in

ชมพูพันธุ์ทิพย์…ความสดใสท่ามกลางบรรยากาศรุ่มร้อน

ชมพูพันธุ์ทิพย์…ความสดใสท่ามกลางบรรยากาศรุ่มร้อน


เดือนเมษายนถือเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในประเทศไทย และเป็นเดือนที่สดใสด้วยไม้ยืนต้นนานาชนิด ออกดอกเพียงปีละครั้งช่วยบรรเทาความร้อนจากความสวยงามของไม้ดอก และประเพณีสงกรานต์แบบเก่าซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงของปีใหม่ตามประเพณีเก่าของไทย

ตามปกติทุกสัปดาห์ ผู้เขียนจะเดินทางจากที่พักอำเภอบางกรวยมาทำงานที่มูลนิธิข้าวขวัญจังหวัดสุพรรณบุรี ในเช้าวันจันทร์และกลับบ้านในเย็นวันศุกร์ ซึ่งในเดือนมีนาคม การเดินทางในเช้าวันจันทร์จะสดชื่นเป็นพิเศษ เพราะทั้งต้นคูณและต้นชมพู่พันธุ์ทิพย์บานเต็มที่ ระหว่างทางก็เห็นความสวยงามอยู่หลายครั้ง

ชมพู่พันธุ์ทิพย์…ความงามจากต่างโลก
พันธุ์ทิพย์ชมพู มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tabebuia heterophylla (DC) Briton อยู่ในวงศ์ Bignoniaceae รวมทั้งทองอุไรและศรีตรัง เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 8-12 เมตร
ใบผสม 5 ใบในต้นเดียวกัน แผ่ออกเป็นใบปาล์ม ผิวไม่เรียบ ปลายแหลม ยาวประมาณ 12 ซม. กิ่งแผ่ออกเป็นพุ่มหนาแน่น
พันธุ์ทิพย์สีชมพูใบและใบในฤดูหนาว ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม หลังจากนั้นจะบานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ดอกออกเป็นช่อตามกิ่งก้าน ช่อละ 5-8 ดอก
ดอกไม้ขนาดเล็กที่มีลักษณะเหมือนผักบุ้งหรือทรัมเป็ต ฐานดอกเป็นหลอดยาวตรงปลายดอกบานออกเป็น 5 กลีบ กลีบบาง เหี่ยวย่น และหลุดง่าย จะเห็นดอกพันทิพย์สีชมพูกระจัดกระจายอยู่ทั่วต้นไม้สวยงามราวกับดอกบานบนต้นไม้ ดอกแต่ละดอกกว้างประมาณ 8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร
สีของกลีบดอกปกติคือสีชมพูสดใส แต่มีความเข้มและจางต่างกันไป โดยเฉพาะต้นกล้ามีหลากหลายรูปแบบ จากสีชมพูอ่อนเกือบขาวเป็นสีแดงเข้มเกือบม่วงแดง
เมื่อดอกสีชมพูร่วงหล่น ฝักจะมีรูปร่างคล้ายบุหรี่ ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร เมื่อฝักแก่ประมาณเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม จะแตกออกข้างหนึ่งตามยาว และเมล็ดที่มีปีกจะปลิวไปตามลมได้
กำเนิดชมพู่พันธุ์ทิพย์ในเขตร้อนของทวีปอเมริกาใต้ ต่อมาได้มีการปลูกในทวีปเขตร้อนต่างๆ อย่างกว้างขวาง รวมทั้งประเทศไทย
สำหรับประเทศไทยมีบันทึกเป็นหลักฐานว่านำเข้าประเทศแรกเข้าเมืองกรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิจและ ม.ร.ว. พันธุ์ทิพย์ ปริพัทธ์ ตั้งชื่อตามสีของดอกไม้ และให้เกียรติผู้นำเข้าว่า ชมพู่ พันธุ์ทิพย์ เดิมชื่อ ตะเบะบุยะ มีชื่ออื่นว่า ชมพูทรัมเป็ต ธรรมบูชา ชื่อภาษาอังกฤษคือ ต้นชมพู่ ตามลักษณะของดอก

ประโยชน์ของชมพู่พันธุ์ทิพย์
ชมพู่พันธุ์ทิพย์เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ทนต่อสภาพอากาศและโรคแมลง โตเร็ว มีดอกสวยงาม จึงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับและไม้ร่มในที่ทำการราชการ สวนสาธารณะ และตามถนน
เพราะเป็นต้นไม้ที่เพิ่งมาถึงเมืองไทยไม่กี่สิบปี ดังนั้นจึงไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยาและอาหาร
อย่างที่คุณเห็น ดอกไม้ของชมพู่พันธุ์ทิพย์คงไม่มีพิษมีภัย อาจใช้ประกอบอาหาร เช่น จุ่มแป้ง เป็นต้น นอกจากการรวบรวมเพื่อหมักของเหลวแล้ว หรือน้ำจุลินทรีย์ในระบบเกษตรอินทรีย์
ไม่ว่าบรรยากาศของประเทศจะร้อนแค่ไหน หากคนไทยมองโลกในแง่ดี เห็นความสดใสและความงามของธรรมชาติและฤดูกาล จากดอกกุหลาบสีชมพู ณ เวลานี้ เชื่อว่าคนไทยจะนำพาชาติไปสู่ทางตันและพบกับความสงบสุขในเร็ววัน


.
ที่มาข้อมูล