in

ความหมาย ภาวะพร่องออกซิเจนในเลือด (Hypoxemia)

ความหมาย ภาวะพร่องออกซิเจนในเลือด (Hypoxemia)

ภาวะขาดออกซิเจนหรือขาดออกซิเจน เป็นภาวะที่ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำจนร่างกายไม่สามารถทำงานได้ และผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจถึงแก่ชีวิตได้

ภาวะขาดออกซิเจนในเลือดยังคล้ายกับภาวะขาดออกซิเจนหรือการขาดออกซิเจนของเนื้อเยื่อซึ่งผู้ป่วยมีเลือดในเนื้อเยื่อน้อยลง บางครั้งผู้ป่วยอาจพบอาการทั้งสองนี้พร้อมกัน ดังนั้นแพทย์จะเลือกการรักษาตามสาเหตุและอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก

เอเชีย,ผู้ใหญ่,ผู้หญิง,มี,หัวใจ,โจมตี,ปัญหา,ความรู้สึก,อึดอัด,สุดขั้ว

อาการของภาวะขาดออกซิเจน

ผู้ที่มีภาวะขาดออกซิเจนในเลือดมักจะมีอาการหายใจลำบากหรือหายใจมีเสียงหวีด ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว ไอ รู้สึกสับสนหรือมึนงง เล็บ ริมฝีปาก หรือผิวสีม่วงเข้ม

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์หากมีอาการหายใจลำบากหลังจากออกแรงเพียงเล็กน้อยหรือขณะพัก หายใจถี่แย่ลงด้วยการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังมากหรือมีอาการหยุดหายใจขณะหลับเช่นตื่นกลางดึกเพราะหายใจถี่หรือหายใจไม่ออก

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการหายใจลำบากร่วมกับอาการไอ หัวใจเต้นเร็วหรือมีอาการเหล่านี้ขณะเดินทางไปยังที่สูง ควรนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นปอดทำงานผิดปกติและอาจเป็นสัญญาณของภาวะปอดบวมน้ำในระดับสูง (High Altitude Pulmonary Edema) ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สาเหตุของภาวะขาดออกซิเจน

โดยปกติเลือดจะนำออกซิเจนไปยังเซลล์ของอวัยวะในร่างกายเพื่อให้ทำงานได้ตามปกติ หากปริมาณออกซิเจนในเลือดน้อยกว่าปกติจะนำไปสู่ภาวะขาดออกซิเจน เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • อากาศที่หายใจเข้ามีออกซิเจนไม่เพียงพอ เช่น เมื่อต้องเดินทางขึ้นที่สูงหรือปีนเขา ทำให้ออกซิเจนลดลง เป็นต้น
  • การทำงานของปอดผิดปกติ เช่น ผู้ที่เป็นโรคปอดบวม หอบหืด ถุงลมโป่งพอง หรือปอดรั่ว (Pneumothorax)
  • อันเป็นผลมาจากภาวะหรือโรคอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการขนส่งออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือด เช่น ภาวะโลหิตจาง ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน หรือโรคหัวใจ เป็นต้น
  • อันเป็นผลมาจากการใช้ยา เช่น ยาหรือยาชา

การวินิจฉัยภาวะขาดออกซิเจน

ภาวะขาดออกซิเจนในเลือดได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ที่มีการตรวจร่างกายเพื่อฟังการทำงานของปอดและหัวใจ ตรวจริมฝีปาก เป็นนิ้วหรือผิวสีม่วงเข้มหรือไม่? นี่เป็นสัญญาณของระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ พร้อมทั้งตรวจดูการทำงานของอวัยวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

แพทย์ของคุณอาจวัดระดับออกซิเจนในเลือดด้วยวิธีอื่นเพื่อยืนยันการวินิจฉัย เช่น การวัดออกซิเจนในเลือดด้วยการหนีบอุปกรณ์พิเศษไว้ที่ปลายนิ้วของคุณ การทดสอบก๊าซในเลือดแดง: ตัวอย่างเลือดถูกนำมาจากหลอดเลือดแดงเพื่อวัดระดับออกซิเจนในเลือด หรือการหายใจเข้าไปในอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือเครื่องวิเคราะห์ เป็นต้น

การรักษาภาวะขาดออกซิเจน

การรักษาภาวะขาดออกซิเจนในเลือดมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มระดับออกซิเจนในเลือดของผู้ป่วยให้เป็นปกติ และรักษาตามสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเป็นหลัก ในกรณีที่สงสัยว่าเจ็บป่วยจากความผิดปกติของปอด แพทย์ของคุณอาจรักษาสภาพหรือโรคที่ทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนในเลือดโดยใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อนำยาเข้าปอดโดยตรง

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง แพทย์อาจใช้ออกซิเจนบำบัด โดยที่ผู้ป่วยจะได้รับออกซิเจนผ่านท่อขนาดเล็กหรือหน้ากากช่วยหายใจ ปริมาณและตำแหน่งของปริมาณออกซิเจนเสริมจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ภาวะแทรกซ้อนของภาวะขาดออกซิเจน

ภาวะขาดออกซิเจนในเลือดส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเนื่องจากไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการตัวเขียวทำให้ผิวหนังของผู้ป่วยเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มหรือสีม่วง โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปาก มือ เล็บมือ หรือเท้า มีเหงื่อออกมาก ผิวปาก

นอกจากนี้ เนื้อเยื่อขาดออกซิเจน (ขาดออกซิเจน) อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการที่ร่างกายไม่สามารถขนส่งออกซิเจนไปยังอวัยวะได้อย่างเพียงพอ หากผู้ป่วยมีอาการเป็นเวลานานอาจถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องจากหัวใจและสมองมีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ

การป้องกันภาวะขาดออกซิเจน

ความเสี่ยงของภาวะขาดออกซิเจนในเลือดสามารถลดลงได้ด้วยการหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนต่ำ เช่น ยอดเขา โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคหอบหืดหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะนี้ หากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ให้ทานยาตามที่แพทย์แนะนำเพื่อป้องกันอาการ

คุณควรดูแลสุขภาพด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ เลิกบุหรี่ ฝึกหายใจเข้าลึกๆ ให้ถูกวิธี และออกกำลังกายด้วยกิจกรรมที่เข้มข้นน้อยลง เช่น การเดินหรือเล่นโยคะ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนในเลือดและลดความเสี่ยงของภาวะขาดออกซิเจน

.
ที่มาข้อมูล