in

ความหมาย พฤติกรรมเกเรรุนแรง (Conduct Disorder)

ความหมาย พฤติกรรมเกเรรุนแรง (Conduct Disorder)

ความผิดปกติทางพฤติกรรมคือความผิดปกติทางพฤติกรรมและอารมณ์ในเด็กหรือวัยรุ่น เด็กป่วยหรือวัยรุ่นมักมีพฤติกรรมก้าวร้าว ทำลายข้าวของ นิสัยโกหก หรือมีปัญหาในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์

โดยปกติ พฤติกรรมที่กล่าวข้างต้นบางครั้งอาจเห็นได้ในเด็กที่กำลังโต ดังนั้นผู้ปกครองหรือคนรอบข้างส่วนใหญ่จึงอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ในความเป็นจริง มีความเป็นไปได้ที่เด็กอาจต้องทนทุกข์จากพฤติกรรมประพฤติมิชอบหากพฤติกรรมดังกล่าวติดต่อกันเป็นเวลานานและมีรุนแรงจนกระทบต่อคนรอบข้างหรือไลฟ์สไตล์ของเด็กและครอบครัว พ่อแม่หรือคนใกล้ชิดควรพาลูกไปพบแพทย์ เนื่องจากเด็กอาจมีพฤติกรรมรุนแรงตามมา

พฤติกรรมรุนแรง (Conduct Disorder)

อาการของพฤติกรรมผิดปกติ

อาการของพฤติกรรมผิดปกติอาจแตกต่างกันไปตามอายุและความรุนแรงของเด็ก กลุ่มพฤติกรรมที่พบบ่อยที่สุดคือ:

  • พฤติกรรมก้าวร้าว ข่มขู่หรือรังแกผู้อื่น ทำร้ายร่างกายผู้อื่น ทารุณสัตว์ หรือล่วงละเมิดทางเพศผู้อื่น
  • ทำลายสิ่งของ หรือตั้งใจลอบวางเพลิง
  • มักโกหก ขโมย ขโมยหรือของปลอม
  • การไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมตามวัย เช่น หนีโรงเรียน หนีออกจากบ้าน รังควานผู้อื่นที่มีพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสม ดื่มสุราหรือเสพยา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม อาการของพฤติกรรมผิดปกติส่วนใหญ่อาจพบได้ในเด็กปกติ แต่ถ้าพบพฤติกรรมดังกล่าวบ่อยจนผิดปกติ ผู้ปกครองอาจพาลูกไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาหรือตรวจร่างกายโดยเร็วที่สุด เพราะการรักษาความผิดปกติแต่เนิ่นๆ อาจช่วยได้ชะลอการลุกลามของโรคและลดความรุนแรงของพฤติกรรมที่เกิดขึ้น

สาเหตุของความผิดปกติด้านจรรยาบรรณ

ปัจจุบันการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของพฤติกรรมดื้อดึง แต่มีความเป็นไปได้ที่อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยบางอย่างเช่น

  • พันธุศาสตร์: เด็กที่มีประวัติครอบครัวป่วยทางจิตอาจมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมรุนแรงเช่นความผิดปกติทางอารมณ์ โรควิตกกังวล (โรควิตกกังวล) โรคทางจิตเวชจากการใช้สารเสพติด (Substance Use Disorder) หรือความผิดปกติทางบุคลิกภาพ (Personality Disorder) เป็นต้น
  • ความผิดปกติของสมอง พฤติกรรมดื้อดึงอย่างรุนแรงอาจเป็นผลมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรมในส่วนของสมองที่ควบคุมพฤติกรรม แรงกระตุ้น อารมณ์ หรือกระบวนการรับรู้และรับรู้ หรือถูกทำลายด้วยอาการบาดเจ็บที่สมอง
  • สิ่งแวดล้อมและสังคมที่อาจส่งผลให้เกิดพฤติกรรมเกเรรุนแรง เช่น การยกประวัติครอบครัวเหตุการณ์ทารุณกรรมเด็ก เหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ ประวัติครอบครัวเรื่องการใช้สารเสพติดที่ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมหรือคนใกล้ชิด ฯลฯ

นอกจากนี้พฤติกรรมเกเรที่มีความรุนแรงอาจพบได้บ่อยในเด็กผู้ชาย หรือเด็กที่มีปัจจัยเสี่ยงบางประการ เช่น เด็กที่เป็นโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD) เด็กที่มีพฤติกรรมการใช้สารเสพติด เด็กสมาธิสั้น หรือเด็กที่มีปัญหาในการเรียนรู้ เป็นต้น

ดำเนินการวินิจฉัยความผิดปกติ

หากผู้ป่วยมีอาการที่อาจเป็นสัญญาณของพฤติกรรมผิดปกติ แพทย์จะทำการวินิจฉัยเบื้องต้นโดยถามถึงประวัติของผู้ป่วยที่เป็นโรคพื้นเดิมและอาการทางจิตเวช หากมีความเป็นไปได้ที่ผู้ป่วยจะมีสาเหตุของความผิดปกติทางพฤติกรรมจากโรคทางกายอื่นๆ แพทย์อาจทำการตรวจร่างกายด้วยวิธีต่างๆ เช่น การตรวจเลือด เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computerized Tomography Scan: CT Scan) หรือ MRI (MRI Scan) นอกจากนี้ แพทย์อาจตรวจหาสภาวะหรือโรคอื่นๆ ที่มักเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมผิดปกติ เช่น ภาวะซึมเศร้าหรือโรคภัยไข้เจ็บADHDด้วย

หากไม่พบความผิดปกติทางร่างกาย แพทย์จะส่งต่อผู้ป่วยไปยังผู้เชี่ยวชาญ เช่น จิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น ซึ่งจะประเมินและวินิจฉัยอาการด้วยการพูดคุยกับผู้ป่วยและคนใกล้ชิด เช่น พ่อแม่หรือครู หรืออาจสังเกตพฤติกรรมของผู้ป่วยได้เช่นกัน

ดำเนินการรักษาความผิดปกติ

แพทย์จะเป็นผู้กำหนดวิธีการรักษาความผิดปกติทางพฤติกรรมที่เหมาะสมสำหรับเด็กแต่ละคนตามปัจจัยต่างๆ เช่น อายุของผู้ป่วย หรือความรุนแรงของอาการ โดยวิธีการที่แพทย์ใช้รักษาคือ

จิตบำบัด

แพทย์จะพูดคุยและให้คำปรึกษาเพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดและพฤติกรรมของผู้ป่วย แพทย์จะช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีควบคุมอารมณ์ การให้เหตุผลอย่างแน่วแน่และแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมกับปัญหาต่างๆ

การรักษาด้วยยา

แพทย์ของคุณอาจสั่งยาบางชนิดเพื่อรักษาอาการหรือโรคที่อาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมผิดปกติ เช่น ADHD หรือ ADHDภาวะซึมเศร้า ฯลฯ

แพทย์อาจพูดคุยกับพ่อแม่ของผู้ป่วยหรือสมาชิกในครอบครัวเพิ่มเติมเพื่อแนะนำการดูแลที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย หรือการสื่อสารเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวและผู้ป่วยมากขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนจากความผิดปกติทางพฤติกรรม

หากเด็กที่ประพฤติตัวผิดปกติไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดปัญหาในชีวิตประจำวันในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ความรุนแรงต่อตนเองหรือผู้อื่น การใช้สารเสพติด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผิดกฎหมาย และการฆ่าตัวตาย หรืออาจก่อให้เกิดความผิดปกติทางจิต เช่น ความผิดปกติของบุคลิกภาพต่อต้านสังคม ความผิดปกติทางอารมณ์หรือโรควิตกกังวล

การคุ้มครองพฤติกรรมผิดปกติ

เนื่องจากแพทย์ไม่ได้กำหนดสาเหตุของความผิดปกติทางพฤติกรรม การป้องกันจึงอาจทำได้ยาก แต่ผู้ปกครองอาจลดความเสี่ยงด้วยการควบคุมปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น สิ่งแวดล้อมและสังคมของเด็ก เช่น การสร้างบรรยากาศที่ดีในครอบครัว ดูแลลูกอย่างเหมาะสม หรือสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่และลูก ฯลฯ

.
ที่มาข้อมูล