in

จิตอาสา พลังสร้างโลก

จิตอาสา พลังสร้างโลก

จิตอาสาพลังสร้างโลก (4) ยาที่เน้นหัวใจมนุษย์

ไม่เป็นไรสำหรับนักศึกษาแพทย์ที่จะทำผิดพลาดหลายร้อยครั้งในการกรีดร่างกายของเรา เราได้รับอนุญาตให้ทำให้ดีที่สุดแต่เมื่อเราเป็นหมอเสร็จแล้ว อย่าตัดใครผิดแม้แต่ครั้งเดียว

โรงเรียนสอนให้เป็นมนุษย์
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2548 ผมและทีมงานได้มีโอกาสเยี่ยมชมคณะแพทยศาสตร์ มูลนิธิ Shiji ในฮัวเหลียน คณะแพทย์แห่งนี้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1994 และได้ผลิตแพทย์มาหลายชั่วอายุคน อาคารคณะแพทยศาสตร์มีความสง่างาม มั่นคง และแข็งแรง มีพื้นที่สีเขียวกว้าง ไม่ไกลจากทีมแพทย์เป็นโรงพยาบาลขนาด 1,200 เตียง ที่มีโครงสร้างใหญ่โตอลังการเช่นกัน ระหว่างคณะแพทย์และโรงพยาบาลเป็นอาคารฐานรากที่สวยงาม บริเวณโดยรอบตกแต่งด้วยประติมากรรมที่สวยงามและมีความหมายมากมาย ภายในอาคารฐานรากมีห้องประชุมขนาดใหญ่ และมีพิพิธภัณฑ์ผลงานของชิจิ

คณะแพทยศาสตร์ก่อตั้งขึ้นจากภารกิจของ Shi Ji ในการช่วยเหลือผู้คนในทุกด้าน เพราะเป็นการช่วยเหลือผู้ขัดสนอย่างแท้จริง ซึ่งศาสนาคริสต์ได้จัดกิจกรรมเช่นนี้มาช้านาน พระธรรมจารย์เจิ้งหยานเห็นว่ามูลนิธิพุทธศาสนาชิจิก็ควรทำกิจกรรมนี้เช่นกัน ซึ่งเป็นความทะเยอทะยานของเขาตั้งแต่อดีตตามที่ได้เขียนไว้ เขาได้ถือโอกาสก่อตั้งโรงงานผลิตยาที่เน้นการปลูกฝังมิติของมนุษยชาติและจิตวิญญาณพร้อมกับความรู้ด้านเทคนิค ได้แพทย์ที่มีหัวใจเป็นมนุษย์ เป้าหมายคือการมีแพทย์ที่รักษาโรค รักษาใจ รักษาชีวิตผู้คนเหมือนคนในครอบครัว และทำหน้าที่สนับสนุนโลกด้วยเช่นกัน

คณะแพทย์นี้ใช้ “พรหมวิหาร ๔” ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ที่ชาวชีชีถือเป็นคติประจำคณะ กล่าวคือ

๑. เมตตา ฝึกจิตให้ชอบให้ผู้อื่นมีความสุข

๒. โปรดฝึกทำเพื่อให้ผู้อื่นพ้นทุกข์

๓. มุทิตา ฝึกการเรียนรู้ เข้าใจ และกตัญญูกตเวที

๔. อุเบกขา ฝึกเข้าใจธรรมชาติ ลดตน ปล่อยวาง

เป็นการตีความกว้างๆ ลึกๆ ของพรหมวิหาร ๔ องค์

การผลิตแพทย์ที่นี่ใช้หลักสูตรนานาชาติแบบเดียวกัน ดีนจบการศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทำงานที่นั่นเกือบ 20 ปีก่อนกลับมาทำงานที่ Shi Chi ในไต้หวัน เขาเน้นการฝึกอบรมด้านวัฒนธรรมและวัฒนธรรม มนุษยศาสตร์และการพัฒนาจิตวิญญาณควบคู่ไปกับความเข้มข้นและเอาจริงเอาจัง เขาไม่ต้องการหมอที่เชี่ยวชาญด้านชีวการแพทย์เท่านั้น นักศึกษาแพทย์ที่นี่มีชั้นเรียนจัดดอกไม้หลายชั่วโมง คัดลายมือจีน ชงชา เดิน นั่ง ยกโต๊ะเก้าอี้ เป็นต้น เพื่อฝึกความพิถีพิถัน การเข้าถึงสภาวะจิตใจไม่หยาบกระด้าง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ไปงานอาสาสมัครต่างๆ ฝึกปรนนิบัติรับใช้ผู้อื่น ฝึกลดอัตตา ฝึกจำข้อดีของผู้อื่นจนเข้าสู่จิตสำนึก กรณีที่โดดเด่นของคณะแพทยศาสตร์นี้คือการสอนวิชากายวิภาคศาสตร์ ซึ่งนักศึกษาแพทย์ต้องศึกษาเพื่อผ่าอาจารย์ใหญ่ (อาจารย์ใหญ่เป็นชื่อผู้อุทิศงานศพให้นักศึกษาแพทย์ศึกษา โดยทั่วไปงานศพอาจารย์ใหญ่ 1 คน ให้นักศึกษาแพทย์ได้ 4 คนพร้อมกัน) ที่นี่ระบบ จัดทำขึ้นเพื่อให้นักศึกษาเห็นความสำคัญและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของอาจารย์ใหญ่ เขาให้นักศึกษาแพทย์ที่จะไปศึกษางานศพได้รู้จักครอบครัวของอาจารย์ใหญ่เพื่อให้นักศึกษาแพทย์เป็นสมาชิกของครอบครัวนั้นด้วย นักศึกษาแพทย์จะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชีวิตของอาจารย์ใหญ่ตั้งแต่ก่อนชั้นเรียนงานศพ ให้รู้ว่าร่างของอาจารย์ใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงศพ แต่เป็นร่างของเจ้าของชีวิตที่เคยมีเนื้อหนัง ลมหายใจ คุณธรรม และจิตวิญญาณที่ดี เพื่อปลูกฝังให้นักศึกษาแพทย์มีใจที่รู้จักเคารพผู้อื่นแม้หลังจากที่พวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว

เมื่อนักศึกษาแพทย์เรียนศัลยศาสตร์งานศพเสมอทำความเคารพผู้ใหญ่ ไม่ใช่แค่เห็นศพ มีแต่คนไม่มีวิญญาณ
“ไม่เป็นไรสำหรับนักศึกษาแพทย์ที่จะทำผิดพลาดหลายร้อยครั้งในการกรีดร่างกายของเรา เราอนุญาตอย่างเต็มที่ แต่เมื่อลงเอยด้วยการเป็นหมอ อย่าตัดการผ่าตัดของใครผิดแม้แต่ครั้งเดียว” อาจารย์ใหญ่ท่านหนึ่งบอกลานักศึกษาแพทย์ก่อนเสียชีวิต อาจารย์ได้บันทึก VCD ให้นักศึกษาแพทย์ดูก่อนเริ่มหลักสูตรนี้
คณบดีคณะแพทยศาสตร์นี้บอกเราว่า “อาจารย์ใหญ่ของนักศึกษาแพทย์แต่ละคนมีคนสองคน คนหนึ่งเป็นศพของคนตาย แต่อีกคนจะอยู่ในใจนักศึกษาแพทย์เสมอ”

ด้วยระบบการจัดการที่ยกย่องอาจารย์ใหญ่เป็นอย่างมาก ส่งผลให้มีประชาชนหลายหมื่นคนที่แสดงความประสงค์จะบริจาคร่างกายให้นักศึกษาแพทย์ที่นี่ มีศพของอาจารย์ใหญ่มากเกินไป จนต้องบริจาคให้คณะแพทยศาสตร์อีกแห่งด้วย พอเห็นวีซีดีเห็นนี้เอง หลายคนในกลุ่มผู้มาเยือนต่างหลั่งน้ำตาด้วยความประทับใจ และบ้างก็ว่า “ฉันอายที่จะเห็น” เพราะเขาเสียชีวิตหากได้เป็นอาจารย์ใหญ่ของนักศึกษาแพทย์ที่นี่ เห็นว่าเป็นเกียรติและเป็นที่นับถืออย่างสูง

โรงพยาบาลพระโพธิสัตว์
กว่า 20 ปีที่ผ่านมา ฉือจี้ได้สร้างโรงพยาบาลห้าแห่งเพื่อให้บริการผู้ป่วย ทั้งในมณฑลและในไทเป เป็นโรงพยาบาลที่สวยงามและมั่นคง ป้องกันแผ่นดินไหว เสาแต่ละต้นไม่สามารถพันรอบเสาได้ ใช้ได้หลายร้อยปี ค่าก่อสร้างทั้งหมดมาจากการบริจาคของสมาชิก Shi Ji หลายล้านคน ในช่วงเวลาที่พระศาสดามีความคิดที่จะสร้างโรงพยาบาลแห่งแรกไม่มีเงินเลย เจ้าหน้าที่รู้เจตนาแล้วเถียงว่า เมื่อไม่มีเงิน คิดทำอย่างอื่นที่ถูกกว่าไม่ดีกว่าหรือ? แต่อาจารย์มั่นใจว่าเขาสามารถทำได้ แม้ว่าจะต้องใช้เงินหลายร้อยล้านเหรียญ เมื่อโครงการนี้เริ่มต้นขึ้น นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งซึ่งเคยอาศัยอยู่ในไต้หวันเคยแสดงความปรารถนาที่จะบริจาคเงินจำนวนมหาศาลเพื่อสร้างโรงพยาบาล ติวเตอร์ไม่รับเพราะอยากให้ชาวไต้หวันส่วนใหญ่เป็นเจ้าของรพ.ด้วยการบริจาคเล็กน้อย ในที่สุดโรงพยาบาลแห่งแรกก็ประสบความสำเร็จจนทุกวันนี้ เปิดโรงพยาบาลที่ 5 แล้ว (มากกว่า 1,000 เตียง 3 ใหญ่ 2 เล็ก)

ไม่ต้องพูดถึงอุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ ทั้งหมดมีจำหน่ายในระดับแนวหน้าของไต้หวัน และได้มาตรฐานสากล แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือ องค์กรให้ความสำคัญกับมิติมนุษย์และจิตวิญญาณเป็นสำคัญ เช่นเดียวกับองค์กรอื่นๆ ของ Shi Ji โรงพยาบาลของ Shi Ji ใช้ 4 Brahma Viharas เป็นสโลแกนจึงตั้งเป้าที่จะจัดการโรงพยาบาลให้เป็นสถานที่สำหรับผู้คนในการรักษา รักษาหัวใจ รักษาโรครวมทั้งเป็นสถานที่ของ การปฏิบัติธรรมของชิจิ ทุกฝ่ายพร้อมกัน บรรยากาศในโรงพยาบาลจัดได้ดีมาก สะอาดเป็นระเบียบมาก ไม่มีกลิ่นเหม็นของยาให้จับต้องได้ คนที่ทำงานในโรงพยาบาล ได้แก่ แพทย์ พยาบาล และบุคลากรมืออาชีพ ทำงานร่วมกับอาสาสมัคร Shi Chi หลายร้อยคน ทุกคนให้บริการผู้ป่วยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม กระตือรือร้นที่จะช่วย แนะนำและให้บริการตามบทบาทหน้าที่ รู้ว่าอาสาสมัครที่มาทำงานในโรงพยาบาลต้องแจ้งความประสงค์ที่จะรอคิวเป็นเดือนๆ ก่อนมาทำงานเป็นอาสาสมัครในโรงพยาบาลทีละวัน

ในโรงพยาบาลมีสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับผู้ป่วยทุกศาสนา ไม่ว่าจะเป็นพุทธ คริสต์ อิสลาม บรรยากาศสงบเยือกเย็นมาก โรงพยาบาลชิจิมีการรณรงค์ภายในเพื่อสร้างจิตวิญญาณทางการแพทย์ที่มีหัวใจของมนุษยชาติเรียกว่า “ภารกิจการเป็นหมอมนุษย์” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาจิตใจของผู้ให้บริการทุกระดับให้ใส่ใจในคุณค่า ศักดิ์ศรี และมนุษยธรรมของผู้อื่น ให้เกียรติและเคารพในบริการและระลึกถึงพระคุณของผู้ป่วยและญาติที่มาใช้บริการ เขากล่าว
“แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ซึ่งเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นทุกคนต้องย่อขนาดตัวเองให้เล็กที่สุด ให้สามารถดำเนินงานที่สำคัญนั้นได้” ดังนั้นเราจึงเห็นแพทย์ของ Shi Ji ยิ้ม ยกมือให้ผู้ป่วยและผู้อื่นเสมอ จงอ่อนน้อมถ่อมตน ตั้งใจรับใช้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพราะเห็นว่าการทำงานช่วยเหลือผู้ขัดสนคือทำหน้าที่เป็นพระโพธิสัตว์สะสมบุญให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ

ธนาคารไขกระดูกอันดับหนึ่งของเอเชีย
ธนาคารไขกระดูกของมูลนิธิ Shi Chi ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1994 โดยเชิญชวนผู้ศรัทธาและแสดงความประสงค์ที่จะบริจาคไขกระดูก (Bone marrow Registry) เพื่อช่วยผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของเลือด เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิด โรคโลหิตจางบางชนิดของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองฝ่อ ฯลฯ
ไขกระดูกเป็นเซลล์ที่ผลิตเซลล์เม็ดเลือดตามปกติ ในกรณีโรคเลือดบางชนิดตามตัวอย่างข้างต้น จำเป็นต้องให้ยาเพื่อทำลายไขกระดูกที่มีอยู่ และการฉีดเซลล์ไขกระดูกของผู้บริจาคเข้าสู่หลอดเลือดในไขกระดูกเพื่อทำหน้าที่ทดแทนไขกระดูกของผู้ป่วย เป็นเทคนิคที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินการของแพทย์เป็นครั้งแรกในปี 2511 จากนั้นจึงก้าวหน้าไปตามลำดับ

โดยปกติ ผู้ป่วยสามารถรับบริจาคไขกระดูกจากญาติทางสายเลือดได้ เพราะมีเนื้อเยื่อที่เข้ากันได้ ร่างกายของผู้ป่วยจะไม่ปฏิเสธไขกระดูกที่ฉีดเข้าไป แต่ถ้าเนื้อเยื่อไม่เข้ากัน ร่างกายจะปฏิเสธไขกระดูกที่ฉีดเข้าไป ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถรับไขกระดูกจากญาติได้ พี่น้องต้องรอรับบริจาคไขกระดูกจากผู้อื่น ความน่าจะเป็นของความเข้ากันได้อยู่ที่ประมาณ 1 ใน 50,000 ดังนั้น ยิ่งลงทะเบียนผู้บริจาคไขกระดูกมากเท่าไร ผู้ป่วยก็จะมีโอกาสได้รับเนื้อเยื่อมากขึ้นเท่านั้น (ไม่ต้องบริจาคไขกระดูกให้ธนาคาร แต่เจาะเลือดตลอดเวลาด้วยเทคนิคพิเศษเท่านั้น) เฉพาะเมื่อพบว่าเนื้อเยื่อของเราเข้ากันได้กับผู้ป่วย เพื่อเข้าสู่กระบวนการเจาะไขกระดูกจากตัวเราถึงผู้ป่วย มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีโอกาสบริจาคไขกระดูกให้กับผู้ป่วยจริง ท่านใดที่ลงทะเบียนร่วมบริจาคและบริจาคจริง ๆ ถือว่ามีโอกาสได้ทำบุญสร้างกุศลครั้งยิ่งใหญ่ ปัจจุบันธนาคารไขกระดูกของ Shi Ji มีผู้คนเกือบ 300,000 คนที่แสดงความประสงค์จะบริจาค ไขกระดูกบริจาคจริงเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย ทั้งในไต้หวันและประเทศอื่นๆ มากกว่า 800 รายใน 20 ประเทศ ทำให้เป็นธนาคารไขกระดูกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

บทเรียน
การดำเนินงานทางการแพทย์ของมูลนิธิชาวพุทธ Tzu Chi ถือเป็นนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมสำหรับมนุษยชาติ เพราะไม่ใช่แค่งานสังคมสงเคราะห์ผู้ป่วยเท่านั้น ด้วยบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขทั่วไปเท่านั้น แต่ยังจัดให้มีกิจกรรมที่เน้นคุณค่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทั้งผู้ให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร และผู้รับบริการ ไม่ว่ายากจน หรือยากจน มีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิต สิ่งนี้สร้างโอกาส ให้ทุกท่านได้ปฏิบัติธรรมไปพร้อม ๆ กัน ยิ่งทำงาน ยิ่งต้องรู้จักวิธีย่อตัวให้เล็กลง รู้จักเคารพและนอบน้อมต่อผู้ที่รับใช้และคนรอบข้าง และสร้างบุญด้วยการทำงานเพื่อผู้อื่นมากยิ่งขึ้น
ผู้รับบริการจะได้รับบริการที่ดีทั้งคุณภาพและความเอื้ออาทรทุกกรณี เป็นผลให้ต้องพัฒนาจิตใจให้เป็นคนที่คิดถึงคนอื่นและพยายามช่วยเหลือผู้อื่นในทุกวิถีทางที่เขาจะทำได้ ขยายวงกลม ผู้ป่วยจำนวนเล็กน้อยที่ดูแลทีม Shiji ในที่สุด สมาชิกและอาสาสมัครของ Shi Ji จะได้รับการฝึกฝนเพื่อประโยชน์ ความสุขของผู้อื่นในลักษณะของการเผยแผ่คนดีและความดีอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ผมและทีมเยือนได้เห็น สัมผัส และเรียนรู้ มันไม่ใช่สิ่งที่เหมาะ ไม่ใช่ความฝันแต่เป็นสิ่งที่เป็นจริง เป็นรูปธรรม ตรวจสอบได้ ตรวจสอบได้ เรียนรู้ได้ ขยายได้ อาจารย์พุทธทาสเคยสอนไว้ว่า มนุษย์ทุกคนสามารถบรรลุนิพพานในชีวิตนี้ได้ เราจะลดตัวเองได้เมื่อไหร่? ทำดีเพื่อความสุขของผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนอย่างแท้จริง จิตใจก็เป็นสุข ขณะนั้นเราเป็นพระนิพพาน แม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่เรียกว่า นิพพานชิมลอง ไม่ต้องรอพระนิพพานในประเทศใด ขบวนการชาวพุทธชวนกันปฏิบัติเช่นนี้

.
ที่มาข้อมูล