in

บุนนาค :จากความงามและความหอมสู่ตระกูลใหญ่

บุนนาค :จากความงามและความหอมสู่ตระกูลใหญ่

บุนนาค จากความสวยหอมสู่ครอบครัวใหญ่

ตามประวัติของคนไทย สังเกตได้ชัดเจนว่า แต่ก่อนนามสกุลไม่ได้ใช้ตามชื่อเดิม เพิ่งเริ่มใช้นามสกุลทางการในสมัยรัชกาลที่ 9 (รัชกาลที่ 6) ซึ่งมีอายุไม่ถึง 100 ปี ดังนั้นการสืบย้อนไปถึงต้นกำเนิดของตระกูลไทยจึงมีอยู่อย่างจำกัด ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปหลายพันปีเช่นจีนหรือญี่ปุ่นได้ มีข้อยกเว้นบางประการโดยเฉพาะครอบครัวที่สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ รวมทั้งข้าราชบริพารผู้อาวุโสบางคน จึงสามารถสืบย้อนไปถึงสมัยอยุธยาตอนปลายซึ่งน่าจะไม่เกิน 400 ปี (ซึ่งเป็นรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช)
ในบรรดาตระกูลใหญ่ที่สืบย้อนไปถึงบรรพบุรุษในสมัยอยุธยาและมีบทบาทสำคัญในสังคมไทยมาจนถึงปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีอำนาจมากในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นจนถึงต้นรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีสมาชิกคนหนึ่งในพระองค์นี้ ครอบครัวเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ คือเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรพบุรุษของตระกูลบุนนาค

บุนนาค : ไม้หอมไทยโบราณทรงคุณค่า
บุนนาคเป็นไม้ยืนต้น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mesua ferrea Linn ในวงศ์ GUTTIFERAE) เช่นเดียวกับสารภี กระทิง และมังคุด เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 15-25 เมตร มีทรงพุ่มหนาแน่น ทรงเจดีย์หรือทรงกรวย มีใบเดี่ยวหนา รูปหอกปลายแหลม กว้าง 2-3 ซม. ยาว 8-12 ซม. ใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบสีเขียวแกมขาว ใบอ่อนสีชมพูอมแดง ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ บางครั้งเป็นช่อ 2-3 ดอก ออกตามซอกใบ มี 5 กลีบ สีขาวซีดถึงเหลืองอ่อน มีเกสรตัวผู้สีเหลืองอยู่ตรงกลางดอก กลีบดอกแข็ง ขนาดดอกประมาณ 5-7.5 ซม. กลิ่นหอมและกลิ่นมาแต่ไกล ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม-กรกฎาคม

บุนนาคเป็นพืชไทยโบราณ พบในป่าดิบชื้น ตั้งแต่ทางเหนือจรดใต้ บ้านเกิดของบุนนาคครอบคลุมตั้งแต่เทือกเขาหิมาลัยไปจนถึงมาเลเซีย เป็นไม้ดอกยืนต้นที่คนไทยคุ้นเคยและนิยมปลูกกันมานานจนถึงปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากการใช้ชื่อและนามสกุล เป็นต้น

บุนนาคภาษาไทย บุนนาค (กลาง) นาคบุตร (ใต้) สารภีดอย (เชียงใหม่) ถ้ำกอ (แม่ฮ่องสอน) และในภาษาอังกฤษเรียกว่า ไม้เหล็ก

ประโยชน์ของบุนนาค
เพราะบุนนาคเป็นพืชไทยดั้งเดิมที่คนไทยนิยมมาช้านาน จึงมีผู้คนมากมายที่ใช้สมุนไพรหลายชนิดในแทบทุกส่วนของต้นไม้ ดังนี้

ดอกไม้ : เย็น ขม ฝาด มีฤทธิ์ ฝาด บำรุง ขับลม บำรุงหัวใจ ดับกระหาย บำรุงโลหิต ดับกลิ่นกาย ผสมเกสร 5 เกสร 7 เกสร และ 9 เกสร ปรุงเป็นยาหอม ยาลม ยาบำรุงหัวใจ แก้ไข้ แก้ไอ ขับเสมหะ ใช้เป็นยาขับลม บำรุงดวงจิต ให้สดชื่น ร้อนร้อน กระสับกระส่าย แก้ลม เวียนหัว ตัวสั่น อ่อนเพลีย มีพลังงาน

ผลลัพธ์: เหงื่อออก ฝาด

เมล็ดพืช : บีบน้ำมันรักษาโรคผิวหนัง ปวดข้อ

ใบ : รสฝาด สมานแผลสด พิษงู

เกสร : กลิ่นหอมเย็น บำรุงครรภ์ ทำให้สดชื่น แก้ไข้

เปลือก: รสฝาดเล็กน้อย หนองกระจาย.

กระพี้ : รสขมเล็กน้อย บรรเทาอาการเสมหะในลำคอ

แกนกลาง : รสจืด แก้เลือดออกตามไรฟัน

ราก : ขับลมในลำไส้

น้ำมันกลั่นจากดอกไม้ : ใช้ปรุงแต่งกลิ่นสบู่ มักใช้ร่วมกับน้ำมันไม้จันทน์เพื่อความสวยงาม และเคยจุดตะเกียงให้มีกลิ่นหอม

ไม้บุนนากขนาดใหญ่เป็นไม้เนื้อแข็งคุณภาพดี (เหมือนในภาษาอังกฤษว่า iron wood) ไม้มีสีแดงเข้มเหมือนเดิม ไม้เนื้อแข็งสีแดงเข้ม แข็งแรง ทนทาน ขัดเงาอย่างดี นิยมใช้สร้างบ้าน เช่น พื้น ตง ตง เชิงเทิน นอกจากนี้ยังใช้ทำหมอนรองรางรถไฟ ทำเสาสะพาน สร้างเรือ เกวียน ทำไม้เท้า ไม้เท้า ด้ามร่ม ฯลฯ

บุนนาคเป็นไม้ยืนต้นที่มีรูปร่างทรงพุ่มสวยงามและมีใบสีเขียวเข้มตลอดปี จึงเหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ร่มเงาและตกแต่งอาคาร ประกอบกับดอกไม้ขนาดใหญ่ที่งดงามและมีกลิ่นหอม จึงนิยมปลูกในวัดและบ้านเรือน อีกทั้งยังมีประโยชน์อื่นๆ โดยเฉพาะในด้านสมุนไพร จึงเป็นพืชที่ควรปลูกให้มากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนไทยในตระกูลบุนนาค ซึ่งมีมากมายรวมทั้งคนไทยคนอื่นๆ ปลูกได้โดยไม่มีสิทธิใดๆ

.
ที่มาข้อมูล