in

นนทรีจากป่าสู่นาคร

นนทรีจากป่าสู่นาคร

นนทรีจากป่าสู่พญานาค

มิถุนายนเป็นเดือนที่เริ่มต้นฤดูฝนที่เป็นรูปธรรม ดอกไม้ฤดูร้อนที่คนไทยคุ้นเคย เช่น กุนเชียงหรือหางนกยูงฝรั่ง ที่ฉายแสงสีสว่างไสวท่ามกลางลมร้อน (ภัยแล้ง) ก็จางหายไป ยังนำสีเขียวสดของใบและหญ้ามาประดับทุกที่ที่มีดิน เป็นฤดูของเกษตรกรที่ส่วนใหญ่ต้องพึ่งน้ำฝน ในการเพาะปลูกเพราะอยู่นอกเขตชลประทาน อีกทั้งยังเป็นการเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่สำหรับนักศึกษาระดับอุดมศึกษาโดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

ปี 2545 เป็นปีมงคลของมหาวิทยาลัยที่มีความเกี่ยวข้องกับเกษตรกรไทยโดยเฉพาะ นั่นคือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันเป็นวันครบรอบ 60 ปีของการก่อตั้งมหาวิทยาลัย หรือ 12 รอบนักษัตร ซึ่งถือเป็นโอกาสอันเป็นมงคลอย่างยิ่ง ควรฉลองเป็นเสาหลักอย่างเป็นทางการของต้นไม้ต้นนี้ ขอร่วมแสดงความยินดีในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ โดยถือโอกาสที่มหาวิทยาลัยเปิดภาคเรียนมานำเสนอเรื่องราวของต้นไม้ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือ ต้นนนทรี ซึ่งบางต้นยังมีดอกสีเหลืองอยู่บนยอดไม้สีเขียวสดใสถึงแม้จะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว .

นนทรี : โรงงานมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และจังหวัดนนทบุรี
นนทรีเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Peltophorum pterocarpum Back อดีตเฮย์เน่ ลำต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร เปลือกเป็นสีเทาค่อนข้างเรียบ อาจแตกออกเป็นสะเก็ดเล็กๆ ตามกิ่งหรือก้านอ่อน มีขนละเอียดสีน้ำตาลแดงปกคลุม รูปร่างเป็นพวง มีทรงพุ่มกว้าง ใบเกิดเป็นขน 2 ชั้น เรียงสลับกัน แผ่นพับอยู่ตรงข้ามกันเป็นคู่ แผ่นพับเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 0.5 ซม. ยาว 1.0-1.5 ซม. เป็นไม้ต้นที่มักผลิใบเมื่ออากาศแห้ง
ดอกไม้เป็นช่อใหญ่ โดยเหล็กไนใบหรือปลายกิ่ง มีกิ่งก้านอยู่ในช่อดอก ช่อดอกยาวประมาณ 30 ซม. กว้างประมาณ 20 ซม. ดอกสีเหลืองสดค่อนข้างชิดกันในช่อดอก ดอกขนาดเล็กประกอบด้วยกลีบดอกสีเหลือง 5 กลีบ กลีบมีรอยย่นเล็กน้อย ช่อดอกตั้งขึ้น มักบานในช่วงต้นเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม แต่อาจยืดเวลาออกไปตามสภาพอากาศในแต่ละปีและลักษณะทางพันธุกรรมของต้นไม้แต่ละต้นที่มีความแปรปรวนมาก เนื่องจากต้นนนทรีเกือบทั้งหมดปลูกจากเมล็ด
Nonsi อยู่ในวงศ์ Caesalpini-oideae ซึ่งเป็นพืชตระกูลถั่วจึงมีลักษณะเป็นฝัก มีฝักแบนรูปหอก ฐานและปลายแหลมกว้างประมาณ 2 ซม. ยาว 5-12 ซม. แต่ละฝักมีเมล็ด 1-4 เมล็ดเรียงติดกันตามความยาวของฝัก
นนทรีเป็นต้นไม้พื้นเมือง ทางตะวันออกและทางใต้ของอินเดีย รวมทั้งศรีลังกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมถึงประเทศไทย) ไปจนถึงฟิลิปปินส์และออสเตรเลียเหนือ นนทรีถือเป็นหนึ่งในพืชพื้นเมืองของประเทศไทย พบตามธรรมชาติในป่าตะวันตกและป่าทางใต้
หนังสือภาษาไทยในอดีตที่กล่าวถึงนนทรีคือ ลิลิตพระลอ ซึ่งเชื่อกันว่าเขียนขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชในสมัยอยุธยา อีกเล่มคือ อัครพิธานสารพัทธ์ ของ ดร.แพรเดิล จัดพิมพ์ พ.ศ. 2416 กล่าวถึงนนทรีว่า “น้องสี : เป็นชื่อไม้ยืนต้นขนาดกลางมีใบเล็กดอกสีเหลืองไม่หอม” แสดงว่าคนไทยคุ้นเคยกับนนทรีมาช้านาน
นนทรี (ออกเสียงว่า นอนสี) มีชื่อเรียกอื่นๆ ว่า นนทรีบ้าน กระถินป่า กระถินแดง เงิน อังกฤษ: Copper Pod and Yellow Poinciana.
นนทรีในไทยมีอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า นนสีป่า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า เพลโตฟรัม ดาไซราจิส เคิร์ซ ชื่อท้องถิ่นคือ ร้าง (โคราช) ร้าง (สุรินทร์) สามโคม ชินรุ่ง (เลย) ลักษณะคล้ายนนทรีบ้าน ความแตกต่างก็คือว่านนทรีป่านั้นมีช่อดอก ช่อเล็กและห้อยปลายช่อ ไม่ได้ตั้งขึ้นเหมือนบ้านสารภี ลำต้นสูงกว่าสูงประมาณ 15-30 เมตร
นนทรีบ้านเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งสีเขียวคือสีของมหาวิทยาลัย หนึ่งในเพลงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีข้อความ“น้องซีกำลังบาน อีกไม่นานจะมีดอกใหม่…”
เพลงนี้เป็นตัวแทนของตัวละครพิเศษของนนทรี ซึ่งอาจบานสะพรั่งได้ปีละครั้งและไม่ทิ้งใบขณะออกดอก ลักษณะของดอกสีเหลืองระยิบระยับผสานกับสีเขียวชอุ่มของใบที่สวยงาม จึงเป็นภาพรวมที่สวยงามซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของนนทรีที่จดจำได้ง่าย เป็นความงามที่เย็นสดชื่น ไม่ร้อนเท่าดอกฝรั่งที่สีเหมือนเปลวเพลิง
นนทรีบ้านยังได้รับพระราชทานกำนัล เพื่อเป็นไม้มงคลในจังหวัดนนทบุรี ส่วนป่านนทรีเป็นไม้มงคลที่จังหวัดฉะเชิงเทรามาตั้งแต่ปี 2542 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

ประโยชน์ของนนทรี
ในตำรายาสมุนไพรตำรายาแผนไทยใช้เปลือกต้นนนทรีที่มีรสฝาด กินเสมหะและเลือด แก้บิด แก้ท้องร่วง ขับผายลม และยังใช้สมานแผลสดอีกด้วย
ไม้นนทรีมีสีน้ำตาลอมชมพู ดีสำหรับสร้างบ้าน เช่น ทำพื้น ผนัง ตง อกไก่ เฟอร์นิเจอร์ ทรวงอก ไถ ก้น ฯลฯ.
นนทรีเป็นต้นไม้ที่ค่อนข้างโตเร็ว ปลูกง่าย แข็งแรง ทนทาน เหมาะสำหรับปลูกและตกแต่งอาคาร หรือสองข้างทาง ให้ร่มเงาและกันลมได้ดี รูปร่างที่สวยงามและดอกไม้ เป็นร่มเงาในไร่กาแฟได้เป็นอย่างดีเพราะเป็นพืชตระกูลถั่ว ช่วยบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น

.
ที่มาข้อมูล