in

ทองกวาว:ความงามร้อนแรงแห่งฤดูการ

ทองกวาว:ความงามร้อนแรงแห่งฤดูการ

ทองขาว : ความงามอันร้อนแรงของฤดูแล้ง
เดชา ศิริพัฒน์/มูลนิธิข้าววัน

ปีนี้เป็นปีที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์อย่างเป็นทางการ ว่าจะเป็นปีหนึ่งที่แห้งและร้อนที่สุดในรอบหลายปีนี้ในช่วงที่ร้อนที่สุดของปีคือเดือนเมษายน
อุณหภูมิคาดว่าจะสูงขึ้นสูงถึง 43 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 70 ปี แต่คงจะแห้งแล้งกว่าหลายปีก่อนอย่างแน่นอน เพราะทางการประกาศว่าเกษตรกรในพื้นที่ชลประทาน (โดยเฉพาะภาคกลาง)

ละเว้นจากการทำนาขั้นที่สองที่ใช้น้ำมาก แนะนำให้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทน เช่น พืชไร่ต่างๆ อันที่จริง ฤดูแล้งของประเทศไทยเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน ต้นไม้พื้นเมืองบางต้นเริ่มทิ้งใบแล้วเบ่งบานในเดือนธันวาคม เพราะต้นไม้พื้นเมืองดังกล่าวจะร่วงหล่นและบานสะพรั่งมากกว่าปีที่แล้วเช่นเดียวกับต้นคูณในเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม เฉพาะช่วงออกดอกของต้นไม้ท้องถิ่นบางชนิด เกิดขึ้นก่อนต้นคูณซึ่งอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม เช่น ต้นทองกวาวที่จะเขียนถึงตอนนี้

ทองกวาว : ไม้ยืนต้น
พื้นเมืองดั้งเดิมของไทย

ทองขาวมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Butea frondooa Koen. ร็อกซ์บ. (คำพ้องความหมาย Butea monosperma Ktre) LEGUMI-NOSAE เช่น ทองหลาง คูณแค เป็นต้น เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 8-15 เมตร ไม่ค่อยตั้งตรง เพราะเมื่ออายุยังน้อยจะมีลักษณะเหมือนต้นไม้คืบคลานกิ่งก้าน การแพร่กระจายของหลังคา เปลือกหุ้มลำต้นเป็นสีเทาเข้ม แตกเป็นร่องตื้นๆ มี 3 ใบย่อยอยู่บนก้านใบเดียวกัน คล้ายกับใบทองหลาง ใบเป็นรูปไข่ ตรงกลางรูปไข่แกมมน ปลายใบมน ส่วนอีก 2 ใบเป็นรูปไข่ ฐานกว้าง ผิดรูป กว้างประมาณ 10-12 ซม. ยาวประมาณ 15-20 ซม. ใบทิ้ง ในช่วงฤดูแล้ง (พฤศจิกายน-มีนาคม) ออกดอกช่วงใบไม้ร่วง (ธันวาคม – มีนาคม)

ช่อดอกที่ปลายกิ่งและกิ่งก้าน ช่อดอกยาวประมาณ 60-90 ซม. ยาวประมาณ 7 ซม. มีลักษณะเป็นดอกป่น

มีห้ากลีบ กลีบดอกมีสีแดงสด บางดอกมีสีแดง ต้นไม้บางต้นหันไปทางสีเหลือง เหมือนหางนกยูงตะวันตก บางชนิดมีสีแดงทั้งหมด บางตัวมีสีเหลืองบริสุทธิ์แต่หายาก ส่วนใหญ่เป็นสีเหลืองสดซึ่งเป็นส่วนผสมของสีแดงและสีเหลือง

ฝักกวาวเครือมีลักษณะแบน กว้างประมาณ 1.5-3 ซม. ยาว 8-04 ซม. มีเมล็ดเพียง 1-2 เมล็ดต่อฝักที่ปลายฝัก

ทองกวาวเป็นพืชพื้นเมือง ความเป็นไทยในธรรมชาติอีกชนิดหนึ่งพบได้ตามป่าเบญจพรรณ และในทุ่งนาที่มีน้ำท่วมทุกภาค นอกจากนี้ยังพบในอินเดีย พม่า ลาว มาเลเซีย เป็นต้น

ทองขาวได้รับเลือกให้เป็นต้นไม้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2507 และเป็นไม้มงคลที่ปลูกไว้เป็นมงคลในจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2542 ต้นทองกวาวมีความหมายสำหรับศิษย์เก่าและปัจจุบันของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตลอดจนชาวจังหวัดเชียงใหม่โดยเฉพาะ

ทองกวาวมีชื่อเรียกต่างๆ มากมาย เช่น ท้องทองต้น, ทองกวาว, เกล้าต้น, ตองธรรมชาติ, ทองพรหมชาติ (ภาคกลาง), กวาว, กวาว (เหนือ), จัน (อีสาน), จ๋า (สุรินทร์) เป็นต้น เป็นภาษาอังกฤษ , มันถูกเรียกว่า
เปลวไฟแห่งป่าไม้สักเบงกอล คิโน

ผู้เขียนยังจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เขาเห็นต้นกวาวสีทองเติบโตในทุ่งนา น้ำท่วมจังหวัดสุพรรณบุรีที่ชาวบ้านเรียกว่าต้นทอง เมื่อมีดอกจะเรียกว่าดอกทองหรือดอกทอง ร่านที่ใช้ดูหมิ่นหมายความว่า”ผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์ทางเพศง่าย(ใช้เป็นคำดูถูก) ตามคำอธิบายของพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน ปี 2525 และทราบว่าคำนี้ใช้เป็นคำสาปที่รุนแรงมาก เนื่องจากสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองหลวง (เช่น ในละครสมัยอยุธยาเรื่องมโนราห์) มีข้อสงสัยว่าดอกของต้นไม้สีทองที่สวยงามจะกลายเป็นคำสาปที่ลามกอนาจารได้อย่างไร? เพราะแม้แต่ในหนังสือย่อของ Dr. Pradley ในปี 1873 ปี 1873 ก็ยังให้ความหมายของคำว่า Slut ความหมายเดียวคือดอกของต้นทอง เท่านั้น ดังนี้
สำส่อน : มันคือชื่อของดอกไม้สีทอง ต้นไม้มีใบกลมและดอกเหมือนดอกไม้สีทองที่มีใบกลม ซึ่งรวมถึงคำว่ากระทงดอกไม้ที่ใช้เป็นการดูถูกด้วยเช่นกัน

ประโยชน์ของทองกวาว
ทอง
มีสรรพคุณทางยาบันทึกไว้ในตำรายาแผนโบราณ ไทยในหลายๆ ด้าน เช่น

ราก รสเมาร้อน แก้ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ขับพยาธิ แก้ริดสีดวงทวาร

ใบ : ยาพอกแก้ฝีและสิว ล้างพิษ บรรเทาอาการปวด แก้ปวดท้อง แก้ริดสีดวงทวาร บำรุงพลังงาน

ดอกไม้ : แก้ไข้ ขับปัสสาวะ ยาหยอดตา แก้ตาแดง ตาแฉะ ตาพร่า ปวดตา

เมล็ด : ขับไส้เดือน ปรสิต บด ผสมกับน้ำมะนาว ทาบรรเทาอาการอักเสบของผิวหนัง อาการคันและแสบร้อน รอยแดงของผิวหนัง บดเป็นผงผสมน้ำแก้กลาก
ยางจากต้น เรียกว่า หมากฝรั่ง เบงกอล หรือ บิวเทีย คิโน ใช้เป็นยาสมานแผล ใช้ภายนอก รับประทานแก้ท้องร่วง
ท้องเสีย

มีข้าวครัวอีกชนิดหนึ่งที่ขึ้นชื่อด้านสมุนไพรทั่วโลก กวาวเครือ (ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Butea superba Roxb.) เป็นเถาที่มีลักษณะใบและดอกคล้ายกับทองกวาวเครือ และกวาวเครือแดงที่เรียกตามสีของส่วนไม้ที่ใช้ทำยาคือส่วนของต้นที่พองตัวเหมือนหัว เชื่อกันว่าหัวกวาวเครือมีฮอร์โมนตามธรรมชาติเป็นฮอร์โมนเพศที่ช่วยให้ร่างกายอ่อนวัยกว่าตัว อายุและการรักษาพลังงาน ฯลฯ ปัจจุบันสถาบันการแพทย์ หลายแห่งกำลังค้นคว้าวิจัยกวาวเครืออย่างแข็งขัน
เพื่อนำไปใช้ให้เกิดผลโดยไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย

สำหรับทองคำนั้น นอกจากดอกไม้จะมีสีสดใสและสวยงามที่ฝรั่งเรียกว่า เปลวไฟของป่ายังสามารถรับประทานเป็นผักที่มีเปลือกสีทองได้ เหมาะสำหรับทำเชือกและกระดาษ ไม้นอกจากทำฟืนหรือเผาถ่าน
นอกจากนี้ยังสามารถใช้สำหรับการก่อสร้างบ้านที่อยู่ในอาคารได้อีกด้วย ใบทองกวาวนิยมใช้ชาวพิจิตรมาตากมะม่วง
เพราะคุณจะได้มะม่วงที่สวยงามและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

ปัจจุบันกวาวนิยมปลูกในบริเวณบ้าน สวนสาธารณะ และสองข้างทาง เพราะมีกระโจมแผ่กว้างเพื่อให้ร่มเงาได้ดี ปลูกง่าย ทนทาน อีกทั้งยังเป็นไม้มงคล กล่าวคือ ชาวพุทธถือว่าพระพุทธองค์เดิมเป็นพระเมธะกร ตรัสรู้ใต้ร่มทองคำ

ชาวฮินดูเชื่อว่าทองกวาวมีต้นกำเนิดมาจากขนเหยี่ยวที่ชุบด้วยน้ำโสม ใบกลางคือพระวิษณุ (พระวิษณุ) ใบซ้ายคือพรหม และไพ่ที่ถูกต้องคือพระศิวะ (พระอิศวร)

ดังนั้นร่มเงาของโกลเด้นกวาวจึงจะช่วยบรรเทาความแห้งแล้งได้เป็นอย่างดี

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : ไม้ประดับ, คู่มือคนรักต้นไม้

.
ที่มาข้อมูล