in

ประโยชน์จาก “ปลากระป๋อง” กินอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

ประโยชน์จาก “ปลากระป๋อง” กินอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

ประโยชน์ของ “ปลากระป๋อง” กินอย่างไรให้สุขภาพดี

อาหารกระป๋องไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเสมอไป หากกินอย่างถูกวิธี เราก็ได้ประโยชน์ จากปลากระป๋องอีกด้วย

อาหารกระป๋องส่วนใหญ่ไม่ถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการ แต่แท้จริงแล้วสำหรับ “ปลากระป๋อง” นั้น คุณค่าทางโภชนาการที่มีอยู่ในเนื้อปลานั้นยังคงอยู่ และถือเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่ให้สารอาหารแก่ร่างกายได้ดีในยามฉุกเฉิน

แต่ปลากระป๋องมีทั้งประโยชน์และโทษในตัวเอง ดังนั้น หากเราเลือกกินให้ถูกวิธี เราจะเลือกส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ส่วนผสมปลากระป๋อง

  • ปลาทะเล เช่น ทูน่า โบนิโต ซาร์ดีน แมคเคอเรล
  • ซอสมะเขือเทศ
  • น้ำมันปลา
  • น้ำเกลือ

ฯลฯ

คุณค่าทางโภชนาการของปลากระป๋อง

  • โปรตีน

ปลากระป๋องเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและบำรุงร่างกายในส่วนที่สึกหรอ

  • โอเมก้า 3

จากปลาทะเล บำรุงสมอง ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

  • ทอรีน

ช่วยในการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และเกล็ดเลือด หากเด็กได้รับทอรีนไม่เพียงพอ อาจส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองโดยเฉพาะเด็กที่ดื่มนมวัว

ทอรีนยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือด ช่วยขับคอเลสเตอรอลตัวร้ายออกจากร่างกาย ช่วยป้องกันตับอักเสบ ช่วยควบคุมน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้อย่างราบรื่นและช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้า

  • กรดลิโนเลอิค

ลดการเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือด บำรุงสมอง ป้องกันภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

นอกจากนี้ยังมีสารอาหารเช่น ไขมัน แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม สังกะสี ทองแดง แมงกานีส วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค วิตามิน B6 วิตามิน B9 และวิตามิน B12 ซึ่งช่วยบำรุงกระดูก

และปลากระป๋อง ก็เป็นปลาที่เรามีทั้งกระดูก ได้รับสารอาหารมากกว่าการรับประทานปลาเพียงอย่างเดียวอีกด้วย

  • ไลโคปีน

จากซอสมะเขือเทศอุ่น ต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคกระดูกพรุน

ภัยร้ายของปลากระป๋อง

แม้ว่าปลากระป๋องจะมีสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย อย่างไรก็ตาม พบว่าเครื่องปรุงรสในปลากระป๋องมีปริมาณโซเดียมสูง อ้างจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่าปลากระป๋อง 85 กรัมหนึ่งกระป๋องมีโซเดียมถึง 300 มิลลิกรัมหรือหนึ่งในเจ็ดของความต้องการในชีวิตประจำวันของร่างกาย การกินมากเกินไปเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไตและโรคเรื้อรังต่างๆ

อาจมีอันตรายจาก “ฮีสตามีน” ที่เกิดจากแบคทีเรียที่ย่อยกรดอะมิโนในปลา ระหว่างการขนส่งและการเก็บรักษาปลาทะเลซึ่งบางครั้งความเย็นอาจไม่เพียงพอ มักพบในปลาทูน่า ปลาลาย ปลาซาร์ดีน และปลาแมคเคอเรล ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของปลากระป๋อง

วิไลลักษณ์ ศรีสุระ นักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญ สำนักโภชนาการ กรมอนามัย ระบุ การกินปลาที่มีสารฮีสตามีนมากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม อาจส่งผลต่อสุขภาพโดยเฉพาะกับผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง

“คนที่ควรระวังคือผู้ที่แพ้อาหารทะเล ผู้สูงอายุ และเด็ก ซึ่งในวัยนี้ไม่จำเป็นต้องกินปลากระป๋อง รวมถึงผู้ที่แพ้อาหารทะเลบางชนิดก็ต้องระวัง ส่วนอาการแพ้ก็ ขึ้นอยู่มากในการบริโภค คือ มีผื่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง และท้องร่วง”

กินปลากระป๋องอย่างไรให้มีประโยชน์และปลอดภัย

  1. ไม่กินมากเกินไปหรือบ่อยเกินไป ควรเลือกโปรตีนเมื่อจำเป็น ไม่ควรรับประทานเกิน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
  2. อย่าเลือกกินปลาตัวเดิมซ้ำๆ ควรเปลี่ยนปลาบางชนิด
  3. อย่าใส่เครื่องปรุงรสเค็มมากเกินไป หรือไม่ต้องเติมเกลือ เพราะปริมาณโซเดียมค่อนข้างสูงอยู่แล้ว
  4. เพิ่มผักอื่น ๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของการปรุงอาหาร
  5. เลือกกระป๋องปลากระป๋องที่ไม่บุบสลาย ไม่บิดเบี้ยว ไม่รั่วซึมหรือขึ้นสนิม และสังเกตวันหมดอายุก่อนรับประทานอาหาร
  6. หากรู้สึกว่ารสชาติ สี และกลิ่นไม่ปกติก็ไม่ควรรับประทาน

.
ที่มาข้อมูล