in

นมแมว :ความหอมอย่างไทยที่น่าดมและดื่มกิน


นมแมว : กลิ่นหอมแบบไทยๆ หอมน่าดื่ม

ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา (สิงหาคม-กันยายน) คนไทยส่วนใหญ่คงเคยได้ยิน ได้ยิน อ่าน หรือดูข่าวเกี่ยวกับนมที่แจกให้เด็กประถมไปดื่มในโรงเรียนหรือเรียกสั้นๆ ว่า ” นมโรงเรียน ข่าวนมโรงเรียนที่โด่งดังในช่วงนี้ นอกจากจะทำให้เสียและเสีย (บางครั้งถึงกับเป็นหนอน) ที่นักเรียนที่ดื่มแล้วมีอาการท้องร่วงและปวดท้องมากแล้ว ยังมีข่าวการทุจริตในการซื้อนมอีกด้วย ยังเป็นที่รู้จักกันในนาม “นมแม่” ด้วยกัน คาดกันว่าการจัดซื้อนมให้โรงเรียนทั่วประเทศวันนี้ มีรายได้ประมาณ 2 ล้านบาทต่อวัน หรือ 700 ล้านบาทต่อปี

ด้วยกระแสข่าวเกี่ยวกับนม ผู้เขียนจึงถือโอกาสเขียนเกี่ยวกับดอกไม้หอมที่มีชื่อหรือคำว่านมติดอยู่ เพื่อให้เข้ากับเหตุการณ์ และชื่อนมแมวที่ผุดขึ้นมาในความทรงจำเพราะดอกไม้นี้มีความผูกพันกับผู้เขียนมาหลายสิบปี

เมื่อผู้เขียนเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เท่านั้น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมศึกษาที่ผู้เขียนเข้าเรียน เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเขตวัดของหมู่บ้าน ดังนั้นชื่อขึ้นต้นด้วย “วัดโรงเรียน” และยังจำได้ว่าสองปีแรกนั้นใช้เวลาศึกษาศาลาวัด โรงเรียนจะต้องปิดในวันโกนและวันพระ เพื่อใช้ศาลาวัดเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา ต่อมาเมื่ออยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อาคารเรียนสร้างเสร็จ แต่อยู่ในบริเวณวัด และใช้ชื่อโรงเรียนวัดเช่นเดิม

ในบริเวณวัดริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนซึ่งเป็นที่ที่นักเรียนวิ่งเล่น นอกจากต้นไม้ใหญ่แล้ว ยังมีไม้พุ่มดอกบางชนิด เช่น เข็มและมก ท่ามกลางพุ่มไม้เหล่านี้ก็มีหนึ่งไม้พุ่ม ซึ่งมีขนาดเล็กและไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอกว่ามีดอกหรือไม่ คุณต้องเข้าไปในพุ่มไม้เพื่อดูใบ เด็กๆ มักจะแวะที่พุ่มไม้นี้หลังเลิกเรียนในตอนเย็น เวลาออกดอกให้เก็บไว้และนำกลับบ้านไปดมตอนกลางคืนเพราะว่าดอกไม้ชนิดนี้คือนมแมวที่หอมในตอนกลางคืน นมแมวเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำของผู้เขียนมาหลายปี

นมแมว : มดยอบที่มีถิ่นกำเนิดในเมืองไทย
นมแมวมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rauwenhoffia siamensis Scheff อยู่ในวงศ์ Annonaceae เช่นเดียวกับสายหยุด แวก และน้อยหน่า มีลักษณะที่คล้ายคลึงกันหลายอย่าง เช่น เป็นไม้พุ่มกำลังคืบคลาน (เซมและตื่นเป็นไม้เถาเลื้อยบึกบึน) ถ้าอยู่ตามลำพัง กลางแจ้งจะมีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1.5-2.5 ม. มีกิ่งก้านและลำต้นสีน้ำตาลเข้มค่อนข้างแตกแขนง

ประโยชน์ของนมแมว

ประโยชน์หลักของนมแมวที่คนไทยรู้จักกันดีคือเป็นไม้พุ่มและไม้ดอก เพราะนมแมวจะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีความแข็งแรง ทนทาน เลี้ยงง่าย อายุยืน และจะไม่ตายจากน้ำท่วม ดังนั้นจึงนิยมปลูกในที่ราบภาคกลาง ในอดีตพบปลูกกันแทบทุกวัดและบริเวณโรงเรียน ในบ้านที่มีพื้นที่ปลูกมักพบพืชนมแมว คงเพราะภายนอก จากที่เลี้ยงง่าย ทน นมแมวก็ยังบานได้ตลอดปี พุ่มเตี้ย ใบเขียวตลอดปี ดอกเล็กหนาแน่น ง่ายต่อการพกพาไปกับคุณและไม่ต้องบอบช้ำเพราะกลีบหนาและแข็ง ให้กลิ่นหอมแรงเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับห่อผ้าหรือมัดผมอย่างดอกจำปี

คนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้คงไม่เคยได้กลิ่นดอกนมของแมวเลย ดังนั้นจึงไม่สามารถจินตนาการได้ว่าเมื่อก่อน กลิ่นดอกนมแมวเป็นกลิ่นดอกไม้ที่คนไทยคุ้นเคย และเป็นที่นิยมมากชนิดหนึ่ง กลิ่นดอกนมแมวที่คนไทยในสมัยก่อนคุ้นเคย มักสัมผัสไม่ได้โดยตรงจากดอกนมของแมว แต่ยังมาจากขนมไทยต่างๆ ที่นิยมปรุงแต่งด้วยรสดอกนมแมวให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขนมที่มีน้ำเชื่อมหรือกะทิ เช่น ขนมหวาน เช่น ลอดช่อง เป็นต้น

ความนิยมในการใช้กลิ่นดอกนมของแมว เครื่องปรุงขนมไทยในอดีต มีมากมายที่ผลิตน้ำหอม กลิ่นดอกนมแมวมีขายตามท้องตลาด เพื่อใช้ในการปรุงแต่งขนมไทยโดยเฉพาะ ที่เรียกกันทั่วไปว่า “นมแมว“ซึ่งหมายถึงกลิ่นดอกนมแมวไม่ใช่กลิ่นนมของแมวเลย พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน ประจำปี พ.ศ. 2525 มีความหมายว่า “น้ำนมแมวเป็นของเหลวที่ประกอบด้วยเอทิลอะซิเตท มีกลิ่นคล้ายนมแมว ใช้เป็นสารแต่งกลิ่นรสสำหรับขนม ฯลฯ”

ปัจจุบันยังไม่ทราบว่ามีนมแมวอยู่ในท้องตลาดหรือไม่ แต่คาดว่าความนิยมของอาหารรสนมแมวจะลดลงมากกว่าในอดีตหลายเท่า เพราะปัจจุบันคนไทยหันมาใช้กลิ่นดอกไม้ยอดนิยมจากประเทศอื่น เช่น วานิลลา กล้วยไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันแทบจะเป็นกลิ่นสังเคราะห์ทั้งหมด

ฟื้นฟูความนิยมในด้านต่างๆ เกี่ยวกับนมแมว ทั้งสองฝ่ายปลูกเป็นไม้ประดับในบริเวณสวนสาธารณะ ส่วนราชการ โดยพื้นที่บ้าน ฯลฯ และกลิ่นของนมแมว (ปรับปรุง) เพื่อใช้ในการปรุงแต่งอาหารหรือเครื่องสำอาง สำหรับคนไทยควรเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตไทยในปัจจุบันและอนาคต

ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกันตามกิ่งก้าน ใบเป็นใบหอก โคนมน ปลายใบค่อนข้างแหลม สีเขียว ยาวประมาณ 6-8 ซม.
ดอกออกตามซอกใบอาจเป็นดอกเดี่ยวหรือช่อระหว่าง 2-4 ดอกจะค่อนข้างกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 ซม. เมื่อกลีบดอกบาน ดอกมีสีเหลืองแกมเขียวที่โคนกลีบ กลีบดอกหนาทึบ ดอกละ 6 กลีบ แบ่งเป็น 2 ชั้น กลีบละ 3 กลีบ ดอกไม้บานในเวลากลางคืนและมีกลิ่นหอมแรงในเวลากลางคืน
ผลมีขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร เมื่อสุกมีสีเหลือง มีรสหวานกินได้ อาจมีช่อละ 1-4 ผล

นมแมวชอบแสงแดดแต่สามารถเติบโตร่วมกับต้นไม้อื่นๆ ในสภาพป่าทึบได้ ถ้าไม่อยู่ในที่ร่มทั้งวันแต่ให้ดอกมากที่สุดในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม

นมแมวเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศไทย ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อสายพันธุ์ Siamensis ระบุว่าเป็นพืชที่พบในสยาม ซึ่งปัจจุบันคือประเทศไทย
พระยาวินิจวนันทน์บันทึกว่านมแมวเป็นพืชเฉพาะถิ่นที่พบได้เฉพาะในป่าดิบชื้นทางภาคกลางและภาคใต้ของประเทศไทย มักพบตามชายป่าชื้นซึ่งคนไทยนิยมปลูกไว้รอบบ้าน ดังนั้น นมแมวจึงเป็นต้นไม้ไทยอย่างแท้จริง

เพราะเป็นพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นของประเทศไทยตอนกลางและภาคใต้เท่านั้น ดังนั้นนมแมวจึงไม่มีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ แม้ว่าในไทยจะมีชื่อเรียกได้เพียงชื่อเดียวว่านมแมวซึ่งหายากเพราะพืชชนิดอื่น ที่มักมีชื่อเรียกต่างๆ กัน ไปหลายชื่อ ทั้งในภูมิภาคเดียวกันและในภูมิภาคต่างๆ เช่น กระดังงา มีชื่อเรียกอื่นๆ มากมาย (กระดังงา กระดังงา กระดังงา กระดังงา เถา นมวัว) สายหยุดยังมีชื่อเรียกอีกมากมาย (สาวยุด, สลาเพชร, กล้วยเครือ, ข้าวเปลือกครัว). นมแมวมีชื่อเดียว จึงเป็นกรณี พิเศษที่หายาก
ชื่อของนมแมวน่าจะมาจากลักษณะที่ปรากฏ บางอย่างของพืชชนิดนี้ที่มีลักษณะคล้ายนมแมว ซึ่งอาจบานในขณะที่ตามีขนาดเล็ก เพราะมีต้นไม้ที่มีชื่อคล้ายกันด้วย เช่น นมวัว นมควาย นมชะนี นมช้างที่อยู่ในวงศ์ Annonaceae เช่นกัน มีรูปร่างคล้ายดอก แต่ดอกไม้จะใหญ่กว่านมแมวทั้งหมดถ้าต้นไม้เหล่านี้ไม่ได้ตั้งชื่อตามรูปร่างของดอกไม้ มันจะตั้งชื่อตามลักษณะของผลลัพธ์นั้นเอง

.



ขอบคุณข้อมูลจาก doctor.or.th