in

ผู้ป่วยโรคหัวใจ-ปอด ฉีดวัคซีน “โควิด-19” ช่วยป้องกันการเสียชีวิต 90%

ผู้ป่วยโรคหัวใจ-ปอด ฉีดวัคซีน “โควิด-19” ช่วยป้องกันการเสียชีวิต 90%

ผู้ป่วยโรคหัวใจและปอดได้รับการฉีดวัคซีน

สมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย แนะผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดควรเร่ง “วัคซีนโควิด-19” หลังสถิติวิจัยและยืนยันอย่างเป็นทางการว่า “วัคซีน” จะป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ 50-80% และยังช่วยเหลือ ป้องกันโรคร้ายแรงถึงตายได้ถึง 90% ที่สำคัญยังมีอัตราเสี่ยงในการฉีดวัคซีนเพียง 0.002%

นพ. พิณัชนี ชาติบุรุต ศัลยแพทย์ทรวงอก โรงพยาบาลราชวิถี และนายกสมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ท่ามกลางความพยายามที่จะจัดการกับ COVID-19 ในปัจจุบัน องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์กรสาธารณสุขทั่วโลกได้ตกลงกันว่า วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับการแพร่กระจายของ COVID คือการเร่งให้ประชากรได้รับวัคซีนอย่างน้อย 70% เพื่อสร้าง Herd Immunity หรือภูมิคุ้มกันกลุ่มในพื้นที่

ซึ่งองค์กรสาธารณสุขไทยเข้าใจข้อเท็จจริงนี้เป็นอย่างดี และได้เร่งเข้าถึงวัคซีนโดยเร็วที่สุดโดยเฉพาะกับกลุ่มเสี่ยง เช่น บุคลากรทางการแพทย์แนวหน้า กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ป่วย 7 กลุ่มเสี่ยงเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงให้น้อยที่สุด

นอกจากกระบวนการจัดการวัคซีนแล้ว หน่วยงานสาธารณสุขยังมีหน้าที่แก้ไขความเข้าใจผิดของประชาชนที่เกิดจากความกลัววัคซีนอีกด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจ (โรคหัวใจและหลอดเลือด) และโรคปอด (โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง) ในกลุ่มเสี่ยง 7 คนกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของผลข้างเคียงของวัคซีน อาจส่งผลต่อโรคพื้นเดิมที่คุณเป็น แต่ความจริงที่ว่าผู้ป่วยโรคทรวงอก (หัวใจและปอด) เป็นผู้ป่วยทั้งหมดที่มีความเสี่ยงสูงสุด และต้องฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 โดยเร็วที่สุด เพราะหากผู้ป่วยโรคทรวงอกติดเชื้อโควิด มีโอกาสที่เชื้อจะแพร่กระจายไปยังปอดและรักษาได้ยาก มากกว่าคนทั่วไปถึงสิบเท่า

สมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยโรคทรวงอก จึงจำเป็นต้องสื่อสารความเข้าใจผิดเกี่ยวกับผลข้างเคียง และความจำเป็นที่ผู้ป่วยจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 โดยเร็วที่สุด จัดทำสื่อในรูปแบบวิดีโอ เนื้อหาครอบคลุมข้อดีและความเสี่ยงของการฉีดวัคซีนดังแสดงในแอนิเมชั่นและอินโฟกราฟิกโดยองค์การอนามัยโลก มีสถิติการวิจัยและการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าวิธีการฉีดวัคซีนสามารถป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ได้ 50-80% และยังป้องกันการเจ็บป่วยร้ายแรงและการเสียชีวิตได้ถึง 90% จากการฉีดวัคซีน ยังน้อยอยู่เพียง 0.002% หรือในจำนวน 100,000 คน มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่มีความเสี่ยง

อันตรายหลักของ COVID-19 อยู่ที่ความเร็วของการแพร่ระบาด ความสามารถในการกลายพันธุ์และแพร่เชื้อได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน รวมถึงความรุนแรงเมื่อการติดเชื้อเข้าสู่ปอด ดังนั้นจึงปลอดภัยที่จะบอกว่าคนที่มีโรคพื้นเดิมโดยเฉพาะกลุ่มทรวงอกที่เกี่ยวข้องกับระบบหลอดลมทั้งหมดเป็นกลุ่มเสี่ยงกลุ่มหนึ่ง เพราะเมื่อติดเชื้อ covid โอกาสการติดเชื้อจะแพร่กระจายไปยังปอดได้ง่ายมาก นอกจากนี้การรักษาจะยากขึ้น และยังมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ผู้ป่วยโรคหน้าอก จำเป็นต้องเข้าใจผลข้างเคียงของวัคซีน (หัวใจและปอด) และรีบไปฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 โดยเร็วที่สุด

.
ที่มาข้อมูล