in

“ตรวจภูมิคุ้มกัน” หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 จำเป็นแค่ไหน?

“ตรวจภูมิคุ้มกัน” หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 จำเป็นแค่ไหน?

ตรวจภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ต้องใช้เท่าไหร่?

แม้จะฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้คนมากขึ้น แต่พบว่าหลายคนยังสงสัยเรื่องการแพ้วัคซีนและกังวลว่าหลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้วภูมิคุ้มกันของร่างกายจะเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่? สมาคมโรคภูมิแพ้ หอบหืด และภูมิคุ้มกันวิทยาแห่งประเทศไทย (14 ก.ย. 64) ได้ช่วยชี้แจงแล้ว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการแพ้และผลข้างเคียงของวัคซีน

แพ้วัคซีนหรือแค่ผลข้างเคียง?

สิ่งแรกที่ทุกคนต้องเข้าใจคือยาทุกชนิดที่ใช้กับมนุษย์มีผลข้างเคียง วัคซีนถือเป็นยาด้วย ผลข้างเคียงเป็นคุณสมบัติที่เราทุกคนควรเตรียมพร้อมที่จะสัมผัส เช่น ปวดบริเวณที่ฉีด บวม แดง ไข้ต่ำ หรือปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น

แม้ว่าการแพ้วัคซีนจะมีอุบัติการณ์ที่ต่ำกว่ามาก แต่ที่ประมาณ 5 ในล้าน ปฏิกิริยาการแพ้คือการตอบสนองต่อยาที่ร้ายแรงกว่าที่คาดไว้ มีอาการรุนแรงกว่าปกติ เช่น เริ่มมีผื่นขึ้นที่จุดหนึ่งของร่างกายและลุกลามไปยังบริเวณอื่น ผลข้างเคียงอื่นๆ ก็ปรากฏเช่นกัน เช่น ความดันโลหิตลดลง หัวใจเต้นเร็ว หรือมีอาการบวม สำหรับวัคซีนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน พบว่าทุกชนิดมีอุบัติการณ์อาการไม่พึงประสงค์ที่ยอมรับได้ ไม่รุนแรงเกินไปหรือแตกต่างกันมาก ขณะที่อาการแพ้รุนแรงไม่พบอัตราการเกิดสูงเป็นพิเศษ ในประเทศไทยมีรายงานอาการแพ้รุนแรง 5 ถึง 10 ครั้งในการใช้วัคซีนสำหรับ 1 ล้านคน ซึ่งเป็นระดับเดียวกับประเทศอื่นๆ

การฉีดวัคซีนและอาการแพ้สามารถรักษาได้

สำหรับทุกขั้นตอนทางการแพทย์ ไม่ว่าจะฉีดหรือฉีดวัคซีน แนะนำให้ผู้ป่วยนั่งในโรงพยาบาลเป็นเวลา 20-30 นาทีเพื่อรอดูว่าอาจมีอาการแพ้เกิดขึ้นหรือไม่ ระหว่างรอ หากมีอาการผิดปกติใดๆ ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที สำหรับอาการแพ้รุนแรงกว่า 90% จะมีอาการเริ่มต้นภายใน 20-30 นาทีแรก เช่น มีผื่นคล้ายลมพิษที่ลามทั่วร่างกาย ผื่นแดง คันบริเวณแปลก ๆ (ฝ่ามือ รักแร้ หรืออวัยวะเพศ) ลำบาก หายใจไม่สะดวก ความดันต่ำ ปากหรือตาบวม เป็นต้น

กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค และศูนย์ฉีดวัคซีนต่างๆ มีกำหนดการเปลี่ยนการฉีดวัคซีนที่ชัดเจน กรณีผู้แพ้วัคซีนเข็มแรกจะพิจารณาให้เปลี่ยนประเภทวัคซีน ในการวินิจฉัยอาการแพ้ที่แพ้ส่วนใดส่วนหนึ่งหรือแพ้ส่วนประกอบใด ๆ เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญที่จะต้องมาวิจัย และหาคำตอบต่อไป

“มีการพูดถึงปลายประสาทหลังจากฉีดวัคซีน ซึ่งยังคงจัดว่าเป็นผลข้างเคียง ถ้าไม่มากก็จะค่อยๆ หายเอง แต่ถ้ามาก อาจต้องตรวจวินิจฉัยและรักษาเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม การแพ้วัคซีนบางชนิด อาจส่งผลให้เกิดลิ่มเลือด ชาที่ปลายประสาท หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายได้ สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้หลังจากช่วงระยะเวลาหนึ่งหลังการฉีดวัคซีน อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นช้าหรือเร็วต่างกัน ผู้ป่วยที่มีอาการสามารถขอคำแนะนำจากแพทย์ประจำตัวได้ทันที ไม่ต้องไปถามที่ศูนย์ฉีดเท่านั้น”

ฉีดวัคซีนแล้วไม่มีไข้ ไม่มีอาการ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีภูมิคุ้มกัน

หลังฉีดวัคซีนแล้ว ผู้รับไม่แสดงอาการใดๆ เช่น มีไข้หรือปวดเมื่อยตามร่างกาย ร่างกายของผู้รับวัคซีนไม่ถือว่ามีความผิดปกติใดๆ เพราะปฏิกิริยาต่างๆ เหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน การฉีดวัคซีน 2 โดส ภูมิคุ้มกันของร่างกายเราจะเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องตรวจ

การฉีดวัคซีนจะเพิ่มสารใหม่ให้กับร่างกาย ไม่ว่าวัคซีนชนิดใด ร่างกายของเราก็รับรู้อยู่แล้ว สำหรับกรณีที่สงสัยว่าฉีดแล้วมีภูมิต้านทานดีขึ้นจริงหรือไม่ ปัจจุบันไม่แนะนำให้ไปตรวจเลือด เพราะแม้ตัวเลขจะมากหรือน้อยก็ไม่ได้บ่งบอกว่าภูมิจะดีมากหรือไม่ดีเลย เพราะตัวเลขนี้ไม่ใช่ตัวเลขที่บ่งบอกว่าสามารถป้องกันโรคได้หรือไม่ ขอแนะนำให้พิจารณาคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาและทดสอบวัคซีนก่อนนำไปใช้จริง สรุปได้ว่าเมื่อฉีดในปริมาณหรือระยะทางที่กำหนดสามารถป้องกันการติดเชื้อร้ายแรงได้

การทดสอบที่ทำกันโดยทั่วไปในปัจจุบันไม่สามารถบอกการป้องกันโรคได้ การตรวจตามหลักวิทยาศาสตร์ ต้องทำโดยการเพาะเชื้อแล้วนำเลือดไปตรวจระดับการป้องกันโรค ซึ่งแตกต่างกันมากและมีรายละเอียดมากขึ้น

แพ้ยาหรืออาหารก็ฉีดได้

ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาหรือแพ้อาหารอย่างรุนแรงสามารถฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม เพราะวัคซีนไม่มีสารปฏิชีวนะหรืออาหารทะเลเลย

รศ. ศ.ดร.ฮิโรชิ กล่าวว่า “ผู้ที่แพ้ยาหรืออาหารบางชนิดสามารถไปฉีดวัคซีนได้ เราพบว่าผู้ป่วยภูมิแพ้เมื่อฉีดวัคซีนแล้วไม่มีอาการแพ้มากกว่าคนอื่นๆ แต่ก็สามารถเข้าใจได้ว่าคนกลุ่มนี้อาจจะมีความกังวลเป็นพิเศษ มีประวัติแพ้อาหาร การกินยากดภูมิคุ้มกัน มะเร็ง หรือแม้แต่การปลูกถ่ายอวัยวะก็สามารถฉีดวัคซีนได้”

วัคซีนที่ออกฤทธิ์ในโลกปัจจุบันได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทยที่มีผลดีในการป้องกันอาการติดเชื้อ COVID-19 อย่างรุนแรงและลดอัตราการแพร่เชื้อได้บางส่วน ผู้ที่ได้รับวัคซีนและติดเชื้อ COVID-19 เป็นครั้งแรกมีโอกาสน้อยที่จะมีอาการ และไม่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล สำหรับผู้ที่มีคำถามเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนควรปรึกษาบุคลากรด้านสุขภาพโดยตรง เนื่องจากหน่วยงานมีข้อมูลที่ชัดเจนทั้งข้อดีของวัคซีนและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

.
ที่มาข้อมูล