in

ท่อปัสสาวะอักเสบ อาการ สาเหตุ การรักษาโรคท่อปัสสาวะอักเสบ 10 วิธี !!

ท่อปัสสาวะอักเสบ อาการ สาเหตุ การรักษาโรคท่อปัสสาวะอักเสบ 10 วิธี !!

ท่อปัสสาวะอักเสบ

ท่อปัสสาวะอักเสบ

ท่อปัสสาวะอักเสบ (Urethritis) คือ การบาดเจ็บ การอักเสบ การบวมของเซลล์เยื่อบุท่อปัสสาวะ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่มาจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) โดยเฉพาะจากแบคทีเรีย ตามมาด้วยอาการบาดเจ็บที่ท่อปัสสาวะจากการสอดสายสวน การส่องกล้อง หรือการสัมผัสกับสารระคายเคือง โดยทั่วไปอาการของ ท่อปัสสาวะอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไม่รุนแรง มีเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้นที่พัฒนาไปสู่ ​​pyelonephritis หรือกลายเป็นเรื้อรัง

โรคนี้เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดชนิดหนึ่งทั่วโลก พบได้ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่เนื่องจากมักเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้นจึงพบได้บ่อยในวัยเจริญพันธุ์ซึ่งมีอายุประมาณ 20-35 ปี โดยมีรายงานพบว่ามีสาเหตุจากการติดเชื้อหนองในประมาณ 62 ล้านคนต่อปี และจากการติดเชื้อที่ไม่ใช่โรคหนองในมีประมาณ 89 ล้านคนต่อปี ในผู้หญิงมีโอกาสติดเชื้อสูงกว่าผู้ชาย

ท่อปัสสาวะ (Urethra) เป็นอวัยวะที่มีลักษณะเป็นท่อเล็กๆ มีหน้าที่ส่งปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะออกสู่ภายนอกร่างกาย ผนังของท่อปัสสาวะประกอบด้วยเนื้อเยื่อหลัก เยื่อเมือกที่บุท่อปัสสาวะ และกล้ามเนื้อที่หดตัวเพื่อส่งปัสสาวะ ในผู้ชาย ท่อปัสสาวะจะมีความยาวโดยเฉลี่ยประมาณ 20 เซนติเมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 มิลลิเมตร โดยจะมีทั้งส่วนภายในและภายนอกของร่างกาย ส่วนสั้นจะอยู่ภายในร่างกายและติดกับกระเพาะ ปัสสาวะและปิดโดยต่อมลูกหมาก ส่วนที่เหลือหลังจากนั้นจะเป็นส่วนที่ยาวขึ้น ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่นอกร่างกาย ท่อปัสสาวะของผู้ชายส่วนใหญ่จึงเป็นอิสระจากภายนอกร่างกาย และมีโอกาสน้อยที่จะสัมผัสโดยตรงกับเชื้อโรค ซึ่งมักเกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคหนองในและหนองในเทียม

เพศหญิง ท่อปัสสาวะมีเส้นผ่านศูนย์กลางใกล้เคียงกับผู้ชาย แต่ท่อปัสสาวะยาวเพียง 4 เซนติเมตรและกินพื้นที่ทั้งตัว มีช่องเปิดเพื่อขับปัสสาวะออกจากร่างกายบริเวณใต้แคมเล็กของอวัยวะเพศภายนอกใกล้กับช่องคลอดและทวารหนัก ดังนั้นท่อปัสสาวะในผู้หญิงจึงติดเชื้อได้ง่ายกว่าผู้ชายมาก เพราะมีโอกาสที่จะสัมผัสกับเชื้อโรคได้โดยตรงจากอวัยวะเพศภายนอก จากมดลูก จากปากมดลูก จากช่องคลอด จากอุจจาระ และจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (ในผู้หญิงอาจติดเชื้อจากสิ่งสกปรกบริเวณช่องคลอดและทวารหนัก)

ท่อปัสสาวะ

สาเหตุของท่อปัสสาวะอักเสบ

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของท่อปัสสาวะอักเสบเกิดจากการติดเชื้อที่พบบ่อยที่สุด และสาเหตุที่ไม่ติดเชื้อที่พบว่าพบได้น้อย

  1. เกิดจากการติดเชื้อ พบประมาณ 80-95% ของการอักเสบทั้งหมด ส่วนใหญ่เกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และส่วนน้อยเกิดจากการติดเชื้ออื่นที่ไม่ใช่ทางเพศ
    • การติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ การติดเชื้อจากโรคหนองใน (Gonococcal urethritis) และจากการติดเชื้อที่ไม่ใช่ gonococcal เช่น เริม ซิฟิลิส หนองในเทียม การติดเชื้อไวรัส HIV หรือ AIDS และจากการติดเชื้อ Trichomoniasis (Trichomonas)
    • การติดเชื้อที่ไม่ใช่ทางเพศ เช่น E. coli (Escherichia coli), Staphylococcus (Staphylococcus) หรือ Sudomonas Pseudomonas ซึ่งสามารถติดต่อผ่านลำไส้ (อุจจาระ) ไตหรือกระเพาะปัสสาวะ (ปัสสาวะ)
  2. สาเหตุที่ไม่ติดเชื้อ (แต่อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อในภายหลัง) เป็นสาเหตุที่พบบ่อยประมาณ 5-20% ที่พบบ่อยที่สุดคือการบาดเจ็บของท่อปัสสาวะจากการใส่สายสวนปัสสาวะ เช่น ในการผ่าตัด การส่องกล้อง การใส่สายสวนปัสสาวะ หรือการสอดสายสวนในผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตหรือจากเยื่อเมือกที่บุท่อปัสสาวะที่สัมผัสกับสารระคายเคืองเช่นของเหลวหรือสเปรย์ที่ใช้สำหรับทำความสะอาดหรือดับกลิ่นบริเวณอวัยวะเพศ

ท่อปัสสาวะอักเสบ

ปัจจัยเสี่ยงต่อท่อปัสสาวะอักเสบ

  • ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์และผู้ชายอายุระหว่าง 20-35 ปี
  • การมีเพศสัมพันธ์อย่างสำส่อน ไม่ใช้ถุงยางอนามัย รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือทางปาก
  • มีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อน
  • ในสตรีที่คุมกำเนิดโดยใช้ยาฆ่าเชื้ออสุจิ เพราะยาจะทำให้เกิดการระคายเคืองและบาดเจ็บที่องคชาตและท่อปัสสาวะ และการใช้ฝาครอบปากมดลูก (Diaphragm) เพราะการสวมใส่อาจทำให้ช่องคลอดและท่อปัสสาวะได้รับบาดเจ็บได้ หรือเกิดจากความสกปรกของฝาครอบจึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น

อาการของท่อปัสสาวะอักเสบ

อาการของโรคทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย มีทั้งแบบเดียวกันและต่างกัน เนื่องจากลักษณะทางกายวิภาคบางประการที่แตกต่างกันของทั้งสองเพศ ดังนี้

  1. ท่อปัสสาวะอักเสบในผู้หญิง อาการที่พบบ่อยคือ
    • ผู้ป่วยประมาณ 25% ไม่มีอาการ แต่การตรวจปัสสาวะพบความผิดปกติหรือสามารถระบุได้จากคู่ที่แสดงอาการ และยังสามารถแพร่เชื้อไปยังคู่นอนได้หากเกิดจากการติดเชื้อ
    • ปวดแสบปวดร้อนระหว่างถ่ายปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยน้อย (ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ดื่ม)
    • ผู้ป่วยอาจมีปัสสาวะเป็นเลือด เป็นหนอง และ/หรือมีสีขุ่นและมีกลิ่นฉุนมากขึ้น
    • ปวดท้องน้อยบริเวณช่องท้องหรืออุ้งเชิงกราน แต่ในบางคนอาจมีอาการปวดท้องทั่วไปได้เช่นกัน
    • อาจมีไข้สูงหรือต่ำก็ได้ และอาจรู้สึกหนาวสั่น
    • อาจมีตกขาวเมื่อเกิดการติดเชื้อที่มดลูก ปากมดลูก หรือช่องคลอด
    • มีอาการปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
      ท่อปัสสาวะหญิง
  2. ท่อปัสสาวะอักเสบในผู้ชาย อาการที่พบบ่อยคือ
    • อาจไม่แสดงอาการ แต่ผลตรวจปัสสาวะพบความผิดปกติ และโรคนี้ยังสามารถถ่ายทอดไปยังคู่นอนได้หากเกิดจากการติดเชื้อ
    • ปัสสาวะแสบร้อน อาจมีเลือดปนในปัสสาวะหรือมีหนอง ปัสสาวะขุ่น ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ อาจมีหนองจากปลายท่อปัสสาวะ
    • อาจมีไข้ ซึ่งสูงหรือต่ำ หรือไม่มีอาการไข้ (ส่วนใหญ่มักไม่มีไข้) เว้นแต่ปล่อยไว้จนกว่าเชื้อจะลามเข้าไปข้างใน)
    • อาจรู้สึกว่าต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบขยายใหญ่ ปวดข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง
    • เจ็บเวลามีเซ็กส์และตอนหลั่ง
      ท่อปัสสาวะชาย

ภาวะแทรกซ้อนของท่อปัสสาวะอักเสบ

ความรุนแรงของท่อปัสสาวะอักเสบขึ้นอยู่กับสาเหตุ โดยทั่วไป โรคนี้เป็นโรคที่ไม่รุนแรง สามารถรักษาให้หายขาดได้เสมอ ยกเว้นในผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์ หรือในกรณีที่ต้องใส่สายสวนปัสสาวะตลอดไปจากอาการอัมพาต ผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนจากโรคนี้มักเกิดจากการรักษาที่ไม่ถูกต้อง เช่น

  • ผู้ป่วยซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองจนเชื้อดื้อยา
  • ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงนั้นพบได้บ่อยในผู้หญิง เนื่องจากท่อปัสสาวะสั้น อาจทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ โรคกระดูกเชิงกรานอักเสบ pyelonephritis ภาวะมีบุตรยาก และการตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • ในเพศชาย อาจมีอาการของ Reiter’s ซึ่งเป็นโรคข้ออักเสบ เยื่อบุตาอักเสบและท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรังหรือทำให้เกิดโรคอัณฑะและบางรายมีอาการน้อยมาก หากไม่รักษาอาจกลายเป็นท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรังได้
  • ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญยังเกิดขึ้นได้: ท่อปัสสาวะตีบ ฝีในท่อปัสสาวะ การอักเสบของอัณฑะ และต่อมลูกหมากอักเสบ และแพร่เชื้อให้ผู้อื่น

การวินิจฉัยโรคท่อปัสสาวะอักเสบ

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้จากประวัติอาการ ประวัติเพศ การตรวจร่างกาย การตรวจภายในของสตรี การตรวจปัสสาวะ การทดสอบการติดเชื้อ การเพาะเลี้ยงปัสสาวะหรือการหลั่งของท่อปัสสาวะ และการตรวจอื่นๆ อาจทำเพื่อหาสาเหตุได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ เช่น การตรวจเลือดกรณีสงสัยว่าติดเชื้อ HIV หรือ AIDS เป็นต้น

วิธีรักษาท่อปัสสาวะอักเสบ

เมื่อมีอาการท่อปัสสาวะอักเสบหรือคู่นอนมีอาการ ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้อง ผู้ป่วยไม่ควรได้รับการรักษาด้วยตนเอง

  • ท่อปัสสาวะอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ (ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด) สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ หากเกิดจากสาเหตุอื่น ให้แก้ไขสาเหตุนั้นด้วย
  • การรักษาแบบประคับประคองสำหรับอาการต่างๆ เช่น การกินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดปัสสาวะ
  • การดูแลตนเองสำหรับท่อปัสสาวะอักเสบ ผู้ป่วยควรทำสิ่งต่อไปนี้:
    1. ยาครบ ห้ามหยุดยาเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
    2. ต้องพาคู่นอนไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาพร้อมๆ กันเมื่อเกิดโรคจากการติดเชื้อ แม้ว่าคู่นอนจะไม่มีอาการ
    3. ดื่มน้ำสะอาดมากกว่าปกติวันละ 8-10 แก้ว หรือ 1-2 ลิตร เมื่อไม่มีโรคที่ต้องจำกัดการดื่มน้ำ ปัสสาวะบ่อยขึ้น ซึ่งจะช่วยชำระล้างเชื้อโรคที่ติดอยู่ที่เยื่อบุของท่อปัสสาวะได้อีกทางหนึ่ง
    4. พักผ่อนให้เพียงพอ
    5. รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการจากอาหาร 5 หมู่ในทุกมื้อ และรักษาสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน (กฎหมายสุขภาพแห่งชาติ) เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง
    6. งดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าโรคจะหาย ไม่สำส่อนและใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
    7. ในผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ ควรถอดออกในขณะที่ท่อปัสสาวะยังอักเสบอยู่
    8. อย่าซื้อยาปฏิชีวนะและนำไปเอง เพื่อป้องกันการติดเชื้อดื้อยา

วิธีป้องกันท่อปัสสาวะอักเสบ

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการป้องกันที่ต้นเหตุ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละสาเหตุ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ซึ่งสามารถป้องกันได้โดย

  • ไม่สำส่อนทางเพศ
  • ใช้ถุงยางอนามัยเสมอเมื่อมีเพศสัมพันธ์
  • เมื่อเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรได้รับการรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์ ทั้งจากตัวผู้ป่วยเองและคู่ของเขา
  • ควรรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (National Health Commands) อยู่เสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและลดโอกาสการติดเชื้อต่างๆ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
อ้างอิง
  1. หาหมอ. คอม”ท่อปัสสาวะ (ท่อปัสสาวะอักเสบ)” (ศ.นพ.พวงทอง ไกรพิบูลย์). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก: haamor.com. [27 มิ.ย. 2016].
  2. การดูแลตัวเองร่วมกัน “ท่อปัสสาวะอักเสบ” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: Mutualselfcare.org. [28 มิ.ย. 2016].
  3. สยามเฮลท์. “ท่อปัสสาวะอักเสบ” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.siamhealth.net. [28 มิ.ย. 2016].

ภาพประกอบ : www.wellbeingart.com, www.consumerhealthdigest.com

เรียบเรียงโดย เว็บไซต์ Maid Thai (เมดไทย)


ที่มาข้อมูล