in

ปัญหาน้ำนมน้อย สาเหตุและวิธีเพิ่มน้ำนมสำหรับคุณแม่มือใหม่

ปัญหาน้ำนมน้อย สาเหตุและวิธีเพิ่มน้ำนมสำหรับคุณแม่มือใหม่

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะช่วยให้ลูกของคุณได้รับสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต และทำให้ลูกรู้สึกถึงความรักและความอบอุ่นของแม่ แต่แม่หลายคนประสบปัญหานมน้อยและไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูก ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของลูกคุณ

ปัญหานมน้อยอาจทำให้คุณแม่มือใหม่ต้องกังวล แต่คุณรู้หรือไม่ว่าปัญหานี้หายากมาก? เพราะร่างกายของผู้หญิงสามารถผลิตน้ำนมได้มากกว่าที่ทารกต้องการ แต่อาจมีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้คุณแม่หลายคนมีน้ำนมน้อยและไม่เพียงพอต่อความต้องการของทารก บทความนี้ได้รวบรวมสาเหตุและวิธีการเพิ่มน้ำนมสำหรับคุณแม่มือใหม่มาฝากกัน

ปัญหานมน้อย สาเหตุและวิธีการเพิ่มน้ำนมสำหรับคุณแม่มือใหม่

นมน้อยได้อะไร?

แม่ให้นมลูกหลายคนอาจจะกังวลว่าจะมีน้ำนมน้อย และทำให้ลูกดื่มนมไม่เพียงพอ ซึ่งคุณแม่อาจสังเกตได้จากอาการผิดปกติของทารก ดังนี้

  • ความถี่และปริมาตรของอุจจาระของเด็กน้อยกว่าปกติ ควรถ่ายอุจจาระอย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง และปัสสาวะอย่างน้อยวันละ 6 ครั้ง และอุจจาระควรเปลี่ยนจากสีน้ำตาลอมเทาเมื่อแรกเกิดเป็นสีเหลือง ลักษณะอ่อนนุ่มภายใน 4-7 วัน
  • น้ำหนักน้อย โดยปกติน้ำหนักของทารกอาจน้อยหลังคลอด หากน้ำหนักของคุณลดลงมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ และไม่เพิ่มขึ้นตามปกติภายใน 2 สัปดาห์ ลูกน้อยของคุณอาจได้รับนมไม่เพียงพอ
  • อาการขาดน้ำ เช่น ไม่ปัสสาวะหลายชั่วโมง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา กระหม่อมบุ๋ม เหนื่อยง่าย หรือง่วงซึม
  • ลักษณะการดูดนมของทารก เช่น ไม่ยอมดูดนม ไม่ได้ยินเสียง หรือไม่เห็นลักษณะการกลืน คายเต้าเองหรือผล็อยหลับไปโดยไม่คายเต้า

อย่างไรก็ตาม คุณแม่หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าน้ำนมแม่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูก อันที่จริง ความเชื่อเหล่านี้ไม่ใช่คุณลักษณะที่บ่งชี้ว่ามารดามีปัญหาเรื่องน้ำนมน้อย

  • ทารกร้องไห้ง่าย ตื่นง่าย หรือให้แม่อุ้มเธอบ่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับทารก
  • ทารกใช้เวลาในการดูดนมน้อยลง อาจเป็นเพราะทารกมีนิสัยชอบดูดนมเร็ว
  • ทารกจำเป็นต้องดูดนมมากกว่าปกติ หรือไม่ง่วงนอนหลังดูดนม ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้มักจะเปลี่ยนไปเมื่อลูกโตขึ้น
  • เต้านมของมารดามีขนาดเล็กหรือนิ่มกว่าปกติและไม่มีน้ำนมไหลออกจากเต้านมซึ่งเป็นลักษณะทางสรีรวิทยา และไม่ใช่ปัจจัยที่บ่งชี้ว่ามารดามีน้ำนมน้อย
  • แม่เครื่องปั๊มนมด้วยตัวเองแล้วได้ปริมาณเล็กน้อยซึ่งเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากทารกมักจะดูดนมมากกว่าปริมาณที่แม่ปั๊มด้วยมือหรือที่ปั๊มนม

นมน้อยเกิดจากอะไร?

ร่างกายของมารดาหลายคนอาจผลิตน้ำนมได้น้อยลง หรือมีปัญหาในการหลั่งน้ำนม ทำให้ทารกดื่มนมไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการดังนี้

ปัญหาการป้อนนม

การให้อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการหลั่งน้ำนม ซึ่งเกิดจากการที่แม่ป้อนนมในขณะที่ทารกง่วงนอนลูกกินนมมาก หรือดื่มให้น้อยกว่าที่ลูกต้องการและรีบพาทารกออกจากเต้าโดยไม่คายเต้าเอง อาจทำให้ทารกได้รับน้ำนมไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

การดูดนมอย่างไม่เหมาะสมเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจส่งผลให้การบริโภคนมไม่เพียงพอ และอาจทำให้คุณแม่มีอาการคัดเต้านม หรือเจ็บขณะให้นมได้เช่นกัน ส่งผลให้น้ำนมยังคงอยู่ในเต้านม ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน อาจนำไปสู่การติดเชื้อหรือการอุดตันของท่อน้ำนมได้ และมีปัญหากับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในภายหลัง นอกจากนี้ หากการระบายน้ำนมออกจากเต้านมไม่เพียงพอ เช่น ปล่อยให้เต้านมคัดตึงเป็นเวลานานและทารกดูดนมไม่หมด ซึ่งอาจส่งผลให้การผลิตน้ำนมลดลงด้วย

ให้อาหารอย่างอื่นกับลูก

ปัญหานี้มักเกิดขึ้นได้เมื่อคุณแม่ให้นมสูตรให้ลูก นมที่ปั๊มลงในขวดหรือกินอาหารอื่นในระยะแรกนอกจากการดูดนมจากเต้า เมื่อลูกของคุณชินกับอาหารเหล่านี้แล้ว ลูกจึงไม่อยากดื่มนมแม่และดูดนมน้อยลง ส่งผลให้ร่างกายของมารดาผลิตน้ำนมได้น้อยลงด้วย

ปัญหาสุขภาพและยาของแม่

มารดาที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคอ้วนระหว่างตั้งครรภ์ อินซูลิน เบาหวานไม่เพียงพอ โรคโลหิตจาง รกค้าง การคลอดก่อนกำหนด และมารดาที่มีท่อน้ำนมน้อยลงเนื่องจากการผ่าตัดเต้านมหรือมะเร็ง อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้น้อยลง

นอกจากนี้ การทานยาหรืออาหารเสริมบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิดและยาเม็ดซูโดอีเฟดรีน Pseudoephedrine อาจส่งผลต่อการผลิตน้ำนม

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

การผลิตน้ำนมเกิดจากการกระทำของฮอร์โมนหลายชนิด มีฮอร์โมนสำคัญ 2 ชนิด คือ ฮอร์โมนโปรแลคติน (Prolactin) เป็นฮอร์โมนที่ผลิตโดยต่อมใต้สมองส่วนหน้า ช่วยกระตุ้นการผลิตและการหลั่งน้ำนม และฮอร์โมนออกซิโทซินซึ่งผลิตโดยต่อมใต้สมองส่วนหลัง มันกระตุ้นการหดตัวและทำให้น้ำนมไหลออกมา การดูดนมของทารกจะช่วยกระตุ้นการผลิตและการปล่อยฮอร์โมนออกซิโทซิน

หากมารดามีความผิดปกติของฮอร์โมนในร่างกาย เช่น การได้รับยาที่มีสารโดปามีน จะส่งผลต่อการยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนโปรแลคติน และคุณแม่ที่เครียดหรือมีอาการเจ็บปวดทางร่างกายจะผลิตฮอร์โมน catecholamine (Catecholamines) ทำให้ร่างกายไปยับยั้งการหลั่งฮอร์โมน oxytocin ส่งผลให้ร่างกายผลิตและหลั่งน้ำนมน้อยลง

ปัจจัยอื่นๆ

ปัจจัยด้านพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ อาจทำให้ร่างกายของมารดาผลิตน้ำนมได้น้อยลง

เทคนิคเพิ่มน้ำนมให้คุณแม่มือใหม่

กลไกการหลั่งน้ำนมที่ดีที่สุดคือปล่อยให้ทารกดูดนมจากเต้าเต้านมบ่อยครั้งร่างกายจะผลิตน้ำนมมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 2– 3 สัปดาห์แรกหลังคลอด หากพบว่าทารกดูดนมจากเต้าไม่ได้หรือพบว่ามีน้ำนมน้อย โดยเฉพาะมารดาที่มีโรคประจำตัวหรือได้รับยาที่ส่งผลต่อการผลิตน้ำนม ปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัย ดูแลรักษาและปรับเปลี่ยนยา การบริโภค ซึ่งเป็นวิธีการที่ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง

นอกจากนี้การใช้เทคนิคกระตุ้นกลไกการหลั่งน้ำนมนอกจากจะให้นมลูกแล้ว เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่างกายผลิตน้ำนมแทน คุณแม่สามารถใช้เทคนิคต่อไปนี้:

  • นวดกระตุ้นน้ำนมด้วยการนวดค่อยๆ ถูบริเวณเต้านมก่อนและระหว่างให้นมลูกหรือขณะปั๊มนม จะช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนมได้ดีขึ้น
  • ปั๊มนมที่เหลืออยู่ในเต้าหลังให้นม โดยการปั๊มด้วยมือและแบบเครื่องกลเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยของเต้านมและกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมอย่างสม่ำเสมอ
  • ให้แม่และลูกได้สัมผัสกันทางผิวหนัง (Skin-to-Skin Contact) โดยให้แม่กอดลูกชิดหน้าอกโดยให้ผิวหนังแม่และผิวลูกสัมผัสกัน เป็นวิธีการกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนโปรแลคตินและอ็อกซิโตซิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการผลิตน้ำนม
  • ปั๊มด้วย Power Pumping วิธีการกระตุ้นน้ำนมโดยเลียนแบบการดูดของทารก เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำนมจากเต้า ซึ่งอาจกำหนดให้ปั๊มวันละ 2-3 ครั้งติดต่อกัน และแต่ละครั้งควรพักครั้งละ 5-10 นาที
  • รักษาสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ดื่มน้ำให้เพียงพอ งดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอและจัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสม
  • อย่าซื้อยาหรืออาหารเสริมมาเอง เว้นแต่จะได้รับคำสั่งจากแพทย์ เพราะยาบางชนิดอาจส่งผลต่อการหลั่งน้ำนม ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็ก

ปัญหาน้ำนมน้อยอาจทำให้คุณแม่หลาย ๆ คนเครียดและกังวล หากมีปัญหาเรื่องน้ำนมไม่เพียงพอหรือเด็กไม่ยอมให้นมลูก ควรไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและรักษา อาจใช้วิธีอื่นเพื่อกระตุ้นน้ำนมแม่ควบคู่กันไป เช่น การเปลี่ยนวิธีการป้อนนม ปรับเปลี่ยนยาที่คุณกำลังใช้และดูแลสุขภาพของแม่ให้ดี จะช่วยให้คุณแม่หมดกังวลเรื่องปัญหาน้ำนมน้อย และช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโตตามวัยที่สมบูรณ์

.
ที่มาข้อมูล