in

ปราณยามะ 5

ปราณยามะ 5

ปราณยามะ 5

เราได้กล่าวถึงพื้นฐานของการหายใจในหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็นกลไกการหายใจอัตโนมัติ ทำความรู้จักกับการหายใจของทรวงอก (ใช้กล้ามเนื้อซี่โครงในการหายใจ) การหายใจช่องท้อง (ใช้กล้ามเนื้อกะบังลม) ทีนี้มาเข้าสู่ปราณยามะกัน การหายใจ หมายถึงลมหายใจ ยามะ แปลว่า ควบคุม ดังนั้น ปราณยามะ หมายถึงการควบคุมการหายใจ คำถามที่เราควรเข้าใจจริงๆ คือ Yoga Breathing For คืออะไร? แม้จะกล่าวไปแล้วในฉบับที่ 290 ข้าพเจ้าขอพูดซ้ำอีกครั้ง โยคีฝึกปราณยามะโดยหวังว่าจะควบคุม “จิตใจ” ของตนเองได้ (ซึ่งควบคุมได้ยาก) ดังนั้นปราณายามะจึงไม่ใช่การฝึกเติมอากาศ เติมออกซิเจนให้ร่างกาย

ตรงกันข้ามปราณยามะถูกฝึกเพื่อลดอากาศเข้าสู่ร่างกาย ดังที่ปตัญชลีโยคะพระสูตร (PYS)1 อธิบายว่า: ปราณยามะเป็นช่องว่างระหว่างการหายใจเข้า แล้วหายใจออกหรือหยุดหายใจ” (PYS 2.49) เพราะโยคะเชื่อว่าในช่องว่างนี้ ร่างกายของเราสงบ (เพราะเราฝึกอาสนะจนร่างกายนั่งนิ่ง) ลมหายใจของเราก็สงบ (ในขณะที่เรากำลังฝึกปราณยามะ) ผลที่ได้คือจิตใจที่สงบ (เราไม่สามารถฝึกจิตโดยตรงได้ ดังนั้นเราต้องอาศัยมันผ่านการควบคุมการหายใจ) ดังที่ได้อธิบายไว้ในโยคะสูตร “ด้วยการฝึกปราณยามะควบคุมลมปราณเข้าออก ควบคุมการหยุดหายใจ จิตจะเบิกบานและสงบ” “(หลังจากนั้น) จิตก็พร้อมที่จะเข้าสู่สมาธิ” (PYS 2.53)

เทคนิคปราณายามะมีหลายประเภท แม้จะมีรายละเอียดต่างกัน แต่ก็มีหลักการเหมือนกัน คือ การหายใจช้าๆ การหายใจช้าๆ นี้เกิดจากการควบคุม ซึ่งทำได้ 2 กรณีคือ

1. ควบคุมอัตราส่วนการหายใจ

2. สร้างสิ่งกีดขวางทางเดินหายใจ

ในการสร้างอุปสรรค อุปสรรคมักจะทำในสองด้าน:

1. ที่ปลายจมูก

2. ที่บริเวณคอ (ฝากล่องเสียง)

ปตัญชลียังกล่าวถึงการฝึกปราณยามะดังนี้ ปราณยามะมี 3 ขั้นตอน คือ หายใจเข้า หายใจออก หยุดหายใจ ทั้งหมดทำในจังหวะที่แน่นอน จังหวะที่สม่ำเสมอ มันค่อยๆ ยาวขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ เพิ่มจำนวนรอบ” (PYS 2.50) ก่อนเริ่มฝึกปราณยามะ จำไว้ว่าการควบคุมการหายใจเป็นเทคนิคที่ละเอียดอ่อนกว่าอาสนะ อาสนะเป็นเรื่องเกี่ยวกับระบบประสาทส่วนกลางที่เราควบคุมได้ ปราณยามะเชื่อมโยงกับระบบประสาทอัตโนมัติกลุ่มที่ซับซ้อนกว่ามาก คำแนะนำของเราคือ ฝึกปราณยามะด้วยความเอาใจใส่อย่างยิ่ง ให้ฝึกทีละขั้น ทีละน้อย ถ้ารู้สึกอึดอัดต้องหยุดทันที ห้ามบังคับตัวเองเด็ดขาด จำไว้ว่าเรากำลังฝึกปราณยามะเพื่อทำให้ตัวเองดีขึ้น ไม่ทำให้ตัวเองแย่ลง หรือแม้แต่ทำร้ายตัวเอง ที่สำคัญ ฝึกปราณยามะในสถานที่และเวลาที่กำหนดเท่านั้น หนังสือเรียนหฐปฏิกะโยคะ (HP)2 ระบุว่า “คุณสามารถฝึกปราณยามะ (ไม่เกิน) วันละ 4 รอบ เช้า เที่ยง เย็น และเที่ยงคืน” (PH 2.11) กล่าวคือ ฝึกปราณยามะเฉพาะในสถานที่ที่กำหนดสำหรับการฝึกเท่านั้น ฝึกปราณยามะตามเวลาที่กำหนดเท่านั้น ไม่ overtraining ไม่คิดอยากฝึกปฏิบัติ เพราะมันอาจส่งผลเสียต่อผู้ปฏิบัติได้ (ในเวลาปกติ มนุษย์ควรหายใจอย่างเป็นธรรมชาติ หายใจเข้าโดยอัตโนมัติ) การบ้านของปัญหานี้เมื่อเราทราบว่า การฝึกปราณยามะรูปแบบหนึ่งคือการควบคุมอัตราส่วนของลมหายใจ เบื้องต้นสำหรับผู้ที่สนใจปราณยามะให้ลองฝึกปฏิบัติดังนี้ครับ

1. กำหนดเวลาที่แน่นอนสำหรับการฝึกปราณยามะ เช่น ตอนเช้าหลังจากที่เราฝึกอาสนะเสร็จ และผ่อนคลายในตำแหน่งงานศพเป็นเวลา 10 นาทีแล้ว หรือบางคนอาจกำหนดเวลาฝึกปราณยามะในตอนเย็นก่อนนอน

2. ฝึกอาสนะเพื่อการทำสมาธิ แบบฝึกหัดการหายใจหน้าท้อง (หายใจเข้าในช่องท้อง หายใจออก หน้าท้องแบนราบ) หรือหายใจด้วยหน้าอก (หายใจเข้าทางหน้าอก หายใจออก ปิดหน้าอก) โดยควบคุมอัตราส่วนการหายใจ เริ่มต้นด้วยอัตราส่วน 1 ต่อ 1 (หายใจเข้านานแค่ไหน หายใจออกในระยะเวลาเท่ากัน)

3. คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ไม่เชื่อฟังเด็ดขาด หลักการสังเกตว่าเราบังคับตัวเองมากเกินไปหรือไม่ มาดูกันว่าเราสามารถฝึกทำ 10 ครั้งติดต่อกันได้โดยไม่อึดอัด หากน้อยกว่า 10 ครั้ง แสดงว่าการฝึกฝนมากเกินไปสำหรับเรา

4. อย่าคิดมาก ฝึกครั้งละไม่เกิน 10 นาทีก็พอ กุญแจสู่การได้รับประโยชน์จากปราณยามะ (และทุกเทคนิคของโยคะ) คือความสม่ำเสมอ ต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่หยุด และด้วยความจริงใจ

5. ค่อยๆเพิ่มจำนวนเงินโดยอ้างอิงจากตารางดังนี้

1 PYS = หนังสือ Yoga Sutra ซึ่งรวบรวมโดย Maharishi Patanjali (ตัวอย่าง PYS 2.49 = มาตรา 2 ประโยค 49)
2 PYS = หนังสือโยคะหฐปฏิกะ (ตัวอย่าง HP 2.11 = บทที่ 2 ประโยค 11)

.
ที่มาข้อมูล