in

ถามตอบปัญหาสุขภาพ

ถามตอบปัญหาสุขภาพ

ไขมันพอกตับ

ถาม : กาญจน์/ชลบุรี
อายุ 50 ปี ไปตรวจอัลตราซาวนด์ หมอบอกว่าเป็นโรคไขมันพอกตับ และน้ำตาลในเลือดกำลังมา หมอไม่ได้ให้ยาอะไรเลย บอกให้ควบคุมอาหารเท่านั้น

กรุณาสอบถาม
1.ไขมันพอกตับ คืออะไร มีอาการอย่างไร? สามารถป้องกันได้หรือไม่? วิธีดูแลตัวเอง
2.น้ำตาลในเลือดกำลังมา มันหมายความว่าอะไร? สามารถป้องกันได้และอย่างไร?

ตอบ นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนโรจน์

โปรดตอบคำถามต่อไปนี้:

1. ไขมันเกาะตับ ปกคลุมตับ หรือแทรกในตับ
พบว่ามีไขมันสะสมในตับมากกว่าปกติจากการตรวจอัลตราซาวนด์ ไขมันส่วนใหญ่เป็นกรดไขมัน หรือในรูปที่เรียกว่าไตรกลีเซอไรด์ (กรดไขมัน 3 ชนิดรวมกับกลีเซอรอล) ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แต่ถ้าปล่อยไว้หลายปีจะเพิ่มโอกาสเกิดตับอักเสบเรื้อรังจนเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับ ซึ่งจะมีอาการตาเหลือง ท้องอืด ท้องโต บวม บีบลักยิ้ม 2 ขา เป็นต้น

ไขมันพอกตับมักเกี่ยวข้องกับโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมัน แป้ง น้ำตาล ของหวาน แอลกอฮอล์ (อร่อยเกินไป) และไม่ออกกำลังกาย (สบายเกินไป) จนน้ำหนักเกิน ไขมัน น้ำตาล และแป้งที่ไม่ได้บริโภคหรือไม่ได้ใช้จะถูกเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ เพื่อสะสมในตับเป็นเวลานาน การทำงานของตับจะลดลง เพราะตับอักเสบโดยเฉพาะถ้าดื่มแอลกอฮอล์แล้วมีไวรัสตับอักเสบบีหรือซีร่วมโรงงาน ไวรัสตับอักเสบก็มากขึ้น แพร่กระจายไปสู่โรคตับแข็งหรือมะเร็งตับ

โรคตับแข็งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 ของคนไทย ชายวัยกลางคน และหญิง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากไขมันพอกตับ

การป้องกันคือแก้ที่ต้นเหตุ ถ้ามีรอบเอวเข้าผู้ชายมากกว่า 36 นิ้ว หรือผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 32 นิ้ว (วัดรอบเอว) แสดงว่าอาหารอร่อยเกิน สบายเกินไป จะต้องกินไขมันน้อย แป้ง น้ำตาล ของหวาน ผลไม้หวาน งดดื่มแอลกอฮอล์ มิฉะนั้น ตับจะแข็งตัวเร็วขึ้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เดินเร็วๆ (เดินจนเหนื่อยหน่อย ไม่สามารถทำเสียงยาวได้) ต่อเนื่องมากกว่า 10 นาทีครึ่งชั่วโมงต่อวัน หรือเดินขึ้นบันได เล่นกีฬา ลดน้ำหนัก ลดรอบเอว

การรักษาด้วยยาไม่เป็นที่น่าพอใจ เพราะยาบางชนิดช่วยลดไขมันที่พอกตับได้ แต่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น หมอเลยไม่ได้ให้ยากิน ดังนั้นควรดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย ลดอาหารประเภทไขมัน อาหารทอด น้ำมัน แป้ง น้ำตาล เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และรับประทานผักผลไม้ไม่หวานแทนธัญพืชไม่ขัดสี ลดรอบเอวของคุณให้เหลือน้อยกว่า 36 นิ้วในผู้ชาย และ 32 นิ้วในผู้หญิง จะช่วยลดการสะสมของไขมันในตับ

2. น้ำตาลในเลือดกำลังมา
ฉันเข้าใจว่าแพทย์หมายถึงน้ำตาลในเลือดสูง โอกาสเป็นเบาหวานกำลังมา เป็นภาวะที่เป็นเบาหวาน ฉันกำลังจะเป็นเบาหวานที่มีน้ำตาลในเลือดสูง (แม้จะงดอาหารและเครื่องดื่มเกิน 8 ชั่วโมง) ก็เป็นผลจากโรคอ้วน ไขมันพอกตับ ความดันโลหิตสูง ถ้าน้ำตาลในเลือดของคุณสูงกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ถือว่าคุณสูง ถ้ามากกว่า 126 ถือว่าคุณเป็นเบาหวาน

วิธีป้องกันไม่ต้องเป็นเบาหวานหรือน้ำตาลในเลือดสูงแต่ไม่เป็นเบาหวาน ก็เท่ากับโรคไขมันพอกตับ เพราะปัจจัยเดียวกันที่อร่อยเกินไป (กินไขมัน ของหวาน แป้ง น้ำตาล ผลไม้สุดหวาน แอลกอฮอล์) และสบายเกินไป (ไม่ออกกำลังกาย นั่งนอนทั้งวัน) จนพุงยื่นออกมา ไขมันสูง สูง น้ำตาลในเลือดสูงเพราะกินและใช้ ไม่ใช่ทั้งหมดจึงสะสมไขมันในตับและน้ำตาลในเลือดสูง

เข่าซ้าย
ถาม : ลลิน/นครปฐม
ตอนนี้ อายุ 44 ปี เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว รู้สึกว่าเวลาวิ่งจ๊อกกิ้ง ข้อเข่ามีเสียง หรือเวลานั่งจะมีเสียงบางครั้ง รวมถึงเดินเยอะติดต่อกัน 2-3 วัน ไปช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า เดินตลาด จะรู้สึกว่าเข่าจะร้อน การมีประจำเดือนประมาณ 1 สัปดาห์หรือ 10 วัน คุณจะรู้สึกอบอุ่นและร้อนที่หัวเข่าซ้าย มีอาการแบบนี้แทบทุกเดือน พอหมดประจำเดือนก็จะดีขึ้น

2 ปีก่อนเริ่มมีอาการ ไปพบแพทย์เพื่อตรวจมวลกระดูกของคุณ หมอบอกให้ระวังโรคกระดูกพรุน -2.1 หมอให้ยาเม็ดแก่ฉันสี่เม็ด เม็ดหนึ่งมีแคลเซียม ยาแก้อักเสบ วิตามินหนึ่งเม็ด และอีกเม็ดหนึ่ง กินแล้วอยากอาเจียนทุกวัน บางวันฉันอาเจียนจริงๆ เป็นเพราะยาแรงเกินไปหรือเปล่า?

กินยามาเกือบปี อาการไม่ดีขึ้น ตอนนี้ฉันหยุดไปหาหมอ แต่ฉันไปซื้อแคลเซียม และน้ำมันตับปลากิน

ขอถามวิธีดูแลเข่าหน่อยค่ะ? และอาการข้อเข่าแบบนี้ ถ้าทานแคลเซียม น้ำมันตับปลาคอด จะส่งผลอย่างไรกับร่างกายถ้าทานนานๆ ?

ตอบ นพ.สุรชัย ปัญญาพงศ์พงศ์

จากประวัติและอาการของคุณ ฉันคิดว่ามีปัญหาจากสองสาเหตุ

1. ตั้งแต่หมอนรองกระดูกสันหลังไปจนถึงเส้นประสาท ซึ่งแม้หลังการผ่าตัด อาจยังมีอาการตกค้างอยู่บ้าง หรือการดึงออกจากพังผืดหรือกระดูกมีแคลคูลัสงอกมากดทับเส้นประสาททำให้เกิดอาการปวดน่อง เวลาเดินหรือทำงานหนักความเจ็บปวดจะเพิ่มขึ้นและส่วนที่เหลือจะน้อยลง

2. จากหลอดเลือดในสมองตีบ ทำให้สมองบางส่วนได้รับเลือดน้อยลง ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนแรงและชาทั้งแขนและขา และอาจมีการหดตัวของกล้ามเนื้อแขนและขาได้ การทำงานของกล้ามเนื้ออาจไม่ประสานกันตามปกติ ทำให้ทำงานละเอียดได้ยาก เช่น การเขียนหนังสือที่ยาก และส่งผลต่อความสมดุล

การรักษา
การรักษาเริ่มต้นด้วยสาเหตุ หากมีการกดทับเส้นประสาทจากหมอนรองกระดูกเคลื่อน อาจต้องผ่าตัดแก้ไขอีก ควรให้แพทย์ตรวจอย่างละเอียดและหารือถึงวิธีการที่เหมาะสม หากยังไม่ถึงขั้นที่ต้องผ่าตัด กายภาพบำบัดด้วยยาเป็นครั้งคราว ถือเป็นการรักษาแบบประคับประคองที่เหมาะสม

ส่วนของสมอง แพทย์ของคุณสามารถสั่งยาเพื่อป้องกันไม่ให้อาการของคุณแย่ลง

เข้าใจโอกาสเกิดโรค ออกกำลังกาย ออกกำลังกายเพื่อรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เหมาะสมสามารถทำงานได้ตามปกติ แต่เมื่อปวดหรืออ่อนแรงควรพักเป็นระยะๆ สามารถเข้าสังคมได้ตามปกติ อาจต้องมีเพื่อนเดินทางด้วยในบางครั้ง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ มีสุขภาพจิตดี ไร้กังวล แม้สมรรถภาพทางกายจะลดลงบ้าง จะช่วยให้มีชีวิตที่มีความสุข

.
ที่มาข้อมูล