in

ประหยัดค่ายาได้อย่างไร

ประหยัดค่ายาได้อย่างไร

คำถาม ฉันสามารถประหยัดเงินค่ายาได้อย่างไร?

ค่ายาเป็นปัญหาสำคัญประการหนึ่งในการรักษาโรค

ในแต่ละวัน โลกมนุษย์จะมียาชนิดใหม่ มาใช้ในการรักษาโรคต่างๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้คนรุ่นใหม่มีทางเลือกในการรักษาด้วยยามากขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและอายุยืนยาวขึ้น แต่ท่ามกลางข่าวดีเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนายาตัวใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการรักษาพยาบาล

สิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกับยารักษาแบบใหม่คือราคาของยาที่แพงขึ้นทุกวัน ตัวยาใหม่ ยิ่งราคาสูง เช่น ยาทำให้เลือดบางลง เม็ดเดียวราคาประมาณ 50 บาท (จนคนไข้หลายคนอุทานว่าแพงกว่าค่าอาหารแต่ละมื้อ…จนต้องใช้ยาด้วยความระมัดระวัง…ไม่กล้าทำหาย…เพราะมันแพงมาก !!!) หรือยารักษามะเร็ง ซึ่งได้คิดค้นยาใหม่ๆ ขึ้นมากเช่นกัน ส่วนหนึ่งจะช่วยช่วยชีวิตผู้ป่วยให้ทนทุกข์ได้น้อยลง และช่วยยืดอายุขัย แต่ราคายารักษามะเร็งก็สูงขึ้นด้วย จนบางครั้งการรักษามะเร็งต้องใช้เงินหลายหมื่นหรือหลายแสน ฯลฯ

ราคาของยานี้ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นปัญหาและอุปสรรคในการรักษา บางคนต้องขายที่ดินและขายที่นาเพื่อรักษาโรค บางคนต้องกู้หนี้มาจ่ายค่ายา ถ้าหายก็หาย (ถ้าไม่หายก็ตาย) หลายคนที่หายจากปัญหาสุขภาพแต่ต้องกลับไปแก้ปัญหาเรื่องเงินอย่างหนีจระเข้ แก้ปัญหาไม่มีที่สิ้นสุด

“อโรคยา ปรมะ ละปะ – การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ
ดังนั้นเราจึงขอให้เรารักษา “สุขภาพ” ของตัวเองให้ดีที่สุด คงไว้ซึ่งความประมาท เพราะถึงแม้จะมียาตัวใหม่ที่ก้าวหน้าหรือทันสมัยเพียงใด แต่อุปสรรคอย่างหนึ่งที่ดูเหมือนเป็นอุปสรรค์หรือคลองขวางคือราคายาที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวันจนเป็นปัญหาที่นำไปสู่การล้มละลายทางสุขภาพ คือการรักษาโรค แต่ผู้ป่วยหรือครอบครัวล้มละลาย ต้องขายเรือชาวนาเพื่อการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นเป็นประจำในสังคมไทยและสังคมโลก
ในบทความนี้เราขอหารือแนวทางการบรรเทาปัญหาราคายา ซึ่งเป็นปัญหาร้ายแรง ให้ลดขนาดลงบ้างไม่มากก็น้อย เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาค่ารักษาพยาบาล

มีประกันสุขภาพ..หรือไม่?

มาเริ่มกันที่คำถามว่า “คุณมีประกันสุขภาพ…หรือไม่” หมายถึง ประกันสุขภาพทุกประเภท เช่น ประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง หรือสมัยก่อนเรียกว่า 30 บาท ทุกโรค) แต่ปัจจุบันไม่ต้องจ่าย 30 บาท) ประกันสังคม (สำหรับผู้ที่ทำงานในเอกชน ภาค) สวัสดิการข้าราชการ ประกันสุขภาพเอกชน เป็นต้น ที่ถามมาก็เพราะว่าถ้าคุณมีประกันสุขภาพ จะมีคนอื่นมาช่วยจ่ายค่ายาและค่ารักษาพยาบาลแทนเรา และไม่ต้องจ่ายค่ายาเองหรือหากจำเป็นต้องจ่ายค่ายาอาจจ่ายเพียงบางส่วนไม่จ่ายทั้งหมด ดังนั้นการมีประกันสุขภาพก็จะช่วยลดหรือประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงแรกได้เช่นกัน

นับว่าเป็นบุญของรัฐบาลไทยมาหลายยุคหลายสมัยที่ได้นำแนวคิดการประกันสุขภาพมาประยุกต์ใช้กับสังคมไทย จนถึงปัจจุบันมีประกันสุขภาพหลายประเภทที่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชนได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพได้รับการรักษาอย่างทั่วถึง แม้ว่าจะยังมีปัญหาอยู่บ้างก็คงต้องปรับปรุงและปรับปรุงระบบการประกันสุขภาพของไทย

การรักษาโดยไม่ใช้ยา การปรับปรุงวิถีชีวิตประจำวัน

ที่เสริมสร้างร่างกายและจิตใจรวมทั้งเป็นยารักษาโรคต่างๆ โรคได้ดีคือการปรับปรุงวิถีชีวิตซึ่งอาจเรียกได้ว่า “การรักษาโดยไม่ใช้ยา” คือ “4 A” ซึ่งประกอบด้วย อารมณ์ อาหาร การออกกำลังกาย และสภาพอากาศ ล้วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ลดความเสี่ยง ลดอันตรายต่อสุขภาพ กับ 4 อำเภอหลัก

เริ่มต้นด้วยการรักษาอารมณ์ไม่ให้เครียดเกินไป รู้จักพักผ่อนให้เพียงพอและพักผ่อนให้เพียงพอ ตามด้วยรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ในปริมาณที่พอเหมาะไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปและให้อาหารเสริมที่หลากหลายไม่ซ้ำใครด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ (วัน) แต่ละครั้งเป็นเวลา 30 นาทีขึ้นไป และสุดท้ายอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศดี

หากปฏิบัติดังนี้ จะช่วยบรรเทาอาการของโรคต่างๆ ได้มากมาย เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ฯลฯ และยังทำให้สุขภาพดีขึ้นอีกด้วย พวกเขาสามารถหารือเกี่ยวกับการดูแลตนเองกับแพทย์ พยาบาล เภสัชกร หรือบุคลากรด้านสาธารณสุขอื่นๆ

การลดต้นทุนยา

ในกรณีที่ผู้ป่วยต้องการยา มีวิธีง่ายๆ ในการประหยัดเงินค่ายา ดังนี้
1. รีวิวยาที่จำเป็นจริงๆ
2. การเลือกยาสามัญที่ถูกกว่าเพื่อทดแทน
3.แบ่งเม็ด
4. การใช้ยาร่วมกัน
5. การเลือกแหล่งจำหน่ายยา
6. จำนวนการสั่งซื้อยา

1. รีวิวยาที่จำเป็นจริงๆ

หลักการแรกของการใช้ยาคือใช้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นจริงๆ ตามคติของยาที่ว่า “เธอมีคุณอนันต์ และบทลงโทษที่แย่มาก” หากไม่จำเป็นอย่าใช้ยา ดังนั้น ควรนำยาทั้งหมดมาปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อช่วยตรวจทานและวินิจฉัยว่าต้องใช้ยาชนิดใดสำหรับโรคใดโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาหลายตัวใน บางกรณียาอาจซ้ำกัน อาจทำให้ร่างกายได้รับยาเกินขนาด ทำให้เกิดพิษต่อร่างกาย และเป็นการสิ้นเปลืองยาด้วย

2. การเลือกยาสามัญที่ถูกกว่าเพื่อทดแทน

ณ จุดนี้ ให้พิจารณาหารือกับแพทย์ผู้รักษาหรือเภสัชกรเกี่ยวกับยาทดแทน “ยาสามัญที่ถูกกว่า” เนื่องจากแพทย์ส่วนใหญ่ชอบหรือคุ้นเคยกับยาแผนโบราณ ยาเหล่านี้มักจะมีราคาแพงกว่ายาสามัญ ซึ่งเป็นยาชนิดเดียวกัน ขนาดเท่ากันและให้ผลการรักษาเท่ากัน แต่ราคาประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป จนยาสามัญบางตัวถูกกว่า 10 เท่า เช่น ยาลดไขมันในเลือด พบว่ายาตัวเดียวกัน แต่ยาเม็ดเดิมราคาสิบเท่าของยาสามัญ เป็นต้น

3.แบ่งเม็ด

อีกปัญหาหนึ่งที่สามารถช่วยลดต้นทุนค่ายาได้คือการแบ่งเม็ดยา เนื่องจากมียาหลายชนิดที่มีขนาดแตกต่างกัน เช่น ยาลดไขมันในเลือด มีจำหน่ายในเม็ดละ 10, 20 และ 40 มก.
หากแพทย์ของคุณกำหนดขนาดยา 10 มก. ให้เรา เราอาจเลือกหนึ่งในสี่ของยาเม็ด 10 มก., ครึ่งเม็ด 20 มก. หรือหนึ่งในสี่ของยาเม็ด 40 มก. ซึ่งจะมีราคาไม่แพงนักหากหัก เราอาจเลือกใช้ยาเม็ดหัก เพื่อประหยัดค่ายา

นอกจากนี้ ในกรณียาเม็ดหัก ขอแนะนำให้ขอความช่วยเหลือจากห้องยาเพื่อช่วยแบ่งเม็ดยาลงครึ่งหนึ่ง เพราะห้องยาส่วนใหญ่มีเครื่องหักยาและให้บริการนี้อยู่แล้ว นอกจากนี้หากผู้ป่วยต้องหักเม็ดยาเองอาจหักได้ไม่ดี โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุเม็ดยาจะไม่แตกอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ และบางคนทำยาตก ทำให้เม็ดยาเสียไป (เม็ดเล็กจะแตกยาก)

4. การใช้ยาร่วมกัน

จุดที่ 4 นี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ยาหลายชนิด และโชคดีที่มีการผลิตเม็ดยาจำนวนมากในเม็ดเดียวกัน เนื่องจากการผลิตยาหลายชนิดในเม็ดเดียวกัน จะช่วยให้ผู้ป่วยทานยาได้ง่าย และสะดวกกว่า เพราะกินเม็ดเดียวดีกว่าหลายเม็ด และอาจจะถูกกว่าด้วย หากราคาเม็ดหลายเม็ดในเม็ดเดียวกันถูกกว่าแบ่งเม็ด จะช่วยประหยัดค่ายา

5. การเลือกแหล่งจำหน่ายยา

ในฉบับที่ 5 นี้ ราคายาบ้านเราต่างกัน โดยทั่วไปสำหรับยาชนิดเดียวกัน พบว่า “ราคายาในโรงพยาบาลเอกชนจะสูงกว่าราคาโรงพยาบาลของรัฐหรือร้านขายยา” ผู้ป่วยจำนวนมากไปพบแพทย์และขอชำระค่าธรรมเนียมแพทย์ที่โรงพยาบาลเอกชน และขอใบสั่งยาเพื่อซื้อยาภายนอก (บางคนอาจจะซื้อยาบางตัวที่โรงพยาบาลเอกชน และซื้อยาส่วนใหญ่นอกโรงพยาบาล) เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

6. จำนวนการสั่งซื้อยา

ข้อสุดท้ายที่พูดถึงเพื่อช่วยประหยัดเงินค่ายาคือซื้อปริมาณมากหรือ “ซื้อหลายสิบ…ถูกกว่า” สำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้ยานั้นเป็นประจำเป็นเวลานาน การซื้อจำนวนมากจะช่วยเจรจาราคาและลดต้นทุน

ดังนั้น ในผู้ป่วยที่ต้องจ่ายค่ายาเองและต้องการประหยัดค่ายาอาจปรึกษากับแพทย์ผู้สั่งจ่ายยาได้ หรือเภสัชกรทั้งในโรงพยาบาลและที่ร้านขายยาเพื่อช่วยให้คุณประหยัดค่ายาได้ ไม่ว่าจะด้วยการทบทวนยาเท่าที่จำเป็น แนะนำการปรับปรุงชีวิตประจำวัน การเลือกยาสามัญราคาถูก ยาแตก การเลือกยาผสม การค้นหาแหล่งที่ถูกกว่าและการซื้อจำนวนมาก เพื่อรักษาประสิทธิภาพของการรักษา และช่วยประหยัดค่ายาซึ่งเพิ่มขึ้นทุกวันเป็นค่าใช้จ่าย เป็นปัญหาเศรษฐกิจสำหรับผู้ป่วย ให้โล่งใจบ้างไม่มากก็น้อย สวัสดี

.
ที่มาข้อมูล