in

คนอ้วนและคนท้อง… ต้องระวังโรคผิวหนัง

คนอ้วนและคนท้อง… ต้องระวังโรคผิวหนัง

คนอ้วนหรือคนน้ำหนักเกินและคนท้องใช่ว่าจะไม่มีปัญหาผิว

คนอ้วนเป็นโรคผิวหนัง
มีรายงานการศึกษาที่ทำใน 63 ประเทศทั่วโลก ผู้ชายมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์และผู้หญิงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์เป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน

สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า คนไทยอายุ 20-29 ปี เป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.9 เป็นร้อยละ 21.7 หรือประมาณ 7.5 เท่า ที่น่าเป็นห่วงเพราะคนอ้วนมีความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ความดัน. หลอดเลือดสมองและหัวใจตีบ


นอกจากโรคดังกล่าวแล้ว คนอ้วนยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคผิวหนังสูงอีกด้วย กล่าวคือ คนอ้วนอาจจะโรคสะเก็ดเงิน จะเห็นเป็นผื่นแดงนูนขึ้นและมีเกล็ดสีเงิน มักพบตามข้อศอก เข่า ตามไรผมหากน้ำหนักลดลง อาการของโรคสะเก็ดเงินมักจะดีขึ้น (ภาพที่ 1 โรคสะเก็ดเงิน)

ผื่นที่ผิวหนัง
(รูปที่ 2 ผื่นผิวหนังที่ท้ายทอย) ผื่นนี้สัมพันธ์กับโรคอ้วนและโรคภัยไข้เจ็บ เป็นเบาหวานได้อย่างชัดเจน เนื่องจากระดับอินซูลินในเลือดสูงไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้หนาขึ้น ดังนั้นจึงเห็นเป็นรอยดำหนาๆ ที่ต้นคอ รักแร้ ใต้ทรวงอก ภาวะนี้พบได้ในผู้ป่วยโรคอ้วนถึง 74% บางครั้งภาวะนี้อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งของอวัยวะภายใน ติ่งเป็นเรื่องปกติ ติ่งเนื้อที่คอ รักแร้ สัมพันธ์กับโรคเบาหวานและโรคอ้วน

ที่น่าสนใจคือโรคอ้วนยังทำให้เกิดก้อนไขมัน (lipomas) ที่ลำตัวและแขนขา ด้วยความเจ็บปวดที่ก้อนไขมันเหล่านี้เช่นกัน โรคนี้เรียกว่าโรคเดอร์คัม (adiposis dolorosa)

โรคติดเชื้อเพราะคนอ้วนมักจะมีอาการคัดจมูกได้ง่าย ส่งผลให้พบโรคเชื้อราโดยเฉพาะตามซอกซอก เช่น ขาหนีบ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าสังขาร มีลักษณะเป็นผื่นแดง เป็นสะเก็ด มักมีขอบนูน
การติดเชื้อยีสต์ เช่น ที่ขาหนีบและใต้กระดูกหน้าอก (รูปที่ 3 ผิวหนังติดเชื้อราใต้กระดูกหน้าอก) ผื่นแดง มักมีจุดเล็กๆ กระจายอยู่รอบๆ ผื่น และการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น ขาหนีบ รักแร้ จะเห็นเป็นผื่นแดง

คนอ้วนก็เจอสิวอักเสบเรื้อรังบริเวณรักแร้ (hidradenitis) โรคอ้วนยังคงเป็นปัญหาความงามที่สำคัญ ทำให้ใส่เสื้อผ้าหรือแต่งหน้าดูไม่สวย

นอกจากนี้ ความอ้วนยังส่งผลเสียต่อความสวยงามและบุคลิกภาพอื่นๆ เป็นสาเหตุให้ผิวหนังยืดตัวได้ พบมากในคนอ้วนมากหรือในวัยหนุ่มสาวที่โตเร็ว เห็นเป็นเส้นแตก ตอนแรกเป็นสีชมพู ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีขาว มักพบรอยแตกลายที่ท้อง หลัง สะโพก ต้นแขน ต้นขา

พบว่าคนอ้วนอาจมีขนดก พื้นหนา ขนคุด (keratosis pilaris) เห็นเป็นตุ่มเล็กๆ ที่ต้นแขน ต้นขา ทำให้ผิวดูไม่เรียบ คนอ้วนยังได้กลิ่นตัวได้ง่าย

ส่วนเงื่อนไขเปลือกส้ม (เซลลูไลท์) ที่พบเป็นก้อนไขมันเป็นก้อนบริเวณต้นขา ท้อง และสะโพก พบว่าหากควบคุมอาหารและควบคุมความอ้วนไม่เพิ่มขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้ง อาหารที่มีไขมัน ของหวาน อาหารรสเค็ม กาแฟ แอลกอฮอล์ และควรกินผักและผลไม้ให้มากขึ้น ร่วมกับการออกกำลังกายเป็นประจำจะทำให้สภาพผิวเปลือกส้มดีขึ้น

สตรีมีครรภ์เป็นโรคผิวหนัง
ส่วนปัญหาผิวในสตรีมีครรภ์ บางอย่างก็คล้ายกับปัญหาที่พบในคนอ้วน แต่บางอย่างก็มีลักษณะเฉพาะ

ปัญหาผิวที่พบบ่อยที่สุดของสตรีมีครรภ์คือ ผิวมักมีสีเข้มขึ้น ผิวคล้ำมักพบบริเวณหัวนม รักแร้ กึ่งกลาง และอวัยวะเพศ

ผู้ที่มีกระและไฝแล้ว พบว่าฝ้าและไฝมีสีเข้มขึ้น ไฝสีแดงอาจมองเห็นเป็นจุดสีแดงตรงกลางและแตกแขนงออกเหมือนแมงมุม (ภาพที่ 4 ไฝเหมือนแมงมุมสีแดงในหญิงตั้งครรภ์)

อาจพบอาการฝ่ามือแดง เหงือกบวมแดง ติ่งเนื้อ เช่น บริเวณคอ รักแร้ เล็บผิดปกติ ได้แก่ ร่องแนวนอน เล็บเปราะ ร่อนเปิด และพบว่าสตรีมีครรภ์เป็นผื่นได้ง่าย

นอกจากนี้ปัญหาความสวยความงามที่คุณแม่มือใหม่กลัวมากคือหน้าฝ้า ทั่วไปถึง 50-75% ท้องลายที่มักพบในช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์ พบรอยแตกลายบริเวณหน้าท้อง หน้าอก และต้นขา (ภาพที่ 5 รอยแตกลายในสตรีมีครรภ์) และกลิ่นตัว

บางคนระหว่างตั้งครรภ์จะมีขนบนใบหน้า บริเวณเหนือริมฝีปาก คาง แก้ม แขน ขา และหลัง คุณแม่มือใหม่หลายๆ คนยังคงมีผมร่วงอยู่บ้างหลังคลอด มักเกิดขึ้นประมาณ 4-20 สัปดาห์หลังคลอด อาการนี้ไม่ต้องรักษา ฉันจะเติบโตอีกครั้งใน 6-15 เดือน

.
ที่มาข้อมูล