in

คัดเค้า: ความหอมอย่างไทย จากป่าไทย

คัดเค้า: ความหอมอย่างไทย จากป่าไทย

“ดอกเอสบานยามเช้า กบข้าวเย็น” คำพังเพยของชาวไทยในภาคกลางด้านบน คนไทยในสมัยก่อนเคยได้ยินและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

แต่คนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ใช้ประโยชน์จากคำพังเพยนี้อีกต่อไป เพราะไม่รู้ความหมายที่ซ่อนอยู่ของสิ่งที่จะใช้เปรียบเทียบ รวมทั้งไม่รู้และไม่เคยเห็นดอกป่นด้วย ดอกโสนมีความแตกต่างกันที่คุ้นเคยนั่นเอง

อันที่จริงดอกข้าวขาวเป็นดอกไม้ไทยที่ได้รับความนิยม และเป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่คนไทยในสมัยก่อนจนกระทั่งเมื่อไม่กี่สิบปีที่แล้วว่าไม่ค่อยมีใครรู้จัก ยังจำได้ว่าเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว มีเพลงลูกทุ่งดังชื่อว่า “แซ่บใจ” เทียบกับสาวสวยคนหนึ่ง เป็นเนื้อเพลงที่เขียนว่า “แม่คะ กะหล่ำดอก จะบอกใคร…” เป็นต้น แสดงว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้ว คนไทยยังรู้จักกันดี

วรรณคดีในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ลานตาเป็นที่นิยมมากในการบรรยายฉากชมป่า ดังที่สามารถพบได้ในวรรณคดีมากมาย เช่น อิเหนา พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) และเรื่องอื่นๆ ของสุนทรภู่ เช่น สิงห์ ไกรภพ ซึ่งบรรยายฉากในป่าว่า

“ลิงลมยาวเล่นกลางลิง
Hem Hong หันไปหา Hing Haad Hieng อย่างไร้ความปราณี
ข้ามไม้กางเขนเป็นคู่
อีนเอนตัวลงและทรุดตัวลงดัง ๆ “

เป็นที่น่าสังเกตว่าในวรรณคดีไทยโบราณ จะมีการบรรยายที่เรียกว่า “ชมป่า” หมายถึง พรรณนาถึงความงดงามของผืนป่า ซึ่งประกอบด้วยพืชพรรณและสัตว์ป่านานาชนิด นอกจากนี้ยังมีบท “ชมสวน” ที่บรรยายถึงความสวยงามของสวน ในเขตเมืองหรือที่อยู่อาศัย (เช่น ในสวนสาธารณะในบริเวณพระราชวัง) พืชพรรณที่บรรยายในบท “ป่าชมสวน” และ “ชมสวน” มักจะแตกต่างกัน ดังที่ในบท “ป่าชม” อธิบายพืชที่ปลูกใน เมือง. ป่าธรรมชาติในขณะที่บท “ชมสวน” เป็นคำอธิบายถึงพรรณไม้ที่คนเคยปลูกในสวนในสมัยนั้น ซึ่งอยู่ใกล้ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ในเมือง เป็นพืชที่มีจุดประสงค์เพื่อปลูกโดยเฉพาะไม่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากมองดูตามนี้ พืชทุกชนิดอยู่ในใบ “ชมป่า” สรุปว่าเมื่อก่อนชาวไทไม่ได้นำมาปลูกในสวน แต่คุ้นเคยกับการเพาะปลูกในสภาพธรรมชาติมากกว่า

Copy : ไม้เถาวัลย์

การคัดเลือกมีชื่อวิทยาศาสตร์ Oxyceros น่ากลัว ลอร์. จัดอยู่ในวงศ์ Rubiaceae เป็นเถาวัลย์บึกบึนตามธรรมชาติ พิงต้นไม้กว่าพันต้นใกล้ๆ กัน ถ้าไม่มีไม้เลื้อยจำพวกจางจะเป็นไม้เลื้อยกึ่งยืนต้นคล้ายนมแมว คำนี้เรียกว่าไม้เลื้อย ตามลำต้นซึ่งมีใบแตกหน่อเป็นคู่และมีหนามโค้งออกจากโคนใบเหมือนเขาควายอย่างละคู่ เป็นการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ง่ายต่อการจดจำ
ใบมีด ออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน เป็นใบเดี่ยวยาว ปลายใบและลำต้นเรียวแหลม กว้าง 4-5 ซม. ยาว 6-12 ซม. มีลักษณะเป็นใบมะม่วง มีสีเขียวสด
ดอกไม้ ออกตามซอกใบและปลายกิ่งเป็นช่อ ช่อดอกแต่ละช่อจะมีดอกย่อยประมาณ 12 ดอก ดอกไม้เล็ก ๆ คล้ายกับดอกเข็ม แต่กลีบจะกว้างกว่า โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้น ปลายดอกแบ่งเป็นกลีบสีขาว 5 กลีบ เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2 ซม. แต่ดอกมีเกสรตัวผู้ 5 อัน ดอกมีกลิ่นหอมมาก โดยเฉพาะในตอนเย็นและตอนกลางคืน
ผลลัพธ์ พวงรูปวงรี ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-1.5 ซม. ปลายแหลมเมื่อโตเต็มที่สีดำ ภายในผลไม้แต่ละผลมีหลายเมล็ด
ต้นกำเนิดของเก่าอยู่ในประเทศไทย ดังจะเห็นได้จากชื่อพันธุ์ (species) ของการคัดเลือกคือ SIAMENSIS ซึ่งบ่งชี้ว่าพบในสยามหรือประเทศไทยนั่นเอง จะพบได้ตามธรรมชาติตามภูมิภาคต่างๆ และตามถิ่นทุรกันดาร คนไทยจะคุ้นเคยกับการคัดเลือกมาช้านาน ดังที่บรรยายไว้ในหนังสืออัครพิธานสาร พ.ศ. 2416 ได้กล่าวไว้ว่า “เขาเก่าเป็นชื่อต้นไม้ ดอกไม้หอม ต้นไม้มีหนาม”
มักจะเลือกบุปผาในฤดูหนาว ช่วงธันวาคม-มกราคม แต่บ้างก็ว่าออกดอกช่วงฤดูร้อนเมษา-พฤษภาคมด้วย

ชื่อสำเนา กาดข้าว (ภาคกลาง) เก็ดข้าว (ภาคเหนือ) หนามลิดข้าว (เชียงใหม่) กาดข้าวครัว (โคราช) กาดข้าวหนาม (ชัยภูมิ) พญาเท้าเอว (กาญจนบุรี) ภาษาอังกฤษเรียกว่า SIAMESE RANDIA

ประโยชน์ของการตรวจคัดกรอง

การสกัดมีประโยชน์ทางยาในเกือบทุกส่วนของพืช แพทย์แผนไทยระบุคุณสมบัติของดอกกาดขาวดังนี้
ราก : รสเย็น ฝาดเล็กน้อย แก้ไข้ แก้เลือดออกตามไรฟัน
ใบ : แก้ริดสีดวงทวาร แก้ไข้
ต้นไม้ : บำรุงเลือด
เปลือก : แก้เสมหะและห้อ รักษาเลือดออกทางทวารหนักทั้ง 9
เถา : รสฝาด แก้เสมหะและเลือด แก้ไข้
ดอกไม้: รักษาเลือดในกองจมูก
สรรพคุณ : เป็นยาขับปัสสาวะ ทำให้เลือดบริสุทธิ์ บำรุงเลือด
หนาม : แก้ลูกประคำร้อย แก้ฝีต่างๆ ลดไข้ ลดความร้อน แก้ไข้ดำ
แกนกลาง : ฝน น้ำดื่ม ไข้

เด็กๆ ชอบหยิบของมาเล่นเป็นปืนลูกซองที่เรียกว่า E-Bo หรือ E-Pola ผู้ใหญ่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับในบ้าน ส่วนใหญ่จะคืบคลานไปตามรั้วบ้าน เพราะนอกจากจะมีเถาวัลย์ที่แข็งแรง ใบสวย ดอกมีกลิ่นหอมแรงแล้ว ยังมีหนามที่ใช้ทดแทนรั้วลวดหนามได้อีกด้วย

.
ที่มาข้อมูล