in

จำเป็นต้องเสริมฟลูออไรด์หรือไม่


ปณิตา/กรุงเทพฯ : ผู้ถาม

ครอบครัวของฉันมี 6 คน ปู่ของฉันอายุ 76 ปี คุณยายอายุ 72 ปี สามีและฉันอายุ 40 ปี ลูกสาวอายุ 11 ปี และหลานชายของฉันอายุ 6 ขวบ เราใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์ในการแปรงฟันทุกวัน คน สำหรับหลานชายของฉัน ฉันยังคงใช้สไตล์เด็ก.
น้ำดื่มยังสามารถใช้จากตัวกรองที่มีแสงยูวี (UV) สำหรับการฆ่าเชื้อ นอกจากนั้นฉันกินตามปกติ แต่อาจจะมีผักและผลไม้น้อยกว่าถ้าเทียบกับอาหารจำพวกแป้งและเนื้อสัตว์ ไม่รู้ว่าครอบครัวเราจะได้รับฟลูออไรเพียงพอหรือไม่ จำเป็นต้องมีอาหารเสริมเพื่อป้องกันฟันผุหรือไม่? โดยเฉพาะเด็กๆ ซึ่งอาจจะแปรงฟันไม่ค่อยดี และไม่ค่อยได้ตรวจ (เพราะทั้งคู่ไม่อนุญาตให้ตรวจสอบความสะอาด)
หมอโปรดช่วยฉันด้วย

นพ. ไพฑูรย์ สุริยวงศ์ไพศาล : จำเลย
คุณหมอจะถามตอบปัญหาของคุณโดยแบ่งเป็น 3 ส่วนตามช่วงอายุ 3 ช่วงในครอบครัวคุณ ดังนี้
1. วัยชรา
ปัญหาหลักของคนในวัยนี้คือโรคเหงือกและฟันผุบริเวณคอและรากฟันบน เนื่องจากธรรมชาติของคนในวัยนี้มักพบเห็น ลดการไหลของน้ำลาย ส่งผลให้สารตกค้างที่ชะล้างในปากลดลง หินปูนเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าและเร็วกว่าเมื่อก่อน ร่วมกับการถดถอยของเหงือกในลำคอของฟันทำให้ฟันดูยาวขึ้น จึงทำให้พื้นที่เกาะของหินปูนและเศษอาหารและคราบพลัคเพิ่มขึ้นทำให้การทำความสะอาดในซอกซอกเล็กๆ ที่เข้าถึงยากสำหรับการทำความสะอาดหลายๆ แห่ง ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดฟันผุเพิ่มขึ้น ดังนั้น สิ่งที่ควรจำและปฏิบัติเป็นประจำคือ

ควบคุมอาหารโดยหลีกเลี่ยงอาหารที่มีแป้งและน้ำตาล เน้นผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี อาหารที่มีไฟเบอร์ช่วยขัดฟัน ดื่มน้ำและบ้วนปากหลังอาหารทุกมื้อ ไม่กินจิบเล็กน้อย ไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ เพราะมันส่งผลเสียต่อตนเองและคนรอบข้างอย่างมาก
การทำความสะอาด คุณควรแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ หากเหงือกร่นมากจนมองเห็นโพรงได้ชัดเจนหรือรู้สึกได้ นั่นคือมีเศษอาหารที่ติดได้ง่าย คุณควรใช้ไหมขัดฟัน หรือไม้จิ้มฟัน หรือแปรงสำหรับทำความสะอาดระหว่างฟันโดยเฉพาะ (proxa brush) หลังแปรงฟัน ในการกำจัดเศษอาหารออกจากบริเวณเหล่านี้ อาจใช้เกลือแกงจำนวนเล็กน้อยเพื่อนวดเหงือกวันละครั้ง (ทั่วปาก) เพื่อลดการอักเสบของเหงือกและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณผิวเหงือก
ฟลูออไรด์ใช้ ชาวกรุงเทพมหานครที่ใช้น้ำประปาอาจต้องเสริมฟลูออไรด์ในรูปของน้ำยาบ้วนปาก มีฟลูออไรด์ 0.2 เปอร์เซ็นต์ แช่ 1 นาที วันละ 1-2 ครั้ง ช่วยป้องกันฟันผุบนผิวเรียบของฟัน
การตรวจสุขภาพฟัน ผู้สูงอายุควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเหงือกและฟันปีละ 1-2 ครั้ง (หรือมากกว่าในกรณีที่เป็นโรคเหงือกเรื้อรัง) และขอคำแนะนำเพิ่มเติม
การเสริมสร้างสุขภาพร่างกาย เนื่องจากเหงือกและฟันเป็นส่วนหนึ่งของระบบร่างกาย ดังนั้นความสมบูรณ์ของอวัยวะจึงขึ้นอยู่กับระบบโดยรวมของร่างกายด้วยเช่นกัน หากร่างกายมีโรคประจำตัวคุกคามจะส่งผลกระทบต่อส่วนต่างๆ รวมทั้งมีสุขภาพจิตที่ดี (ไม่ถูกครอบงำด้วยอารมณ์และความคิดด้านลบ) ผู้สูงอายุควรให้ความสนใจ หมั่นฝึกฝนจิตใจและร่างกายอยู่เสมอ วันที่เป็นระบบ
สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะทุพพลภาพอาจทำความสะอาดปากได้ไม่ดีนัก อาจใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าแทนแปรงสีฟันธรรมดา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ – ภาพลักษณ์ของการทำความสะอาดช่องปาก
2. วัยกลางคน
ปัญหาเกี่ยวกับวัยนี้มักเป็นโรคเหงือกในระยะแรกหรือระยะกลาง เหงือกบางส่วนเริ่มลดลง ฟันผุพบได้น้อยในวัยรุ่นและเด็ก เนื่องจากอายุนี้อยู่ในช่วงที่มีภาระงานสูง ถ้าเป็นนักธุรกิจก็มักจะอยู่ในระดับผู้บริหารระดับกลางหรือระดับสูง จึงมักมีความเครียดสูงจึงเกิดปัญหาฟันสึกจากการยึดกราม (มักเป็นในผู้ชาย) หรือกัดกรามบ่อยครั้งโดยไม่รู้ตัว ในผู้หญิงพวกเขาจะกัดฟัน
คำเตือนและกิจวัตรที่คล้ายกับผู้สูงอายุ ยกเว้นในผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนกัดฟัน ทันตแพทย์ควรจัดยามกลางคืนเพื่อป้องกันฟันจากการเสียดสีรุนแรงขณะบดเคี้ยว ยังลดเสียงรบกวนให้คนที่นอนอยู่ข้างๆคุณอีกด้วย
3. วัยเด็ก ปัญหาหลักของวัยนี้อยู่ที่เรื่องฟันผุ เพราะเป็นวัยที่กำลังโตมักชอบกินของเคี้ยวเล็กๆ แต่ขาดความสะอาดเพียงพอ อาหารเป็นพื้นฐานของการป้องกันโรคฟันผุ ควรฝึกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ของขบเคี้ยวควรเป็นผลไม้แข็งๆ หน่อย มีไฟเบอร์เยอะๆ เพื่อช่วยขัดฟันให้สะอาด เช่น ฝรั่ง มันเทศ เกาลัด มะม่วง เป็นต้น
ทุกโรงเรียนควรจัดให้มีการรณรงค์แปรงฟันหลังอาหารกลางวันทุกวัน โดยเฉพาะในเด็กอนุบาลและประถมศึกษาเพื่อสร้างนิสัยที่ดีรวมถึงการจัดนิทรรศการส่งเสริมสุขภาพฟันปีละครั้งในหลากหลายรูปแบบ เช่น การประกวดเรียงความ การประกวดฟันดี เป็นต้น เพื่อกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงความสำคัญของช่องปาก สุขอนามัย โรงเรียนใดที่พ่อแม่เป็นหมอฟันหรือบุคลากรทางทันตกรรมอื่น ๆ ควรเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมคำแนะนำด้านสุขภาพฟันสำหรับเด็กหรือติดต่อคลินิกใกล้โรงเรียนเพื่อช่วย สิ่งที่ควรทำอีกอย่างหนึ่งคือห้ามขายอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น ของว่างและอาหารจานด่วนในโรงเรียน น้ำอัดลมเป็นสิ่งที่ต้องระวัง เพราะการดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ (บางคนดื่มแทนน้ำเลย) เท่ากับการแช่ฟันในกรด ทำให้ฟันผุได้เร็วและรุนแรง โรงเรียนควรจัดให้มีน้ำดื่มที่สะอาดและสะดวก เช่น ซุ้มแบบกดหรือแบบเหยียบ เพื่อให้เด็กไม่ต้องซื้อเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและน้ำอัดลมบ่อยๆ ช่วยลดความเสี่ยงได้ไม่น้อย

ในครอบครัว ผู้ใหญ่ควรชวนเด็กๆ แปรงฟันด้วยกันหลังอาหารกลางวัน เวลาอยู่ที่บ้านหรือเมื่อมีโอกาส และมักจะเป็นแบบอย่างให้เด็กๆ ได้เห็น การพาลูกไปหาหมอฟันทุก 6 เดือนและเคลือบฟลูออไรด์จะช่วยได้มาก สอนลูกให้เลือกอาหาร ดีและหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นอันตราย สิ่งสำคัญคือต้องดำเนินการอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ สอดคล้องกับแนวทางเดียวกับที่โรงเรียนกล่าว

เมื่อพูดถึงการสร้างพฤติกรรมที่ดีในด้านต่างๆ ให้นึกถึงสุภาษิต “ไม้เนื้ออ่อนงอง่าย ไม้เก่างอยาก และเรื่องราว “ปูลูกกับปูแม่ ใช่

.



ขอบคุณข้อมูลจาก doctor.or.th