร้างเศรษฐกิจไทยให้มั่นคง

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ในด้านสาธารณสุขเน้นยกระดับการบริการประชาชนให้เข้าถึงการรักษา โดยให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นกำลังสำคัญในการช่วยแบ่งเบาภาระงานของแพทย์ พยาบาล ช่วยคัดกรองสุขภาพขั้นพื้นฐาน ส่งเสริมสุขภาพประชาชนในพื้นที่ให้มีสุขภาพที่ดี เพื่อลดความแออัด ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปโรงพยาบาล ส่วนในเรื่องกัญชา ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดเสรีกัญชาเฉพาะศึกษาวิจัย และพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น เพื่อให้โรงพยาบาลในสังกัดนำไปใช้รักษาคนไข้ภายใต้การดูแลของแพทย์ พร้อมสนับสนุนสมุนไพรไทยทำเป็นตัวยาเพื่อใช้ในการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกสำหรับรักษาคนไทย หากได้ผลดีจะช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชน เสริมสร้างเศรษฐกิจประเทศ และลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพประชาชน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญในการดูแลบุคลากรสาธารณสุข ข้าราชการ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร ให้มีความพร้อม มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสุขภาพจิตที่ดี เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่มีความสุขในการทำงาน ประชาชนย่อมได้รับบริการที่ดีตามมา

“ผมขอให้ทุกหน่วยงานราชการมองประชาชนคือผู้รับบริการ เจ้าหน้าที่ส่วนราชการคือผู้ให้บริการ สร้างความรวดเร็วในการทำงาน ใส่ใจในการบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน” นายอนุทิน กล่าว

 



ขอบคุณบทความจาก : hfocus.org