in

นิ่วท่อไต

นิ่วท่อไต

ท่อไต (ท่อไต) หมายถึงท่อขนาดเล็กที่เชื่อมต่อจากไตไปยังกระเพาะปัสสาวะซึ่งอยู่ทั้งสองข้าง บางครั้งอาจมีก้อนเล็กๆ อยู่ภายในท่อไต ซึ่งมักเกิดขึ้นเพียงข้างเดียวอาจทำให้ปวดท้องรุนแรงกะทันหันได้

นิ่วในท่อไตส่วนใหญ่มักจะหายไปและถูกขับออกทางปัสสาวะด้วยตัวเอง เปอร์เซ็นต์เล็กน้อยอาจอยู่ในท่อไต หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้

♦ ชื่อไทย นิ่วในท่อไต นิ่วในท่อไต
♦ ชื่อภาษาอังกฤษ นิ่วในท่อไต นิ่วในท่อไต
♦ สาเหตุ
นิ่วในไตเป็นนิ่วขนาดเล็กที่ก่อตัวในไต แล้วไหลผ่านท่อไต ทำให้ท่อไตตีบตัน ขับหินออกทำให้ผู้ป่วยปวดท้องรุนแรง

ส่วนสาเหตุของนิ่วในไต เชื่อกันว่ามีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม กรดยูริก (เครื่องในมีมาก หน่อผัก ยอดอ่อน) และออกซาเลต (มีมาก) ผัก) เหงื่อออกไม่สมดุล ดื่มน้ำน้อย ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและโครงสร้างผิดปกติของไต เป็นต้น

♦อาการ
ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องรุนแรง โดยมีอาการปวดเป็นพักๆ (คล้ายกับปวดท้องในช่องท้อง) ตรงบริเวณช่องท้องส่วนล่างเพียงข้างเดียว อาการปวดมักเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน
ลักษณะเฉพาะของโรคนี้คือ จะมีอาการปวดร้าวไปที่หลังและต้นขาด้านใน (ปวดในลูกอัณฑะหรือช่องคลอด) ที่ด้านเดียวกับช่องท้องส่วนล่างที่เจ็บ

บางคนอาจเจ็บปวดมากจนต้องดิ้นรน หรืออาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออก เป็นหวัด
ผู้ป่วยจะไม่มีอาการใดๆ จากการขัดถู หรือปัสสาวะ ปัสสาวะมีแนวโน้มที่จะมากและชัดเจน ไม่ขุ่น ไม่แดง เมื่อกดด้วยมือหรือกำปั้นทุบเบาๆ ในบริเวณช่องท้องส่วนล่างที่ไม่เจ็บจะไม่ปวด และมักไม่มีอาการไข้

♦ การแยกโรค
อาการปวดท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่งอาจเกิดจากสาเหตุอื่นที่สำคัญ ได้แก่
– ไส้ติ่งอักเสบ มักมีอาการปวดบริเวณท้องน้อยด้านขวาเป็นเวลานานกว่า 6 ชั่วโมงเมื่อเคลื่อนไหวหรือช็อก (เช่น เดินอย่างแรง) หรือใช้มือกดบริเวณนั้น จะมีอาการปวดมาก มักมีอาการคลื่นไส้และมีไข้ต่ำ
– การอักเสบของปากมดลูก มักมีอาการปวดอย่างต่อเนื่องที่ด้านใดด้านหนึ่งของช่องท้องส่วนล่าง ใช้มือกดแล้วเจ็บ และมีไข้สูง

♦ การวินิจฉัย
แพทย์จะทำการวินิจฉัยเบื้องต้นตามอาการที่แสดง เป็นอาการปวดอุ้งเชิงกรานเป็นพักๆ ที่แผ่ไปที่ด้านหลังและต้นขาด้านใน

เพื่อทำการวินิจฉัยที่ชัดเจน แพทย์จะทำการตรวจปัสสาวะ (ในปัสสาวะมีเม็ดเลือดแดงมากกว่าปกติ) เอกซเรย์ อัลตร้าซาวด์ หรือส่องกล้องตรวจปัสสาวะเพื่อหานิ่วในท่อไต

♦ การดูแลตัวเอง

หากมีอาการปวดบริเวณช่องท้องส่วนล่างด้านใดด้านหนึ่งซึ่งมีลักษณะเป็นอาการปวดรุนแรง ปวดนานกว่า 6 ชั่วโมง มีไข้หรือกดมือ ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสงสัยว่าปวดท้องล่างขวาจะเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบ

หากแพทย์ตรวจพบนิ่วในท่อไต ผู้ป่วยควรรับประทานยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และสังเกตว่านิ่วออกมาทางปัสสาวะหรือไม่โดยการปัสสาวะเข้ากระโถน เมื่อน้ำดีออกมาแล้วไม่ปวดท้องอีก แสดงว่าหายดีแล้ว แต่ถ้านิ่วไม่หลุดออกมาและมีอาการปวดท้องเป็นซ้ำ ควรไปพบแพทย์

♦ การรักษา
แพทย์ของคุณจะสั่งยาเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องรวมถึงอาการกระตุกของท่อไต ยาต้านการอักเสบ (anti-spasmodics) เช่น hyoscine ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์เช่น diclofenac

หากอาการปวดรุนแรง แพทย์ของคุณอาจใช้ยาฉีดในขั้นต้น แล้วให้ยากลับไปกินที่บ้าน
แพทย์จะนัดติดตามผลภายใน 1-2 สัปดาห์หากนิ่วออกทางปัสสาวะ ถือว่าหายดีแล้ว
แต่ถ้าถุงน้ำดีไม่หลุดออกมาและปวดท้องซ้ำๆ แสดงว่าอาจเป็นนิ่วในท่อไต แพทย์ของคุณอาจต้องผ่าตัด หรือใช้เครื่องละลายนิ่วในถุงน้ำดีบดนิ่วให้เป็นผงที่ไหลออกมาทางปัสสาวะ

♦ ภาวะแทรกซ้อน
ถ้านิ่วขนาดใหญ่ไม่สามารถหลุดออกมาเองได้ การปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีใครดูแล อาจทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและไตวายได้

♦ ความก้าวหน้าของโรค
หากเป็นท่อไตขนาดเล็ก มักจะผ่านทางปัสสาวะภายใน 1-2 สัปดาห์
หากเป็นนิ่วขนาดใหญ่ มักจะอยู่ในท่อไตจนกว่าการผ่าตัดหรือกลายเป็นปูน จึงสามารถรักษาให้หายขาดได้

♦ การป้องกัน
ผู้ที่มีนิ่วในท่อไตครั้งเดียว แม้จะหายดีแล้วในระยะหลัง (หลายปีหรือหลายปีต่อมา) นิ่วในถุงน้ำดีก็อาจพัฒนาได้ ควรป้องกันการกลับเป็นซ้ำด้วยการดื่มน้ำปริมาณมาก (วันละ 8-12 แก้ว) เป็นประจำ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ (ปัสสาวะออกน้อยและสีของชา) ป้องกันการตกตะกอนของสารต่างๆ จนกลายเป็นหิน

อาหารที่มีออกซาเลตสูงหรือกรดยูริกสูงควรลดลง ระหว่างรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์และผัก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

♦ ความชุก
โรคนี้พบได้บ่อยในวัยกลางคน และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

.
ที่มาข้อมูล