in

ปราณยามะ (9)

ปราณยามะ (9)

ปราณยามะ (9) ส่วนสุดท้ายของปราณยามะ

โดยสรุปนี้ เราเน้นว่าสาระสำคัญของปราณยามะคือ “ช่องว่างระหว่างการหายใจเข้าและหายใจออกคือการหยุดหายใจ” หากคุณตัดสินใจที่จะลงไป เราสามารถพูดได้ว่า การฝึกหายใจแบบต่างๆ ของโยคะในท้ายที่สุดจะสร้างสภาวะหายใจไม่ออกเป็นระยะเวลานาน ร่างกายนั่งสงบลมหายใจหยุด จิตจะสงบและมีสมาธิ ซึ่งเป็นเป้าหมายของโยคะ จะเห็นได้ว่าธรรมชาติของปราณยามะคือการหายใจช้า มีอากาศน้อยลง (ย้ำอีกครั้งว่าปราณยามะเติมออกซิเจนในร่างกายไม่มากอย่างที่หลายคนเข้าใจ) บางคนอาจกังวลว่าปราณยามะจะส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจเพราะเราจะหายใจไม่สะดวกหรือไม่ ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากเทคนิคปราณยามะทั้งหมดไม่ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนในร่างกายจนเป็นอันตราย (การปีนยอดเขาสูง อาจได้รับอันตรายจากการขาดออกซิเจน มากกว่าการฝึกปราณยามะ)

แต่ทั้งสองอย่างและทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่าเราฝึกปราณยามะโดยพลการ อย่างที่ทราบกันดีว่ามีเทคนิคโยคะหลายระดับ เริ่มแรกเราฝึกอาสนะที่เป็นรูปธรรม จากนั้นเรามาฝึกปราณยามะกัน ที่ดูเป็นนามธรรม เป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ของปราณายามะนั่นเอง ที่ทำให้เราต้องฝึกด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ในการฝึกอาสนะ หากเราทำมากเกินไปจะทำให้ปวดกล้ามเนื้อ และหยุดทำทันทีก่อนเกิดภัยแต่ในการปฏิบัติของปราณยามะ หากเราทำไม่ถูกต้อง เราอาจจะไม่รู้และก่อให้เกิดอันตรายในภายหลังได้ นั่นหมายถึง นักอ่านที่สนใจจะปฏิบัติควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามตำราเรียน ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ ตำราหฐโยคะยังเตือนว่า หากฝึกผิดอาจทำให้ผู้ปฏิบัติเป็นบ้าได้!

เราได้รู้จักแบบฝึกหัดการหายใจมากมาย วิธีการเริ่มต้นด้วยการติดตามการหายใจของคุณในชีวิตประจำวัน การหายใจทางช่องท้อง การหายใจออก การหายใจออกจะนานเป็นสองเท่าของการหายใจเข้า เทคนิคปราณยามะเหตุการณ์ อนุโลมา วิลโลมา เทคนิคเหล่านี้ ทั้งหมดนั้นทำให้การหายใจช้าลงและในที่สุดก็นำเราไปสู่เป้าหมายสุดท้าย ปราณยามะ สภาวะของช่องว่างระหว่างลมหายใจ ที่บางตำราเรียกว่า กุมภกะ

.
ที่มาข้อมูล