in

ปลอดภัยง่าย…สไตล์สิงห์นักบิด

ปลอดภัยง่าย…สไตล์สิงห์นักบิด

ปลอดภัยง่าย…สไตล์นักปั่น

“หนังหุ้มเหล็ก” เป็นคำอุปมาสำหรับการเดินทางโดยรถจักรยานยนต์ ที่สามารถเข้าใจได้ทันทีถึงความเสี่ยงของการขับรถอันตรายจากข้อมูลอุบัติเหตุจราจรในแต่ละปีพบว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรเฉลี่ย 13,000 รายต่อปี อุบัติเหตุที่เกิดจากรถจักรยานยนต์มากกว่า 8,000 ครั้ง ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ในช่วง 15-45 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงอายุของคนทำงานที่เป็นกำลังหลักของประเทศ มีความสำคัญยิ่งต่อผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ทุกคนควรรู้ว่าทำไม และวิธีป้องกันอุบัติเหตุเหล่านี้อย่างถูกต้อง

สาเหตุ
สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์มี 4 สาเหตุ ได้แก่

1. การขับรถจักรยานยนต์โดยประมาท ไม่เคารพกฎจราจร ละเว้นสัญญาณไฟจราจร ขับรถฝ่าไฟแดง ถอยหลัง และขับหลังรถในระยะใกล้ (เปลี่ยนเกียร์ถอยหลัง) ซึ่งการจี้ท้ายรถถือเป็นพฤติกรรมการขับขี่ที่ผิดจรรยาบรรณ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย แต่พฤติกรรมแบบนี้มีให้เห็นทุกที่ตามท้องถนนทั่วประเทศ

2. สภาพพื้นผิวการจราจรและสภาพแวดล้อมโดยรอบผู้ขับขี่ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายโดยเฉพาะในเวลากลางคืน เช่น ทรายจำนวนหนึ่งตกลงมาบนถนน อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ หากผู้ขับขี่ขับด้วยความเร็วสูงหรือเบรกกะทันหัน รวมทั้งรถบรรทุกพ่วงที่มักจะจอดข้างถนนในตอนกลางคืนโดยไม่มีไฟกะพริบหรือแผ่นสะท้อนแสงที่ท้ายรถอาจทำให้เกิดโศกนาฏกรรมได้

3. การดื่มแอลกอฮอล์โดยผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ถือเป็นประเด็นใหญ่ที่เสี่ยงทั้งคนขับ และผู้ใช้ร่วมที่ใช้ถนนเส้นเดียวกันกับแอลกอฮอล์ ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันที ทำให้ก้าวร้าวฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรได้ง่ายกว่าปกติ ยังพบว่า ผู้ขับขี่ที่ดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บจะรุนแรงกว่าผู้ที่ไม่ดื่มสุรา เพราะพวกเขาไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ในเสี้ยววินาทีของอุบัติเหตุ

4. การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้ถึง 2 เท่า เพราะในขณะที่คนขับกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ จะจดจ่อกับการขับรถน้อยลง ทำให้ความจำเหตุการณ์ที่มองเห็นได้สั้นลง 2 เท่า มีแนวโน้มว่าจะไม่เห็นสัญญาณไฟจราจร การเคลื่อนไหวของดวงตาจะลดลงชั่วครู่ และความสามารถในการบังคับทิศทางของรถ สิ่งกีดขวางก็จะลดลงด้วย

การป้องกัน
เหตุผลจากข้อดีของรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก สามารถเคลื่อนที่ได้แม้ในสภาพการจราจรคับคั่ง ช่วยลดเวลาในการเดินทางได้อย่างมาก บวกกับต้นทุนต่ำและค่าบำรุงรักษา ไม่เปลืองพลังงานมาก ทำให้มอเตอร์ไซค์เป็นที่นิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือในชนบท หากมองในมุมที่ตรงกันข้าม รถจักรยานยนต์ก็มีข้อเสียในการทรงตัวเช่นกัน เนื่องจากมีเพียง 2 ล้อเท่านั้น จึงจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องใส่ใจในการป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากรถจักรยานยนต์ ดังนี้

1. ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องไม่ขับเร็วเกินกฎหมายกำหนดและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ต้องมีความรู้ในการแก้ปัญหาการขับขี่ควบคู่ไปกับมารยาทในการขับขี่ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทาง

2. สภาพรถจักรยานยนต์ ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ต้องตรวจสอบสภาพรถเสมอ อุปกรณ์ทั้งหมดต้องพร้อมเมื่อออกถนน เช่น เบรกมือ เบรกเท้า ไฟสูง ไฟต่ำ ไฟเบรก ไฟเลี้ยว แตร รถจักรยานยนต์ที่เสียหายมีแนวโน้มที่จะเกิดอุบัติเหตุ

3.สภาพผิวถนนที่ใช้ในการสัญจร จะต้องอยู่ในสภาพที่คงสภาพไว้ จะต้องติดตั้งป้ายจราจรในลักษณะที่มองเห็นได้ชัดเจน

4. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเป็นผู้ควบคุมการจราจรบนท้องถนน การจับกุมต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ยุติธรรมและเท่าเทียมกัน เพื่อแจ้งให้ผู้ขับขี่เข้าใจเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุด้วย

เปิดไฟ…ใส่หมวก
“เปิดไฟ…ใส่หมวก” ช่วยลดอุบัติเหตุได้จริงหรือ?

เปิดไฟหน้าตอนกลางวัน เพื่อเป็นการเพิ่มมุมมองให้ผู้อื่นเห็นรถมอเตอร์ไซค์ของเราได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้ที่สัญจรไปมาบนถนนจะมองเห็นได้ง่ายกว่าบนรถจักรยานยนต์เมื่อเปิดไฟหน้า ไม่ว่าจะขับรถชนกันหรือขับตามหลัง การเปิดไฟหน้าระหว่างวันจะทำให้ผู้ขี่มอเตอร์ไซค์มองเห็นแสงในทิศทางของรถจักรยานยนต์ได้ ทันทีด้วยการสังเกตสีของไฟ หากไฟเป็นสีขาวแสดงว่ารถกำลังเข้าใกล้ หากไฟเป็นสีแดง แสดงว่ารถกำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน

สวมหมวกกันน็อค หากผู้ขี่สวมหมวกนิรภัยมาตรฐาน เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ศีรษะของผู้ขับขี่จะไม่ได้รับผลกระทบจากพื้นผิวถนนโดยตรง เพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนั้น

.
ที่มาข้อมูล