in

ความหมาย พฤติกรรมการเคลื่อนไหวผิดปกติ (Catatonia)

ความหมาย พฤติกรรมการเคลื่อนไหวผิดปกติ (Catatonia)

Catatonia เป็นกลุ่มอาการผิดปกติทางพฤติกรรมและกล้ามเนื้อ สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับโรคจิตเภท โรคทางอารมณ์ โรคทางระบบประสาทและสมอง หรือผลจากปัจจัยอื่นๆ เช่น การใช้ยา การติดเชื้อ หรือการสัมผัสสารพิษรุนแรง เป็นต้น

Catatonia แบ่งออกเป็นหลายประเภทตามอาการต่างๆ บางคนอาจมีอาการไม่นิ่ง ไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าใดๆ หรือบางคนอาจตื่นผิดปกติ กระสับกระส่ายหรือกระสับกระส่าย

พฤติกรรมการเคลื่อนไหวผิดปกติ (Catatonia)

อาการคาตาโทเนีย

ผู้ป่วย catatonia แต่ละคนอาจมีอาการต่างกัน อาการอาจเกิดขึ้นและคงอยู่เพียงไม่กี่ชั่วโมง สัปดาห์ หรือปี อาการที่พบบ่อยที่สุดที่สามารถพบได้เช่น

  • อยู่ประจำ ไม่เคลื่อนไหว ไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าใดๆ
  • ไม่ตอบสนอง
  • ไม่เคลื่อนไหวร่างกายเนื่องจากกล้ามเนื้อกระตุก
  • ร่างกายอยู่ในท่าที่ไม่เป็นธรรมชาติ
  • กระสับกระส่ายหรือแสดงท่าทางซ้ำๆ โดยไม่มีเหตุผล
  • หน้าตาบูดบึ้ง
  • พูดหรือกระทำการเลียนแบบผู้อื่น

นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรค Catatonia บางรายอาจมีอาการอื่นๆ เช่น เพ้อ ไข้ กล้ามเนื้อกระตุก เหงื่อออก อาการทางร่างกายที่รุนแรงบางอย่าง อาจทำให้ระดับความดันโลหิต อัตราการหายใจ อุณหภูมิของร่างกาย หรืออัตราการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลง เป็นต้น อาการเหล่านี้ต้องไปพบแพทย์ทันทีเพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม ในบางกรณี ความรุนแรงของอาการอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

สาเหตุของ Catatonia

ไม่ทราบกลไกที่แน่นอนของ catatonia หรือจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ และโรคจิตเภท (โรคจิตเภท)

ในบางกรณี สาเหตุของ Catatonia อาจเกี่ยวข้องกับโรคหรือปัจจัยอื่น ๆ เช่น:

  • โรคหรือสภาวะที่ส่งผลต่อการเผาผลาญของร่างกาย (Metabolism) เช่น โรคไต เบาหวาน หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ เป็นต้น
  • โรคทางระบบประสาทและสมอง เช่น โรคไข้สมองอักเสบ (Encephalitis) จากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียในสมอง โรคพาร์กินสัน หรือโรคใดๆ ที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์ประสาท เป็นต้น
  • ความผิดปกติของสมองที่เกิดจากสารสื่อประสาทบางชนิดมากเกินไปหรือน้อยเกินไป เช่น โดปามีน หรือ กาบา
  • ผลข้างเคียงของยาจิตเวชบางชนิดหรือการหยุดยาบางชนิดอย่างกะทันหัน เช่น โคลซาปีน
  • ปัจจัยอื่นๆ เช่น การขาดวิตามินบี 12 อย่างรุนแรง การติดเชื้อ ประวัติสารพิษบางชนิด โรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ออทิสติก หรือเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง เป็นต้น

นอกจากนี้ความเสี่ยงของการพัฒนา catatonia อาจเพิ่มขึ้นตามอายุ และมีแนวโน้มหรือพบได้บ่อยในผู้หญิง ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hyponatremia) ผู้ที่ใช้ยาบางชนิด เช่น ไซโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin) หรือการใช้โคเคน

การวินิจฉัย Catatonia

ในการวินิจฉัยเบื้องต้นของ Catatonia แพทย์จะสังเกตพฤติกรรมพร้อมกับพูดคุยกับผู้ป่วย อาจจะมีวิธีการที่แก้ไขไม่ได้ ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละราย การทดสอบอื่นๆ จะใช้เพื่อแยกความแตกต่างของโรคที่อาจส่งผลให้เกิดอาการคล้ายคลึงกัน เช่น:

การตรวจเลือด

โรคหรือสภาวะบางอย่างอาจทำให้คนมีอาการคล้ายกับ Catatonia เช่น: ความไม่สมดุลของแร่ธาตุในร่างกาย (Electrolyte Imbalance) หรือเส้นเลือดอุดตันที่ปอด แพทย์จะตรวจเลือดเพื่อตรวจความสมดุลของแร่ธาตุในร่างกาย และกำหนดค่าเดดิเมอร์ (D–Dimer) เนื่องจากเป็นไปได้ว่าค่าเดดิเมอร์ที่สูงขึ้นอาจสัมพันธ์กับคาตาโทเนีย

การใช้การทดสอบการถ่ายภาพ

แพทย์อาจตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือการถ่ายภาพด้วยคลื่นสนามแม่เหล็ก (MRI) ของสมองของผู้ป่วย เพื่อค้นหาความผิดปกติของสมองบางอย่างเช่น cerebral edema หรือเนื้องอกในสมอง

การรักษาคาตาโทเนีย

แพทย์จะกำหนดวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายสำหรับโรคหรือสภาวะที่อาจก่อให้เกิด Catatonia ในขั้นต้น การบำบัดด้วยยามักจะใช้ก่อน ยาที่แพทย์ใช้รักษา ได้แก่

  • ยากล่อมประสาทในกลุ่มเบนโซไดอะซีพีน Benzodiazepine (Clonazepam) ลอร่า เซปาม Lorazepam หรือ midazolam เพื่อเพิ่มสารสื่อประสาทในสมองที่อาจเกี่ยวข้องกับ catatonia
  • ยาคลายกล้ามเนื้อ
  • ยาแก้ซึมเศร้าแบบไตรไซคลิก
  • ยาบาร์บิทูเรต (Barbiturate)
  • โบรโมคริปทีน (Bromocriptine)
  • คาร์บามาเซพีน (Carbamazepine)
  • ยาลิเธียม (ลิเธียมคาร์บอเนต)
  • ยาฮอร์โมนไทรอยด์
  • โซลปิเดม (Zolpidem)

นอกจากนี้ หากผู้ป่วยมีภาวะอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับ catatonia เช่น ภาวะขาดวิตามินบางอย่าง แพทย์ของคุณอาจแนะนำให้ผู้ป่วยได้รับการฉีดหรือเสริมวิตามินด้วย

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา หรือมีประวัติของ catatonia มาก่อน แพทย์ของคุณอาจรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น การบำบัดด้วยไฟฟ้า (Electroconvulsive Therapy : ECT) ที่ใช้เครื่องมือส่งกระแสไฟฟ้าไปยังผู้ป่วย สมอง. เพื่อปรับระดับสารสื่อประสาทในสมองที่อาจก่อให้เกิดอาการ

ภาวะแทรกซ้อนของ Catatonia

ผู้ป่วยที่เป็นโรค catatonia อาจมีภาวะแทรกซ้อนจากโรคหรือสภาวะต่างๆ ที่อาจเป็นต้นเหตุได้ และหากอาการยังคงอยู่เป็นเวลานานและไม่ได้รับการรักษาอาจส่งผลให้เกิดโรคหรือภาวะอื่นๆ เช่น

  • ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากผู้ป่วยบางรายที่มีอาการกระสับกระส่ายหรือตื่นตัวมากเกินไป อาจทำอันตรายต่อตนเองหรือคนรอบข้าง
  • ขาดสารอาหารเพราะผู้ป่วยอาจปฏิเสธที่จะกิน แพทย์อาจรักษาภาวะนี้ด้วยการให้สารอาหารทางหลอดเลือดแทน
  • ความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติจากสภาวะบางอย่าง เช่น ภาวะความดันโลหิตสูง (Hyperthermia) ความดันโลหิตสูง (Hypertension) หรือภาวะหัวใจเต้นเร็ว (อิศวร)
  • กลุ่มอาการของโรคมะเร็งทางระบบประสาท
  • ปอดเส้นเลือด

การป้องกัน Catatonia

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกัน catatonia เนื่องจากไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ในกรณีของผู้ป่วยที่มีอาการของ Catatonia ควรใช้ความระมัดระวังในการใช้ยารักษาโรคจิตบางชนิด เช่น ยารักษาโรคChlorpromazine (Chlorpromazine) เนื่องจากการใช้ยาดังกล่าว อาจทำให้อาการแย่ลง

.
ที่มาข้อมูล