in

คนบ้าวิ่ง (๓)

คนบ้าวิ่ง (๓)

“ขอให้สุขภาพแข็งแรง” เป็นคำทักทายที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ มีความหมายลึกซึ้งถึงสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีไปพร้อม ๆ กัน
มีหลายวิธีในการบรรลุเป้าหมายโดยรวมของการมีสุขภาพที่ดี แต่เป็นที่ยอมรับและใช้ได้จริงสำหรับคนทั่วไปที่ยังต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะในชีวิตประจำวันรวมถึงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เพราะนอกจากจะได้ผลโดยตรงแล้วยังมีร่างกายที่แข็งแรงอีกด้วย มีสุขภาพร่างกายที่ดี และยังมีผลทางอ้อมที่ช่วยบรรเทาความเครียดและความวิตกกังวล จึงมีสุขภาพจิตดี มีสมาธิและพร้อมที่จะทำงานต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ก็มีคำแนะนำสำหรับผู้ออกกำลังกายว่าเราควรทำอย่างไร จึงจะไม่เกินกำลังของท่าน

ก่อนอื่นคุณควรวัดชีพจรขณะออกกำลังกาย โดยการคลำที่ข้อมือด้านหัวแม่มือ จับชีพจรเป็นเวลา 30 วินาที นับจำนวนพัลส์แล้วคูณด้วย 2 สำหรับชีพจรต่อนาที หลักการออกกำลังกายที่ดีคือ ควรทำให้หัวใจเต้นเร็วในบริเวณใกล้เคียง ที่มีชีพจรสูงสุด อัตราชีพจรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละกลุ่มอายุไม่เหมือนกัน และมีสูตรการคำนวณง่าย ๆ ดังนี้

ชีพจรสูงสุดสำหรับแต่ละวัย = (220-age) x 75/100
เช่น คนอายุ 40 ปี
นำสูตรมาคำนวณว่า = (220-40) x 75/100
= 135 ครั้งต่อนาที

การออกกำลังกายที่ดีสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี คือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยปล่อยให้หัวใจเต้นเร็วเกือบ 135 ครั้งต่อนาที ต่อเนื่อง 20-30 นาที อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะทำให้สุขภาพแข็งแรง ปอดและหัวใจแข็งแรง

หลังจากที่เราได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอมาสักระยะแล้ว เมื่อจับชีพจรของเราในขณะที่อยู่เฉยๆจะพบว่าหัวใจเต้นช้าลง บางท่านอาจเต้นช้ากว่าปกติ 60 ครั้งต่อนาทีแม้ หัวใจเต้นช้าดีขึ้น แสดงว่าหัวใจเต้นแต่ละจังหวะสามารถบีบเลือดได้มากขึ้นเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกาย หัวใจเต้นเร็วแสดงว่าร่างกายไม่แข็งแรง


ข้อดีของการออกกำลังกายสม่ำเสมอ

1 หัวใจ ปอด หลอดเลือด และระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น

2 กล้ามเนื้อ เอ็น กระดูก และข้อ มีความแข็งแรงและมีพลัง

3 ระบบขับถ่ายดี

4 บรรเทาความเครียดและความวิตกกังวล

5 ชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

6 เสริมภูมิต้านทานโรคบางชนิด เช่น หวัด ภูมิแพ้

ป้องกันและลดความรุนแรงของโรคบางชนิด เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน เป็นต้น

ทุกวันนี้ วงการแพทย์เวชศาสตร์การกีฬาตระหนักดีว่าการออกกำลังกายมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพสำหรับทุกเพศทุกวัย ควรเป็นกีฬาในกลุ่มแอโรบิก โดยไม่เน้นเรื่องการแข่งขัน เช่น ว่ายน้ำ จ็อกกิ้ง (รวมถึงวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า) ปั่นจักรยาน (รวมถึงจักรยานอยู่กับที่) การพายเรือ แอโรบิก และการเดินเร็ว เป็นต้น

กีฬายอดนิยม เช่น กอล์ฟ แบดมินตัน เทนนิส ยกน้ำหนัก และโบว์ลิ่ง ไม่ถือเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก เพราะในระหว่างการเล่นจะมีการหยุดชั่วคราวเป็นระยะ ไม่ได้ทำต่อเนื่องตลอดเวลา

การออกกำลังกายแบบแอโรบิกหมายถึงการออกกำลังกายที่ช่วยกระตุ้นอวัยวะ ร่างกายใช้ออกซิเจนเป็นจำนวนมาก อย่างต่อเนื่องในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลให้อวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ปอด หลอดเลือด และกล้ามเนื้อมีการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
การออกกำลังกายที่ได้รับการวิจัย ” ดี” เป็นประโยชน์อย่างมากต่อหัวใจและปอดคือการออกกำลังกายแบบแอโรบิก (ไม่ใช่การเต้นแอโรบิก) การออกกำลังกายมี 3 แบบ คือ วิ่งจ๊อกกิ้ง วิ่งช้าๆ หรือเดินเร็ว หรือปั่นจักรยานออกกำลังกายในสถานที่และว่ายน้ำ

โดยส่วนตัวแล้วฉันสามารถพูดจากประสบการณ์ได้ว่า ในคนที่ต้องการออกกำลังกายและคาดหวังผลลัพธ์ที่ได้สัดส่วนร่างกายโดยเฉพาะการลดไขมันส่วนเกินในพื้นที่แนะนำให้วิ่งจ็อกกิ้ง เพราะสะดวกที่สุด การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิค แต่หลังจากว่ายน้ำแล้วจะรู้สึกหิวและกินมากกว่าปกติ เพราะเวลาว่ายน้ำจะต้องกลืนน้ำคลอรีน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดไปกระตุ้นร่างกายให้รู้สึกอยากกิน

แพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุขอื่นๆ หากอยากเขียนถึงประสบการณ์จริง! เพื่อดูแลผู้ป่วยสามารถส่งไปแลกเปลี่ยนได้

.
ที่มาข้อมูล