in

ปราณยามะ (4) ในโลกนี้ ไม่มีใครหายใจผิด

ปราณยามะ (4) ในโลกนี้ ไม่มีใครหายใจผิด

ปราณยามะ (4) ในโลกนี้ไม่มีใครหายใจผิด

ระยะหลังเริ่มสอนการหายใจ คำถามที่ฉันถูกถามทุกครั้งคือ “ฉัน/ฉันหายใจผิด ฉันควรทำอย่างไร” ก่อนที่บทความยาวเกี่ยวกับปราณยามะจะดำเนินต่อไป เรื่องนี้ขออนุญาติทำความเข้าใจปัญหา “การหายใจผิด” ครั้งแรกในโยคะเมื่อสอนการหายใจ ครูมักแนะนำให้นักเรียนรู้จักการหายใจอัตโนมัติ การหายใจอัตโนมัตินี้ ตามทฤษฎี ร่างกายหายใจเอง โดยใช้กล้ามเนื้อซี่โครงและกล้ามเนื้อกะบังลมในการหายใจ เมื่อเราสังเกตการหายใจอัตโนมัติ เราจะรู้สึกว่าหน้าอกกระพือปีกเบาๆ ท้องบวมเล็กน้อยตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม นักเรียนบางคนเฝ้ามองตัวเองหายใจโดยอัตโนมัติ อาจรู้สึกเพียงส่วนเดียว เช่น รู้สึกชัดเฉพาะหน้าอกสั่น หรือรู้สึกชัดเจนเฉพาะท้องพอง-ยุบ คือ ร่างกายใช้กล้ามเนื้ออะไร? ส่วนเดียวในการหายใจคือกังวลว่าการหายใจผิดเอง

มาทำความเข้าใจในที่นี้ก่อน นั่นคือ หายใจไม่ผิด หากเป็นเรื่องจริง คนที่หายใจผิดคงตายไปแล้ว มุมมองของคำว่า “ผิด” ไม่ดีเลย เพราะไม่จริง ยังบ่อนทำลายความรู้สึกของตัวเอง จำได้ไหมว่าโยคะกระตุ้นให้เรามองโลกในแง่ดีอย่างไร? ที่ระบบอัตโนมัติของเราใช้กล้ามเนื้อเพียงตัวเดียวในการหายใจ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ปัจจัยที่มองเห็นได้ง่ายคืออารมณ์ เช่น หากเรากำลังผ่อนคลายอยู่ในขณะนั้น เราอาจรู้สึกว่าท้องอืด-ยุบอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว หากในขณะนั้นเรารู้สึกตื่นเต้น เราอาจรู้สึกหน้าอกสั่นๆ ชัดขึ้น ซึ่งเมื่ออารมณ์ของเราเปลี่ยนไป รูปแบบของการหายใจอัตโนมัติก็จะเปลี่ยนไปเช่นกัน (ลองดูสิ) ดังนั้น แทนที่จะกังวลว่าคุณกำลังหายใจถูกหรือผิด เราควรสังเกตลมหายใจของเราอยู่เสมอ รู้จักลมหายใจของเราและศึกษาให้เข้าใจลมหายใจของเรามากขึ้น (การศึกษาก็เป็นลักษณะของโยคีเช่นกัน) เมื่อเรารู้จักลมหายใจของเราดีเพียงพอ เมื่อมีคนให้คำแนะนำเกี่ยวกับการหายใจ เราจะสามารถไตร่ตรองการวิเคราะห์ได้ สังเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นได้ดีขึ้น (ข้าพเจ้าขอย้ำว่าควรศึกษาโยคะตามกาลามะสูตร คือ ไตร่ตรองก่อนจะเชื่อ)

อีกประเภทหนึ่ง นักเรียนบางคนไม่ค่อยตระหนักถึงการหายใจอัตโนมัติ (แล้วก็กังวลว่าหายใจผิด) ข้อมูลอีกชิ้นหนึ่งที่เราควรรู้ก็คือการหายใจอัตโนมัติของมนุษย์นั้นเบา เพราะโดยปกติเราไม่ต้องการอากาศมากนัก ปริมาณการหายใจเข้าอัตโนมัตินี้มีเพียง 1 ใน 6 ซึ่งประมาณ 500 ซีซี (เรียกว่าปริมาตรไทดอล) เมื่อเทียบกับการหายใจเข้าเต็มที่ ซึ่งจะได้อากาศประมาณ 3,000-3,500 ซีซี

โดยสรุป ก่อนที่เราจะเรียนรู้เทคนิคปราณยามะ เราควรเริ่มต้นด้วยทัศนคติที่ถูกต้อง กล่าวคือ มีทัศนคติต่อตนเองว่า มนุษย์มีศักยภาพที่จะทำให้ระบบทางเดินหายใจของพวกเขาเป็นปกติ วันนี้โลกเต็มไปด้วยมืออาชีพ ที่คอยให้คำแนะนำและให้ข้อมูลมากมายจนบางครั้งเล่นเอาเราเอาข้อมูลคนไปสับสนจนประเมินสัญชาตญาณชีวิตตัวเองต่ำเกินไปซึ่งขัดกับหลักการของโยคะที่เชื่อในศักยภาพของมนุษย์ในตัวเองเป็นสำคัญ คราวนี้มากัน ดูการควบคุมลมหายใจหรือปราณยามะ หลังจากที่ครูแนะนำนักเรียนให้รู้จักระบบการหายใจอัตโนมัติ จากนั้นครูให้นักเรียนพยายามควบคุมการหายใจ เช่น เทคนิคการหายใจหน้าท้อง นี่คือจุดที่เราตั้งใจจะใช้กล้ามเนื้อกะบังลมเป็นหลัก นักเรียนบางคน หลังจากฝึกหายใจท้องแล้วรู้สึกดี (การหายใจด้วยท้องทันทีทำให้ผู้ปฏิบัติรู้สึกผ่อนคลาย) ชอบแล้วคิดไปไกล ในอดีตเขาหายใจผิดมาโดยตลอด ในกรณีนี้ ผู้เขียนมองว่าแนวคิดนี้เป็นความสับสน โดยนำเรื่องราวสองเรื่องมาปะปนกัน

การหายใจอัตโนมัติด้วยการควบคุมลมหายใจมีบทบาทที่แตกต่างกัน มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน กลไกการหายใจอัตโนมัติมีหน้าที่ในการหายใจของเราตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เราไม่สนใจการหายใจ และระบบอัตโนมัตินี้ทำงานตามปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา สิ่งที่เราทำได้คือสังเกต ส่วนควบคุมลมหายใจ คือ การที่เราตั้งใจหายใจให้อยู่ในรูปแบบที่กำหนดไว้ เช่น ต้องใช้กล้ามเนื้อส่วนใด ควรปฏิบัติในตำแหน่งใด? เมื่อใดควรฝึก รวมถึงวิธีคาดหวังผลลัพธ์เฉพาะในกรณีอื่น นักเรียนบางคนอาจไม่สามารถควบคุมการหายใจได้ตามที่กำหนด หรือทำได้ไม่ดีนัก เช่น ในเทคนิคการหายใจทางช่องท้อง บางคนหายใจเข้าไม่สะดวก หายใจออกท้องแบน บางคนถึงกับทำตรงกันข้าม หายใจเข้า ท้องแบน หายใจออก ท้องป่อง นักเรียนกลุ่มนี้กังวลว่าหายใจผิด ที่ไม่เป็นเช่นนั้น

ผู้ที่ไม่สามารถฝึกการหายใจในช่องท้องได้อาจเกิดจากกล้ามเนื้อกะบังลมไม่แข็งแรง เมื่อมาปฏิบัติแล้วทำไม่ได้ แต่ควรสรุปว่ากล้ามเนื้อกะบังลมอ่อนแรงผิดไหม? สำหรับคนกลุ่มนี้ก็แค่หมั่นฝึกฝน (เพราะว่าโยคะเป็นศาสตร์แห่งการฝึกฝน) และเมื่อฝึกกล้ามเนื้อกะบังลมก็จะพัฒนาเอง บางคนไม่สามารถหายใจด้วยท้องของพวกเขา เพราะพวกเขาคุ้นเคยกับการใช้กล้ามเนื้อซี่โครงในการหายใจเช่นกัน ไม่ใช่เรื่องของการหายใจผิด เมื่อเรียนรู้การใช้กล้ามเนื้อกะบังลม เราฝึกฝนมากขึ้น นั่นคือทั้งหมด โยคะเป็นศาสตร์แห่งการเรียนรู้ด้วยตนเอง การฝึกตนเอง ซึ่งนำมาซึ่งการปลดปล่อยศักยภาพภายในของคุณ รู้จักโยคะมากขึ้นจะเข้าใจตัวเองรักตัวเองมากขึ้น

.
ที่มาข้อมูล