in

ปราณยามะ (6) ประโยชน์ของปราณยามะ

ปราณยามะ (6) ประโยชน์ของปราณยามะ

ปราณยามะ (6) ประโยชน์ของปราณยามะ

จากที่เราพูดถึง ปราณายามะไม่ใช่การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกาย แต่ทำให้หายใจช้าลง หายใจน้อยลง ถ้าไม่ใช่เพื่อออกซิเจน แล้วทำไมเราต้องฝึกปราณยามะ? หรือเราได้ประโยชน์อะไรจากการฝึกฝน? หนังสือเรียนปราณยามะที่เขียนโดย Swami Kulwanyanan จากสถาบัน Kaiwanayadham Institute อธิบายว่าประโยชน์ทางกายภาพของการฝึกหายใจคือการเพิ่มความยืดหยุ่นของปอด และพัฒนากล้ามเนื้อและระบบทางเดินหายใจให้แข็งแรงไม่เพียงเท่านั้น ในตำรายังบรรยายประโยชน์ของปราณยามะต่อร่างกายในระบบอื่นๆ ได้แก่

1. ระบบขับถ่าย
– เป็นการนวดไต (ปัสสาวะ)
– เป็นการนวดลำไส้ (อุจจาระ) คล้ายกับอาการท้องผูก
– เสริมสร้างเส้นประสาทที่กระตุ้นกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่าย

2. ระบบย่อยอาหาร
– เป็นการนวดท้อง
– นวดบรรเทาปัญหาระบบต่างๆ เช่น โรคกรดในกระเพาะ โรคกระเพาะ
– เป็นการนวดตับอ่อน
– เป็นการนวดตับ

3. ระบบหัวใจและหลอดเลือด
– ช่วยนวดหัวใจให้แข็งแรง
– ทำให้การหล่อเลี้ยงกระแสเลือดเพิ่มขึ้น

4. ระบบต่อมไร้ท่อ
เมื่อเลือดไหลเวียนดีขึ้น ระบบต่อมไร้ท่อก็จะทำงานได้ดีขึ้นเช่นกัน

5. ระบบประสาท
– ปราณายามะเสริมสร้างรากของเส้นประสาทไขสันหลัง
– ปราณยามะช่วยพัฒนาประสาทขี้สงสาร

6. จิตวิทยา
เมื่อระบบต่อมไร้ท่อและระบบประสาทที่ดี ก็จะส่งผลให้อารมณ์และอารมณ์ดีขึ้น

เป็นเช่นนี้ เพราะการฝึกปราณยามะเกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อซี่โครง กล้ามเนื้อไดอะแฟรมและกล้ามเนื้อหน้าท้องซึ่งส่งผลให้มีการนวดอวัยวะภายใน ทั้งช่องอกและช่องท้องทำให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย การฝึกปราณยามะในตอนเช้าเพียง 10 นาทีนั้นดีต่อสุขภาพของคุณตลอดทั้งวัน ตำรายังสรุปว่าปราณยามะมีประโยชน์มากกว่าการออกกำลังกายแบบอื่นถึงร้อยเท่า

เทคนิคการฝึกปราณยามะในครั้งนี้คือ กปาลาบาติ
คำ “กะปาลา” มาจากคำว่า หัว แปลว่า หัวบาติ แปลว่า ส่องแสงเจิดจ้า กาปาลาบาติ จึงหมายถึงการเปิดรอบศีรษะ นี่เป็นผลมาจากการฝึกหายใจนี้ Kapalabati ไม่ใช่ปราณยามะเลย ตามตำรา เป็นเทคนิคในการชำระระบบทางเดินหายใจ (เรียกว่า กริยา) การเตรียมร่างกายให้พร้อมฝึกปราณยามะ

หลักการอบรม
เป็นเพียงการหายใจทางช่องท้อง ห้ามใช้กล้ามเนื้อซี่โครง ผู้ปฏิบัติหายใจออกอย่างรวดเร็ว ทำเป็นจังหวะ ทำสม่ำเสมอ ไม่ต้องสนใจการหายใจเข้า การหายใจเข้าจะเป็นไปโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องหายใจเข้าลึกๆ

กระบวนการ

  • ฝึกสมาธิได้ทุกท่า แต่จะเสียการฝึกฝนจากวัชระอาสนะหรือปทุมอาสนะ
  • หายใจออกท้องจะยุบและพักผ่อน (ลมหายใจตอนเช้าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ) ใช้เวลาประมาณ 1 วินาที
  • เน้นเฉพาะการหายใจออก รู้สึกเหมือนเรากำลังหายใจออก

.
ที่มาข้อมูล