in

ปีบ : ราชินีจากป่าภาคตะวันตก

ปีบ : ราชินีจากป่าภาคตะวันตก

Pip : ราชินีแห่งป่าตะวันตก

ขณะเขียนต้นฉบับนี้ ต้นเดือนสิงหาคม ใกล้วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระราชินี ซึ่งถือเป็นวันแม่แห่งชาติของคนไทย เดือนสิงหาคมเป็นเดือนกลางฤดูฝน ถือได้ว่ามีปริมาณน้ำฝนสูงสุด (เฉลี่ย) เป็นเวลาหนึ่งเดือนของปี โดยเฉพาะภาคกลางซึ่งรวมถึงภาคตะวันตก เมื่อนึกถึงภาคตะวันตกของประเทศไทย หลายคนนึกถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รวมถึงการสัมผัสกับผืนป่าขนาดใหญ่ในพม่า (Myanmar) ส่งผลให้มีผืนป่าขนาดใหญ่ในเอเชีย มีคุณค่าอย่างยิ่งในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนไทยภาคภูมิใจ ที่ควรช่วยกันเก็บเอาไว้ใช้ให้เกิดประโยชน์ และยั่งยืนเพื่อคนรุ่นหลัง

จากผืนป่าตะวันตกอันกว้างใหญ่แห่งนี้ จึงเป็นแหล่งกำเนิดและอาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด เป็นความอุดมสมบูรณ์ทางนิเวศวิทยาและพันธุกรรม เรียกรวมกันว่าความหลากหลายทางชีวภาพ กล่าวได้ว่า เรายังรู้และเข้าใจสิ่งมีชีวิตประเภทต่างๆ น้อยมากในป่าตะวันตก ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องศึกษา วิจัย และพัฒนาเพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติ แม้แต่พืชบางชนิดที่คนไทยรู้จักและปลูกกันอย่างแพร่หลาย คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่ามีต้นกำเนิดมาจากป่าตะวันตก ปลายฤดูฝนตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป เป็นช่วงออกดอกของต้นไม้ที่มีต้นกำเนิดมาจากป่าตะวันตกชนิดหนึ่ง คือ ต้นเมเปิลซึ่งมีความสวยงามและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จนเรียกได้ว่าเป็นราชินีแห่งป่าตะวันตก เสาต้นไม้ใบนี้ขอนำเสนอเรื่องราวของปี๊บ เพราะท่านผู้อ่านอาจจะได้เห็นดอกตูมที่บานสะพรั่งให้ชื่นชมตั้งแต่บัดนี้จนถึงประมาณเดือนพฤศจิกายน

ปี๊บ : จากป่าเบญจพรรณตะวันตกสู่ชุมชน
ใบมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Millingtonia hortensis Linn ฉ. อยู่ในวงศ์ Bignoniaceae เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่สูงได้ถึง 25 เมตร ลำต้นค่อนข้างตรง ทรงพุ่มเป็นพุ่มหนาทึบ กิ่งมักห้อยลงมา เปลือกหนาสีเทาของลำต้นแตกเป็นร่องหยัก พื้นผิวของเปลือกไม้คล้ายกับไม้ก๊อก ใบเป็นใบประกอบขนนก ใบเป็นรูปไข่แกมปลายแหลม กว้าง 2-3 ซม. ยาว 3-7 ซม. มีใบเรียบบ้าง มองเห็นเส้นเลือดที่อยู่ตรงกลางใบและต่อมขนได้ชัดเจน ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ ออกที่ปลายกิ่งยาว 16-40 ซม. ดอกขนาดเล็กมี 5 กลีบเล็ก โคนดอกเชื่อมต่อกับหลอดยาวเหมือนเข็ม ยาวประมาณ 5 ซม. แต่ละดอกมีเกสรตัวผู้ 4 อัน เกสรตัวเมีย 1 อัน เมื่อติดฝัก ขนาด กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 28-36 ซม. ฝักสีน้ำตาล เมล็ดจำนวนมาก แต่ละเมล็ดมีแผ่นปีกโปร่งบาง ล่องลอยไปกับสายลม

ถั่วลันเตาสามารถออกดอกได้ปีละสองครั้งในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยปกติประมาณเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน และในช่วงมกราคมถึงมีนาคม ดอกปีบจะมีสีขาวและออกเป็นช่อขนาดใหญ่ ดอกไม้ก็ค่อยๆบานทีละน้อยๆ ดอกไม้มักจะห้อยลงกับพื้น เมื่อดอกไม้บานในตอนกลางคืน มักจะร่วงหล่นถึงพื้นในตอนเช้า ทำให้พื้นดินใต้ต้นไม้ปกคลุมไปด้วยดอกสีขาว ดอกบ๊วยเริ่มผลิบานมีกลิ่นตั้งแต่เย็น และกระจายกลิ่นหอมตลอดทั้งคืน เป็นไม้ยืนต้นที่ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคกลางและภาคเหนือที่รู้จักปิ๊บมาช้านานเพราะอยู่ใกล้แหล่งปิ๊บเป็นพื้นที่ป่าเบญจพรรณทางทิศตะวันตก พรมแดนระหว่างไทยกับเมียนมาร์อินเดียก็มีรายงานว่าเป็นแหล่งกำเนิดต้นทางเช่นกัน ของปิ๊บ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าปิ๊บเป็นโรคเฉพาะถิ่นของ 3 ประเทศนี้ ชื่อ ปิ๊บ (ภาคกลาง) กาดสะลอง กาสะลอง (ภาคเหนือ) ของคงโขง (ภาคอีสาน) บางครั้งเรียกว่า กองกลางดง (ภาคกลาง) ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Indian Cork Tree

ประโยชน์ของ PIP
คนไทยรู้จักสรรพคุณทางยาของปิ๊บมาช้านาน และใช้รักษาโรคต่างๆ เช่น

ดอกไม้ : ดอกไม้แห้ง รสหวาน ขม หอม ใช้สูบฉีดรักษาโรคจมูกอักเสบ ปรุงเป็นยาน้ำดี โทนิค โทนิค ยาชูกำลัง แก้ลม ขยายหลอดลม รักษาโรคหอบหืด

ราก : รสน้ำ บำรุงปอด แก้ปอดพิการ แก้วัณโรค แก้เมื่อย หอบเหนื่อย

เปลือกของลำต้นใช้ทำจุกไม้ก๊อก (เรียกว่า INDIAN CORK TREE) ไม้เนื้ออ่อน สีเหลืองอ่อน. ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน สามารถใช้ก่อสร้างในร่มได้

ปี่ปี้เป็นไม้หอมที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยโบราณ วรรณคดีหลายเล่มในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นกล่าวถึงปีบในสมัยจอมดง เช่น ในบทกวีของสุนทรภู่ และเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) เพราะมีร่มเงา ร่มรื่น รูปทรงต้นไม้สวยงาม ปลูกง่าย ทนทาน และให้ดอกสม่ำเสมอ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เพาะพันธุ์และบำรุงรักษาง่าย นิยมปลูกตามสวนสาธารณะ ริมถนน สองข้างทาง และตามโรงแรม โรงเรียน หรือบ้านเรือนที่มีทุ่งกว้างพอสมควร ประเทศของเรามีพันธุ์ไม้หอมให้ชมมากมายทั้งรูปทรง สีสัน และกลิ่นหอมตลอดทั้งปี น่าเสียดายที่คนไทยหลายคนไม่รู้ และอย่าเอาของมีค่าของตนไปใช้ประโยชน์อย่างที่ควรเป็น ก่อนหมดฤดูฝนปีนี้ขอให้ผู้อ่านทุกท่านหาโอกาสเพลิดเพลินไปกับรูปทรงและกลิ่นหอมของดอกพลัม ยังดีกว่าได้ไปเที่ยวที่ต้นทาง เป็นป่าของภาคตะวันตกที่สมบูรณ์และมีค่าสำหรับมวลมนุษยชาติ

.
ที่มาข้อมูล