in

ค้นพบทางเลือกและโอกาสในการเข้าถึงการรักษาโรคมะเร็งด้วยนวัตกรรม “ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)”

ค้นพบทางเลือกและโอกาสในการเข้าถึงการรักษาโรคมะเร็งด้วยนวัตกรรม “ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)”

ค้นพบทางเลือกและโอกาสในการเข้าถึงนวัตกรรมการรักษามะเร็ง

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผย ‘มะเร็ง’ ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทยตั้งแต่ปี 2542 สอดคล้องกับข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่าคนไทยป่วยด้วยโรคมะเร็งมากกว่า 1.39 แสนคนต่อปี . ประชาชนกว่า 8.4 พันคนกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทย และมีแนวโน้มที่จะมีอัตราการเกิดโรคสูงอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันได้ช่วยปรับปรุงนวัตกรรมทางการแพทย์ โดยเฉพาะการรักษามะเร็งที่มีการรักษาทางเลือก เช่น เคมีบำบัด (เคมีบำบัด), รังสีรักษา, การผ่าตัด (ศัลยกรรม) และการปลูกถ่ายไขกระดูก (Bone Marrow Transplantation)

หรือการรักษาด้วยยาเป้าหมาย (Targeted Therapy) เป็นการรักษาที่พัฒนายาให้มีผลเฉพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายเซลล์ปกติให้มากที่สุด การรักษามะเร็งเป้าหมายเป็นหนึ่งในการรักษามะเร็งเพียงไม่กี่วิธีที่มีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย และตอบสนองต่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

แต่มะเร็งสามารถกลายพันธุ์เพื่อหลบเลี่ยงยาที่เป็นเป้าหมายได้ นั่นทำให้การบำบัดด้วยยาที่ตรงเป้าหมายมีผลในระยะแรก แต่ในระยะยาวผู้ป่วยอาจดื้อยาได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา แพทย์ได้ศึกษาและพัฒนากระบวนการรักษามะเร็งอย่างต่อเนื่อง นอกจากยาเป้าหมายแล้ว ยังมีการศึกษาเพื่อต่อต้านโปรตีนที่เซลล์มะเร็งสร้าง (ตัวรับ PD-L1) เพื่อป้องกันตัวเองจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตโดยที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมองไม่เห็นและขจัดออกไป ยาที่เป็นนวัตกรรมใหม่เหล่านี้ได้แก่ ภูมิคุ้มกันบำบัด หรือ ภูมิคุ้มกันบำบัด ดังนั้นจึงเป็นอีกทางเลือกใหม่สำหรับการรักษามะเร็ง

บริษัท ซิกน่าประกันภัย จำกัด จับมือ MSD เปิดตัวแคมเปญ Together4More Possibility – มาสร้างโอกาสให้ชีวิตมากขึ้นกันเถอะ” โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้คนไทยมีความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับทางเลือกในการรักษาและโอกาสในการเข้าถึงการรักษามะเร็งที่ดีขึ้น โดยให้ความรู้ผ่านสื่อต่างๆ ผ่านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงจากคนใกล้ชิดสู่ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

ภูมิคุ้มกันบำบัด: ยาภูมิคุ้มกันทางเลือกแทนการรักษามะเร็ง

ยาภูมิคุ้มกัน; หรือ ภูมิคุ้มกันบำบัด หนึ่งในการรักษามะเร็งแบบใหม่ที่ใช้หลักการของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อทำหน้าที่เป็นยา โดยปกติ ร่างกายของเราจะมี T-Cells ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่ในการกำจัดสิ่งแปลกปลอม รวมถึงเซลล์มะเร็ง แต่เซลล์มะเร็งสามารถขัดขวางการทำงานของ T-Cells โดยการผลิตโปรตีนตัวรับ PD-L1 ที่จับกับ PD-1 บนพื้นผิวของ T-Cells เซลล์มะเร็งเติบโตและทวีคูณ การบำบัดด้วยภูมิคุ้มกันเป็นยาที่รบกวนกระบวนการผูกมัดระหว่างโปรตีน PD-L1 และ PD-1 ซึ่งป้องกันเซลล์มะเร็งจากการหลบหนี T-cell และด้วยเหตุนี้จึงถูกกำจัดออกไปในที่สุด ดังนั้นการรักษาด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัด จะรักษาที่ต้นเหตุ โดยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยให้กำจัดเซลล์มะเร็ง ลดอุบัติการณ์ของภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียง ช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งมีระยะเวลาปลอดโรคนานขึ้น

นพ. วิกรม เจนเนติสินธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอกวิทยาทางการแพทย์ เจ้าของเพจ “Cancer Thailand” กล่าวว่า “มะเร็งเกิดจากเซลล์ปกติที่มีการกลายพันธุ์ แต่สามารถทำให้เกิดโรคได้ก็ต่อเมื่อเซลล์ที่กลายพันธุ์ได้แพร่กระจายไปยังอวัยวะใกล้เคียง หรือไปควบคุมในกระแสน้ำเหลืองหรือกระแสเลือดไม่ได้ เซลล์มะเร็งจะมี ที่จะทวีคูณหรือมีกระบวนการต่อต้านหรือยับยั้งเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกาย ไม่สามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้ เมื่อมีจำนวนเพิ่มขึ้นก็จะกลายเป็นมะเร็ง”

“การรักษามะเร็ง สิ่งสำคัญคือการเอาก้อนเนื้อหรือเนื้องอกออกตามด้วยการฉายรังสีเพื่อกำจัดเซลล์ที่เหลืออยู่ พร้อมทั้งให้ยาเคมีบำบัดเพื่อทำลายเซลล์ที่แบ่งตัว แต่เนื่องจากยาเคมีบำบัดไม่ได้เลือกทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็ง ดังนั้นเซลล์ ในร่างกายที่มีการแบ่งตัว เช่น เม็ดเลือดขาว เซลล์เยื่อบุในช่องปาก เซลล์ขนก็จะถูกทำลายไปด้วย ทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการรักษา”

“ปัจจุบัน วงการแพทย์ได้พัฒนานวัตกรรมในการรักษาโรคมะเร็งมากขึ้นเรื่อยๆ ภูมิคุ้มกันบำบัด หรือ ภูมิคุ้มกันบำบัด เป็นนวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนามากขึ้น หลักการคือ เซลล์ปกติในร่างกายของเรามีกลไกในการปิดการทำงานของภูมิคุ้มกัน เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวมาพบกับเซลล์ปกติ กลไกนั้นจะหยุดเซลล์เม็ดเลือดขาวไม่ให้ทำร้ายตัวเอง แต่เซลล์มะเร็งก็มีกลไกนี้เช่นกัน ดังนั้นเมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวสัมผัสกับเซลล์มะเร็ง เซลล์เหล่านี้จึงใช้กลไกนี้เพื่อหยุดเซลล์ภูมิคุ้มกันไม่ให้โจมตีเซลล์เหล่านั้น การบำบัดด้วยภูมิคุ้มกันหรือภูมิคุ้มกันจะเปิดสวิตช์นี้ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวโจมตีเซลล์มะเร็ง”

นพ.วิกรมยังกล่าวอีกว่าในปัจจุบันภูมิคุ้มกันบำบัด ได้ถูกนำมาใช้รักษามะเร็งหลายชนิด มีโรคมากกว่า 16 โรคที่ลงทะเบียนรับการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันซึ่งเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย เช่น มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งศีรษะและลำคอ รวมทั้งมะเร็งต่อมน้ำเหลือง Hodgkin มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่หายากเช่นกัน

“ปัจจุบันภูมิคุ้มกันบำบัดมีอยู่ในแนวทางการรักษาไม่ว่าจะในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ซึ่งในไทยจะอ้างอิงถึงแนวปฏิบัติของอเมริกาและยุโรป ดังนั้น จึงถือได้ว่ายาภูมิคุ้มกันบำบัด เป็นอาวุธสำคัญในการควบคุมมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคุมโรคได้ดีขึ้นรวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเนื่องจากผลข้างเคียงน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี”

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคมะเร็งควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการรักษาที่เหมาะสม

ด้านข้าง อีฟ – พุทธิดา ศิรฉายา ในฐานะผู้ดูแลที่ต้องดูแลพ่อ (เศรษฐา ศิรฉายา) ซึ่งเป็นผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะที่ 4 กล่าวว่า “เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว พ่อมีอาการไอเป็นเลือดจึงไปพบแพทย์และรับการรักษา เมื่อวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 4 แพทย์กล่าวว่ามีวิธีรักษาให้หายขาด แต่จะได้ผลหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย”

“ในขั้นต้น แพทย์แนะนำให้ทำเคมีบำบัดร่วมกับการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด เพื่อไม่ให้หนักเกินไป และให้ภูมิคุ้มกันบำบัดระยะยาวต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี”

“เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในผู้ป่วยมะเร็งคือสภาพจิตใจและกำลังใจ แม้จะเป็นเรื่องของการรักษา ผู้ป่วยก็ต้องต่อสู้กับยาที่ได้รับ โดยเฉพาะมะเร็งปอดก็ไม่เจ็บ ความทุกข์เกิดจากการรักษา คือการใช้เคมีบำบัด นั่นคือสิ่งที่เราต้องรับมือและต่อสู้ ทำให้ฉันรู้ว่าเป็นการรักษาที่มีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อยต่อผู้ป่วย”

“ในชีวิตของเราไม่มีอะไรเป็นที่น่าพอใจไปกว่าการได้อยู่กับคนที่เรารักให้นานที่สุด อยากเห็นสภาพของโรคนี้เหมือนโรคอื่นๆ ที่รักษาได้เรายังมีโอกาส เรายังมีเป้าหมาย มีหลายอย่างที่อยากทำในชีวิต ค้นหาแล้วไปให้ถึง”

การดูแลสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ แต่ในยุคที่มะเร็งกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ยังมีโอกาสและทางเลือกในการเข้าถึงการรักษา เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบำบัดหรือ ภูมิคุ้มกันที่นี่

[Advertorial]

อ้างอิง
1. https://www.cigna.co.th/health-wellness/tip/know-immunotherapy-cancer
2. https://www.komchadluek.net/news/496297

.
ที่มาข้อมูล