in

ทำไม 7 กลุ่มเสี่ยง ควรฉีดวัคซีน “ไข้หวัดใหญ่” ระหว่างรอวัคซีนโควิด-19

ทำไม 7 กลุ่มเสี่ยง ควรฉีดวัคซีน “ไข้หวัดใหญ่” ระหว่างรอวัคซีนโควิด-19

ทำไม 7 กลุ่มเสี่ยงจึงควรฉีดวัคซีน

วัคซีนป้องกันความเครียดของแพทย์มีความสำคัญ โดยเฉพาะในยุคของโควิด-19 ผลการศึกษาพบว่า วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่อาจช่วยลดความรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ได้

สถานการณ์การระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบในวงกว้าง พบอัตราการติดเชื้อใหม่ และอัตราการเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทย ทำให้เกิดความกังวลต่อบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไปมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงที่มักพบว่ามีการระบาดของไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่ระบาดสู่ประชาชนทั่วไปได้เช่นเดียวกับ COVID-19 และหากติดเชื้อร่วมกัน (Co-infection) จากทั้งโรคไข้หวัดใหญ่และไวรัส COVID-19 จะทำให้เกิดอาการรุนแรง และมีโอกาสเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก

ไข้หวัดใหญ่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

รศ. ศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่และนายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย เผยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า ทุกปีมีผู้ติดเชื้อ 500-1 พันล้านคน กับไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปี และประมาณ 3-5 ล้านคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์รุนแรงเกิดขึ้นทั่วโลก เสียชีวิตปีละ 290,000-650,000 คน โดยส่วนใหญ่เสียชีวิตในผู้สูงอายุอายุ 65 ปีขึ้นไป และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

ในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่าไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ไม่รุนแรง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สนใจการฉีดวัคซีนมากนัก แต่ในความเป็นจริง การป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้สูงกว่า โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงทั้ง 7 กลุ่มเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง ลดอัตราการเกิดโรคแทรกซ้อน ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ รวมทั้งลดอัตราการนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลและห้องฉุกเฉิน

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน

ในช่วงเวลาของการระบาดของ COVID-19 นี้ สหรัฐอเมริกาได้พยายามฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้มากขึ้น เพื่อตัดศัตรูออกไปข้างหนึ่ง ตามทฤษฎีแล้ววัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่ได้ป้องกัน COVID-19 แต่เชื่อกันว่ามีการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทางอ้อม การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยรักษาบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นทรัพยากรสำคัญในยามวิกฤต อย่างน้อยก็ช่วยลดภาระการป่วยไข้ได้ เพื่อรับมือกับ COVID-19 อย่างเต็มกำลัง

ในขณะเดียวกัน ผู้ป่วยเองก็ลดความสับสนและความวิตกกังวลจากอาการที่คล้ายคลึงกัน ยังช่วยลดอุบัติการณ์ของการเจ็บป่วยร่วมด้วย (การติดเชื้อร่วม) จากทั้งไวรัสไข้หวัดใหญ่และไวรัส COVID-19

นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยในช่วงปี 2020-2021 ของการระบาดของ COVID-19 ตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกาได้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ในผู้ป่วยอายุ 65 ปีขึ้นไป และจำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ COVID-19 ในสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 22 มกราคม ถึง 10 มิถุนายน 2020 (ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดย US National Library of Medicine – National Institutes of Health)เมื่อความคุ้มครองการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นทุกๆ 10% จะลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ลง 28%

ขณะอยู่ในบราซิล มีการศึกษาความสัมพันธ์ของการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ความรุนแรงของโควิด-19 และอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19 ในบราซิล (อ้างอิงจากบทความ BMJ Evidence-Based Medicine ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564) เปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ประมาณ 50,000 รายที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในบราซิล ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564 โดยการศึกษาเปรียบเทียบเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในช่วง 1-3 เดือนที่ผ่านมา และ 2. ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ผลการวิจัยพบว่า การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในผู้ป่วยโรคโควิด-19 ช่วยลดอัตราการนอนหลับในหอผู้ป่วยหนักได้ 7% อัตราผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 17% และอัตราการเสียชีวิต 16% ซึ่งวิเคราะห์ว่าการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ สามารถช่วยลดความรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ได้

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังคงมีความจำเป็นในช่วงการระบาดของ COVID-19

ศ.นพ. ธีรพงศ์ ตันตวิเชียร หัวหน้าภาควิชาแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันเสาวภา สภากาชาดไทย กล่าวว่า ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้อุบัติการณ์ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ลดลงทั่วโลก อาจเกิดจากการใส่หน้ากากกักตัวอยู่บ้านและสร้างระยะห่างทางสังคม ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมีคำถามว่ายังต้องรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่หรือไม่ คำตอบคือมันจำเป็นมาก

ด้วยผลการศึกษาต่างๆ มากมาย ระบุว่า “วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19” และหากไข้หวัดใหญ่มีการติดเชื้อและมีอาการจะต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนผู้ป่วย COVID-19 เพราะอาการเบื้องต้นจะไม่ต่างกัน นอกจากนี้ยังสามารถติดเชื้อทั้ง coronavirus และ influenza ร่วมกันได้ ซึ่งจะทำให้อาการป่วยรุนแรงขึ้น ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคพื้นเดิม เป็นต้น

ฉันควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เมื่อใด

ปัจจุบันศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ได้แนะนำช่วงเวลาของการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 และวัคซีนอื่นๆ ในวันเดียวกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญของประเทศไทยแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 คุณควรอยู่ห่างจากวัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือวัคซีนอื่นๆ เป็นเวลา 14 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงของวัคซีนทั้งสองชนิดที่อาจทับซ้อนกัน

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ขยายเวลาให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ 7 กลุ่มเสี่ยง รวมบุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 19 และกลุ่มในสลัมและโรงเรียนทุกวัย ฟรี จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมาก ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ที่มีการระบาดในประเทศไทย แนวทางการรับการฉีดวัคซีนมี 3 ประเภท ได้แก่ การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ก่อนฉีดวัคซีน covid-19, การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ระหว่างการฉีดวัคซีนโควิด-19 หรือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่หลังการฉีดวัคซีนโควิด-19

อย่างไรก็ตาม แพทย์แนะนำให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ วัคซีนสี่สายพันธุ์สามารถครอบคลุมทั้งสองสายพันธุ์ B คือ A ทั้ง H1N1 และ H3N2 และสาย ทั้งสายพันธุ์ Victoria และ Yamagata B ได้เพิ่มความครอบคลุมของไวรัสไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้ดีขึ้น ที่สำคัญ การศึกษาวิจัยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังช่วยลดความรุนแรงของ COVID-19 อีกด้วย และอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19

118619

.
ที่มาข้อมูล

in

ทำไม 7 กลุ่มเสี่ยง ควรฉีดวัคซีน “ไข้หวัดใหญ่” ระหว่างรอวัคซีนโควิด-19

ทำไม 7 กลุ่มเสี่ยง ควรฉีดวัคซีน “ไข้หวัดใหญ่” ระหว่างรอวัคซีนโควิด-19

ทำไม 7 กลุ่มเสี่ยงจึงควรฉีดวัคซีน

วัคซีนป้องกันความเครียดของแพทย์มีความสำคัญ โดยเฉพาะในยุคของโควิด-19 ผลการศึกษาพบว่า วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่อาจช่วยลดความรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ได้

สถานการณ์การระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบในวงกว้าง พบอัตราการติดเชื้อใหม่ และอัตราการเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทย ทำให้เกิดความกังวลต่อบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไปมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงที่มักพบว่ามีการระบาดของไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่ระบาดสู่ประชาชนทั่วไปได้เช่นเดียวกับ COVID-19 และหากติดเชื้อร่วมกัน (Co-infection) จากทั้งโรคไข้หวัดใหญ่และไวรัส COVID-19 จะทำให้เกิดอาการรุนแรง และมีโอกาสเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก

ไข้หวัดใหญ่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

รศ. ศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่และนายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย เผยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า ทุกปีมีผู้ติดเชื้อ 500-1 พันล้านคน กับไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปี และประมาณ 3-5 ล้านคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์รุนแรงเกิดขึ้นทั่วโลก เสียชีวิตปีละ 290,000-650,000 คน โดยส่วนใหญ่เสียชีวิตในผู้สูงอายุอายุ 65 ปีขึ้นไป และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

ในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่าไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ไม่รุนแรง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สนใจการฉีดวัคซีนมากนัก แต่ในความเป็นจริง การป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้สูงกว่า โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงทั้ง 7 กลุ่มเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง ลดอัตราการเกิดโรคแทรกซ้อน ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ รวมทั้งลดอัตราการนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลและห้องฉุกเฉิน

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน

ในช่วงเวลาของการระบาดของ COVID-19 นี้ สหรัฐอเมริกาได้พยายามฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้มากขึ้น เพื่อตัดศัตรูออกไปข้างหนึ่ง ตามทฤษฎีแล้ววัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่ได้ป้องกัน COVID-19 แต่เชื่อกันว่ามีการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทางอ้อม การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยรักษาบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นทรัพยากรสำคัญในยามวิกฤต อย่างน้อยก็ช่วยลดภาระการป่วยไข้ได้ เพื่อรับมือกับ COVID-19 อย่างเต็มกำลัง

ในขณะเดียวกัน ผู้ป่วยเองก็ลดความสับสนและความวิตกกังวลจากอาการที่คล้ายคลึงกัน ยังช่วยลดอุบัติการณ์ของการเจ็บป่วยร่วมด้วย (การติดเชื้อร่วม) จากทั้งไวรัสไข้หวัดใหญ่และไวรัส COVID-19

นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยในช่วงปี 2020-2021 ของการระบาดของ COVID-19 ตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกาได้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ในผู้ป่วยอายุ 65 ปีขึ้นไป และจำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ COVID-19 ในสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 22 มกราคม ถึง 10 มิถุนายน 2020 (ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดย US National Library of Medicine – National Institutes of Health)เมื่อความคุ้มครองการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นทุกๆ 10% จะลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ลง 28%

ขณะอยู่ในบราซิล มีการศึกษาความสัมพันธ์ของการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ความรุนแรงของโควิด-19 และอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19 ในบราซิล (อ้างอิงจากบทความ BMJ Evidence-Based Medicine ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564) เปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ประมาณ 50,000 รายที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในบราซิล ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564 โดยการศึกษาเปรียบเทียบเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในช่วง 1-3 เดือนที่ผ่านมา และ 2. ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ผลการวิจัยพบว่า การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในผู้ป่วยโรคโควิด-19 ช่วยลดอัตราการนอนหลับในหอผู้ป่วยหนักได้ 7% อัตราผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 17% และอัตราการเสียชีวิต 16% ซึ่งวิเคราะห์ว่าการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ สามารถช่วยลดความรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ได้

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังคงมีความจำเป็นในช่วงการระบาดของ COVID-19

ศ.นพ. ธีรพงศ์ ตันตวิเชียร หัวหน้าภาควิชาแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันเสาวภา สภากาชาดไทย กล่าวว่า ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้อุบัติการณ์ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ลดลงทั่วโลก อาจเกิดจากการใส่หน้ากากกักตัวอยู่บ้านและสร้างระยะห่างทางสังคม ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมีคำถามว่ายังต้องรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่หรือไม่ คำตอบคือมันจำเป็นมาก

ด้วยผลการศึกษาต่างๆ มากมาย ระบุว่า “วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19” และหากไข้หวัดใหญ่มีการติดเชื้อและมีอาการจะต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนผู้ป่วย COVID-19 เพราะอาการเบื้องต้นจะไม่ต่างกัน นอกจากนี้ยังสามารถติดเชื้อทั้ง coronavirus และ influenza ร่วมกันได้ ซึ่งจะทำให้อาการป่วยรุนแรงขึ้น ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคพื้นเดิม เป็นต้น

ฉันควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เมื่อใด

ปัจจุบันศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ได้แนะนำช่วงเวลาของการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 และวัคซีนอื่นๆ ในวันเดียวกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญของประเทศไทยแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 คุณควรอยู่ห่างจากวัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือวัคซีนอื่นๆ เป็นเวลา 14 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงของวัคซีนทั้งสองชนิดที่อาจทับซ้อนกัน

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ขยายเวลาให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ 7 กลุ่มเสี่ยง รวมบุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 19 และกลุ่มในสลัมและโรงเรียนทุกวัย ฟรี จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมาก ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ที่มีการระบาดในประเทศไทย แนวทางการรับการฉีดวัคซีนมี 3 ประเภท ได้แก่ การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ก่อนฉีดวัคซีน covid-19, การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ระหว่างการฉีดวัคซีนโควิด-19 หรือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่หลังการฉีดวัคซีนโควิด-19

อย่างไรก็ตาม แพทย์แนะนำให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ วัคซีนสี่สายพันธุ์สามารถครอบคลุมทั้งสองสายพันธุ์ B คือ A ทั้ง H1N1 และ H3N2 และสาย ทั้งสายพันธุ์ Victoria และ Yamagata B ได้เพิ่มความครอบคลุมของไวรัสไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้ดีขึ้น ที่สำคัญ การศึกษาวิจัยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังช่วยลดความรุนแรงของ COVID-19 อีกด้วย และอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19

118619

.
ที่มาข้อมูล