in

ความหมาย ภาวะกล้ามเนื้อพร่อง (Sarcopenia)

ความหมาย ภาวะกล้ามเนื้อพร่อง (Sarcopenia)

Sarcopenia หรือกล้ามเนื้อเสื่อม เป็นภาวะที่จะส่งผลให้ผู้ป่วยสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงและการทำงานของกล้ามเนื้อเมื่อเราอายุมากขึ้น มีความอ่อนแอ ไม่สามารถออกกำลังกายหรือออกแรงได้และอาจมีอาการอื่น ๆ ได้

Sarcopenia พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมหรือการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย เมื่อเริ่มมีอาการของ sarcopenia ผู้ป่วยจะล้มหรือแตกหักบ่อยขึ้น การรักษาแต่เนิ่นๆ อาจช่วยชะลอหรือป้องกันอาการร้ายแรงได้

เอเชีย, แก่, หญิง, เดิน, ใน, สวนสาธารณะ, และมี, เข่า, ปวด,

อาการของซาร์โคพีเนีย

Sarcopenia ส่งผลให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และอาจทำให้เคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น

  • อ่อนเพลียเมื่อยล้า
  • ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง
  • เดินลำบากล้มง่าย
  • มีปัญหาในการทรงตัว
  • บางคนอาจลดน้ำหนักได้.

เนื่องจาก sarcopenia มักมีอาการไม่ชัดเจน หากคุณหรือผู้สูงอายุพบว่าตัวเองมีอาการคล้าย sarcopenia คุณควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม

สาเหตุของ Sarcopenia

Sarcopenia พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปและเชื่อมโยงกับปัจจัยหลายประการ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการออกกำลังกายของผู้สูงอายุที่ลดลง แต่บางกรณีอาจพบในผู้สูงอายุที่ทำกิจกรรมเป็นประจำเช่นกัน

จากการศึกษามักพบว่าปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าวคือเซลล์ประสาทที่ส่งสัญญาณออกจากสมองเพื่อทำให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวน้อยลง ระดับฮอร์โมนบางชนิดต่ำ เช่น เทสโทสเตอโรน (Testosterone Hormone) โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) หรือสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตที่มีโครงสร้างคล้ายอินซูลิน เป็นต้น

Sarcopenia อาจเกิดจากปริมาณโปรตีนที่ร่างกายแปลงเป็นพลังงานลดลง ร่างกายของผู้ป่วยไม่ได้รับพลังงานและโปรตีนเพียงพอที่จะรักษามวลกล้ามเนื้อ ประกอบกับร่างกายของผู้สูงอายุไม่สามารถสร้างกล้ามเนื้อใหม่ทดแทนกล้ามเนื้อที่สูญเสียไปได้ หรืออาจเป็นผลมาจากไขมันแทรกซึมหรือความเครียดที่รุนแรง

การวินิจฉัยโรคซาร์โคพีเนีย

ขณะนี้ยังไม่มีวิธีเฉพาะในการวินิจฉัย sarcopenia แต่แพทย์จะเน้นที่การตรวจหาอาการที่พบบ่อยที่สุดในผู้ที่เป็นโรค sarcopenia ตรวจสอบระดับมวลกล้ามเนื้อและประสิทธิภาพของมวลกล้ามเนื้อที่อาจลดลง และอาจทดสอบการเคลื่อนไหวของร่างกายผู้ป่วย ปัญหาการเคลื่อนไหวอาจเป็นข้อบ่งชี้ที่สำคัญสำหรับผู้ที่มีอาการซาร์โคพีเนียรุนแรง

การรักษาซาร์โคพีเนีย

ปัจจุบัน Sarcopenia ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยา และจากการศึกษาพบว่ามีการรักษาและอาการของ sarcopenia ที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยดังนี้

ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายจะเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เพิ่มกิจกรรมของฮอร์โมนการเจริญเติบโต ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก เส้นประสาท สร้างมวลกล้ามเนื้อและควบคุมอาการของ sarcopenia เพิ่มความต้านทานของร่างกายและความยืดหยุ่น

ผู้ป่วยสามารถออกกำลังกายได้หลากหลาย เช่น เดิน ปั่นจักรยาน วิ่งจ๊อกกิ้ง แอโรบิก หรือออกกำลังกายที่ต้องใช้เวลาฝึกนานขึ้น และที่สำคัญการออกกำลังกายควรทำด้วยความระมัดระวัง เพราะการออกกำลังกายสามารถเพิ่มความเสี่ยงของการบาดเจ็บได้

นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีสารอาหารเพียงพอควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย และหากมีข้อสงสัยประการใดควรปรึกษาแพทย์ นักกายภาพบำบัดหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย เพื่อช่วยปรับรูปแบบการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับผู้ป่วย

อาหารและอาหารเสริม

ผู้ที่เป็นโรคซาร์โคพีเนียอาจเพิ่มปริมาณสารอาหารที่ลดความเสี่ยงของการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ เช่น

  • โปรตีน เช่น เนื้อ ปลา ไข่ หรือถั่วเหลือง จะช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ โปรตีนยังมีกรดอะมิโนซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างกล้ามเนื้อ
  • ไขมันโอเมก้า 3 จะเพิ่มการผลิตและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยสามารถรับประทานได้จากอาหารทะเลหรือในรูปแบบอาหารเสริม
  • วิตามินดีเป็นวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ และช่วยลดความเสี่ยงที่จะเสียสมดุล
  • Creatine เป็นสารอาหารที่พบในเนื้อสัตว์เป็นหลัก หรือจะทานเป็นอาหารเสริมก็ได้

นอกจากนี้ ขณะนี้กำลังมีการศึกษาทางคลินิกเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของการเสริมฮอร์โมนอื่น ๆ ที่ใช้ในการรักษา sarcopenia ก่อนรับประทานอาหารเสริมใดๆ ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ของตนเสมอเพื่อความปลอดภัย

ภาวะแทรกซ้อนของ Sarcopenia

ผู้ป่วยอาจไม่สามารถดูแลตัวเอง เดิน เคลื่อนไหวลำบาก และหลุดร่วงได้ง่าย จากการศึกษาพบว่าอาการของ sarcopenia สามารถส่งผลต่อร่างกายและชีวิตประจำวันของผู้ป่วยได้ จิตใจและสังคม

การป้องกัน sarcopenia

Sarcopenia อาจป้องกันได้ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงทุกวัน เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและส่วนต่างๆ ของร่างกาย แต่ไม่ควรออกกำลังกายอย่างแรง และควรทำควบคู่ไปกับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยเน้นโปรตีนเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อของร่างกาย

.
ที่มาข้อมูล