in

น้ำอัดลม 0 แคลอรี่ ไม่มีน้ำตาล เบาหวาน IF ดื่มได้ไหม? สาระความรู้น้ำตาลเทียม สารให้ความหวาน


ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถดื่มโซดาโดยไม่มีน้ำตาลได้หรือไม่?
คำถามยอดนิยมที่ยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่อง
และหลายคนอาจยังไม่รู้

ซึ่งในบทความนี้จะเคลียร์ทุกข้อข้องใจว่าน้ำตาลเทียมหรือสารให้ความหวานต่างๆ
ผู้ที่เป็นเบาหวาน รวมทั้งผู้ที่ชอบศึกษาสุขภาพ
สนใจที่จะรู้ว่าเราดื่มได้จะเป็นอันตรายหรือไม่?

อ่านเรื่องนี้จบสามารถกดแชร์ส่งต่อความรู้ได้ ให้กับเพื่อนและคนที่คุณรัก

คำตอบสำหรับคำถามนี้คือ “ใช่”
แต่หมอแนะนำว่า “ดื่มแก้เบื่อเท่านั้น”
หมายความว่า เวลาอยากดื่มอะไรสดชื่น อยากหวาน เลือกเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม มากกว่าน้ำอัดลมทั่วไปที่มีน้ำตาลในปริมาณมหาศาลอย่างแน่นอน
แต่ไม่แนะนำให้ดื่มเป็นประจำ แม้ว่าจะไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือด

ผลของการกินสารให้ความหวานเหล่านี้เป็นประจำ
นั่นคือ “การเสพติดความหวาน” เนื่องจากสารให้ความหวานเหล่านี้
มีความหวานมากกว่าน้ำตาลปกติ 100-300
หากคุณมีฟันหวาน ก็จะทำให้คุณต้องการอาหารอื่นๆ ที่มีรสหวานเช่นกัน
อาจทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงได้ยาก

และสารให้ความหวานบางชนิด ก็ส่งผลต่อการกระตุ้นอินซูลินให้เพิ่มขึ้น
ใครทำ IF (Intermittent Fasting) รักษาเบาหวานโดยไม่ใช้ยา?
ดื่มได้ แต่ดื่มพร้อมกันเป็นอาหาร
ไม่แนะนำให้ดื่มอาหารนอกบ้าน หรือระหว่างมื้ออาหาร เป็นวิธีที่ดี แนะนำให้กินน้อยลง มันจะดีกว่า.

มารู้จักสารให้ความหวานแทนน้ำตาลกันดีกว่า
ข้างกระป๋องเขียนไว้ว่า แต่มันอาจจะอ่านยากสักหน่อย คุณต้องมองให้ดีๆ

มักพบในอาหารแบ่งเป็นกลุ่มๆ ดังนี้

1. กลุ่มที่ไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือดเลยแต่กระตุ้นอินซูลินได้
ซึ่งเราจะกินในมื้อ ไม่ทานอาหารนอกบ้าน ได้แก่
– 1.1 โพแทสเซียมอะซีซัลเฟม (อะซีซัลเฟมโพแทสเซียม)
มักใช้ในน้ำอัดลม กระป๋องเหล่านี้คือน้ำ เยลลี่ หมากฝรั่ง
– 1.2 แอสปาแตม (Aspatame) เช่น น้ำตาลเทียมยี่ห้อต่างๆ ที่ใช้ในกาแฟ
น้ำอัดลม 0 แคลก็มี หมากฝรั่ง โยเกิร์ต ยาแก้ไอ
– 1.3 ซูคราโลส (Sucralose) สกัดจากซูโครสหรือน้ำตาลทราย
มักพบในนมน้ำตาลต่ำ น้ำผลไม้ น้ำเชื่อม ผลไม้กระป๋อง
เพิ่มในอาหารเสริมเวย์โปรตีน
– 1.4 Saccharin (Saccharin) เลิกใช้แล้วในปัจจุบัน

2. กลุ่มที่ไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือดเลย
และมีงานวิจัยที่ไม่กระตุ้นอินซูลิน
ทานข้างนอกได้ดีกว่าสำหรับโรคเบาหวาน ได้แก่ :
– 2.1 หญ้าหวาน (หญ้าหวาน) หรือน้ำตาลหญ้าหวาน
ซึ่งเป็นสารให้ความหวานที่มาจากพืชจึงค่อนข้างปลอดภัย
เพื่อใช้เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล
แต่ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ อาจมีคนชอบและไม่ชอบก็ได้
– 2.2 Erythritol (Erythritol หรือ Eryth Sugar) ที่ใช้กันทั่วไป
เพราะรสชาติไม่หวานบนลิ้น หวานน้อยกว่าน้ำตาล
แต่โดยตัวมันเองนั้นเป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง
ให้สัมผัสเย็นเมื่อรับประทานอาหาร
และมีผลข้างเคียงที่สามารถพบได้ในบางคน เช่น อาการท้องอืด
– 2.3 ผลไม้พระ (น้ำตาลจากโลหังกั๋ว)
สามารถใช้เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลได้เช่นกัน
ไม่กระตุ้นอินซูลินและรสชาติดีจึงเป็นที่นิยม
– 2.4 อินนูลิน (อินนูลิน) ไม่กระตุ้นอินซูลินเช่นกัน ใช้ได้

และสารให้ความหวานในกลุ่มสุดท้ายนอกเหนือจากข้างต้น
ผลิตโดยการตัดคาร์โบไฮเดรตเป็นสายสั้น
เช่น มอลโทเด็กซ์ดริน แต่ก็ยังมีแคลอรี แต่มีน้ำตาลน้อยกว่า
หรือน้ำตาลแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ
เช่น ซอร์บิทอล แมนนิทอล ไซลิทอล ที่พบในหมากฝรั่ง ลูกอม
สารให้ความหวานกลุ่มนี้ ก็ยังเป็นคาร์โบไฮเดรต แต่ให้พลังงานต่ำกว่า
แล้วแคลอรี่ล่ะ? จึงกระตุ้นอินซูลิน

ปัจจุบันมีสินค้ามากมายที่ผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
แต่บางครั้งโฆษณาก็อาจทำให้เข้าใจผิดได้
สิ่งสำคัญคือต้องดูฉลากบรรจุภัณฑ์ และส่วนประกอบ
บางยี่ห้อโฆษณาเป็นน้ำตาลในกลุ่มที่สอง
แต่มีองค์ประกอบกลุ่มที่ 1 มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์
หากรับประทานภายนอกจะกระตุ้นอินซูลิน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการอดอาหารเป็นช่วงๆ

แต่บางยี่ห้อก็ผสมกลุ่ม 2 แบบนี้ใช้ได้หมด
ดังนั้นจึงแนะนำว่าก่อนซื้อหรือก่อนสั่งเพื่อบริโภค
มาดูส่วนผสมและฉลากโภชนาการกันก่อน

#หมอสอนเบาหวานโดยไม่ใช้ยา
#อิสระแห่งน้ำตาล

.



อ่านต่อ ได้ที่นี่