in

ขิง ยาอายุวัฒนะที่ไม่ควรมองข้าม


ขิงในมุมมองของแพทย์แผนจีน เป็นทั้งสมุนไพรที่มักใช้และเครื่องปรุงรสอาหารทั้งตัวที่ต้องเก็บไว้ในบ้าน
ขงจื๊อ นักปราชญ์ชาวจีนสมัยชุนชิว (ค.ศ. 479-500) เสนอว่า “ไม่ควรละเลยขิงในทุกมื้อ” เขาเชื่อว่าผัก ขิงเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสามารถทำให้มีชีวิตชีวาขึ้น กำจัดของเสียในร่างกาย ขงจื๊อเป็นชายของมณฑลซานตงซึ่งปัจจุบันอยู่ในเมืองไหลอู๋ซานตุง มีโรงงานผลิตน้ำขิงซึ่งมีชื่อแสดงถึงความเชื่อของขงจื๊อที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น

ซูตงโป กวีราชวงศ์ซ่งเขียนบทกวี”ตงป๋อจือพูดถึงพระที่วัดเฉียนถังจิง เมืองหางโจว ที่มีอายุมากกว่า 80 ปี เต็มหน้า สุขภาพแข็งแรง ได้รับคำตอบจากท่านว่า ฉันเป็นขิงมานานกว่า 40 ปีแล้ว คุณจะไม่แก่” ซูตองโปเชื่อว่าขิงเป็นยาอายุวัฒนะที่ดี

มีความเชื่อจีนมากมายเกี่ยวกับขิง
เดือนที่สิบมีขิง นั่นคือโสมน้อยนั่น”
“ชาสักแก้ว ขิงสักแก้ว ขับลมและบำรุงกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี”
“ตื่นได้แล้ว ขิง 3 แก้วไม่แพ้ซุปโสม”
“ทุกวัน กินขิง 3 แก้ว อย่ากวนหมอให้สั่งยา”
ความเชื่อเหล่านี้ตกทอดมาในหมู่ประชาชน เป็นภูมิปัญญาที่ยึดถือเป็นหลักในการดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกันโรคและมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น

ชนิด รูปแบบของขิง และสรรพคุณ
1. ขิงสด สรรพคุณเผ็ดน้อย รสจัดจ้าน
คุณสมบัติ ขับเหงื่อ อุ่นจงเจียว (ท้อง) แก้อาเจียน
2. น้ำขิง สรรพคุณเผ็ดน้อย รสจัดจ้าน
คุณสมบัติ บรรเทาอาการอาเจียน ไอ ขับเสมหะ (เสมหะขาว)
3. ขิงแห้ง คุณสมบัติ ร้อน อุ่นจงเจียว กระจายความเย็น ใช้กรณีระบบม้าม-ท้อง-ขาด-เย็น
4. ขิงนึ่งไฟ สรรพคุณร้อนสามารถอุ่นเส้นเมอริเดียน หยุดเลือด เจาะหัวใจ เสริมหยาง
5. เปลือกขิง ฤทธิ์ร้อนเล็กน้อย ขับปัสสาวะ ลดบวม
6. ใบขิง คุณสมบัติร้อนเล็กน้อยช่วยย่อยและขับถ่ายน้ำทำให้เลือดไหลเวียนได้อย่างราบรื่น

คำเตือน
เพราะขิงมีรสเผ็ดร้อน คุณสมบัติ ผู้บกพร่องทางการได้ยินมีความร้อนอยู่ภายใน รวมทั้งโรคริดสีดวงทวาร เหงื่อออกมาก เหงื่อออกตอนกลางคืน ตาแดง เจ็บคอ หรือแสบร้อนมาก (ร้อนชิงช้า) ไม่เหมาะสำหรับขิง รวมทั้งฤดูแล้ง (ฤดูใบไม้ร่วง) ระวังการกินขิง เพราะขิงมักทำลายจิน

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
1. ผลกระทบต่อระบบย่อยอาหาร
– น้ำต้มขิงเข้มข้น 50% มีฤทธิ์ยับยั้งกรดในกระเพาะได้นานหลายชั่วโมง ต่อจากนั้นก็มีผลกระตุ้น
– เสริมสร้างการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กส่วนต้น กระตุ้นความอยากอาหาร
– กระตุ้นการหดตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้อย่างอ่อน ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ
– กระตุ้นการหดตัวของถุงน้ำดี ควบคุมการผลิตสารพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin, PG) ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดหนึ่ง ลดปริมาณเมือกและการเกาะตัวของเมือกในถุงน้ำดี
– ป้องกันและรักษาโรคตับอักเสบในหนูที่บาดเจ็บจากคาร์บอนเตตระคลอไรด์ซึ่งเป็นสารพิษ การให้สารสกัดจากขิงหรือขิงผสมน้ำผึ้งสามารถลดการอักเสบของตับได้
– บรรเทาอาการอาเจียนที่เกิดจากความผิดปกติของกระเพาะและลำไส้ที่เกิดจากความผิดปกติในอาหารหรือสารเคมีบางชนิด
2. ผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง
– สงบประสาท ทำให้หลับสบาย
– ระงับความเจ็บปวด ควบคุมสารปวด (prostaglandin E2) ซึ่งเป็นสารฮอร์โมนเฉพาะที่ ทำให้กล้ามเนื้อเรียบหดตัว ทำให้เกิดอาการปวดจากการขาดเลือด
– ลดไข้ กรณีใช้ปริมาณน้อยสามารถลดไข้ได้
– กระตุ้นระบบทางเดินหายใจ ทำให้หายใจสะดวก ไอ บรรเทาอาการเสมหะ
3. ผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
– เสริมการทำงานของหัวใจ ช่วยเพิ่มแรงกดของหัวใจ
– ต้านทานการเกาะตัวของเกล็ดเลือด การกินขิงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ
4. ผลกระทบต่อแบคทีเรียและปรสิต
– ฤทธิ์ต้านจุลชีพจากการทดลองน้ำที่ได้จากการแช่ขิงสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียก่อโรคของปรสิตต่างๆ
5. ฤทธิ์ต้านการอักเสบ
การทดลองในหนูที่ขาอักเสบ เมื่อฉีดขิงสกัด 140 มก./กก. น้ำหนักตัวเข้ากระเพาะอาหาร วัดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและดูอาการภายนอก พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
6. บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน
ได้รับการทดสอบในคนและสัตว์ พบว่าขิงมีคุณสมบัติคล้ายกับยาต้านอาการคลื่นไส้สมัยใหม่
7. ผลกระทบต่อด้านอื่นๆ ของร่างกาย
– สารจากน้ำขิงมีบทบาท ต้านมะเร็งได้ในระดับหนึ่ง (ประเทศเยอรมนี)
– ลดผลข้างเคียงของสารเคมีที่รักษามะเร็ง นักวิจัยชาวญี่ปุ่นแนะนำว่าควรรับประทานขิงร่วมกับยารักษาโรคมะเร็ง
– ป้องกันภาวะภูมิไวเกินที่เกิดจากการรับประทานยาหรืออาหารทะเล แล้วเกิดผื่น ลมพิษ หรือช็อก

การประยุกต์ใช้ทางคลินิก
1. บรรเทาอาการอาเจียนรุนแรง

ทาขิงสดที่จุดฝังเข็มนายควน (เหนือข้อมือชั้นใน 2 ชุน) ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง อาการจะดีขึ้น
2. บรรเทาอาการแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น
ต้มขิงสดโขลกให้ละเอียดด้วยน้ำ 300 มล. เป็นเวลา 30 นาที วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 2 วัน ในผู้ป่วยที่มีปัญหากระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นพบว่าปวดท้องน้อยหรือหายไป อาการแสบร้อนเวลาหิวดีขึ้นมาก ท้องผูกหรืออุจจาระสีดำ (บ่งชี้ว่ามีเลือดออก) ปกติ เบื่ออาหารดีขึ้น (พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่กลับเป็นซ้ำ ซึ่งอาจต้องรักษาต่อเนื่องหรือควบคุมปัจจัยอื่นๆ ร่วมกันจึงจะหายได้)
3. การรักษาโรคบิด
ใช้ขิงสด 75 กรัม โขลกน้ำตาลทรายแดงรวมกัน แบ่งเป็น 3 มื้อต่อสูตร
4. ป้องกันและรักษาอาการเมารถ เมาเรือ
– ใช้ขิงสดปิดที่จุดนายกวน (เหนือข้อมือด้านใน 2 ชุน) ใช้เหรียญขนาดพอเหมาะคลุมแล้วใช้พลาสเตอร์หรือยางรัดไว้
– ใช้ขิงสด 25 กรัม โขลกละเอียด คั้นเอาแต่น้ำดื่ม (ไม่ต้องกินน้ำ)
5. รักษาอาการปัสสาวะรดที่นอนในผู้ป่วยที่มีภาวะขาดยาง มีความหนาวเย็นในร่างกายเป็นเหตุ
ใช้ขิง 30 กรัม (ตำ), ยาสมุนไพรฟู่จือ 6 กรัม, ผู่กู่จื่อ 12 กรัม ผสมและฟอกในอ่างสะดือ คลุมด้วยผ้าก๊อซที่สะอาดและยึดด้วยปูนปลาสเตอร์
6. การรักษาลำไส้อุดตันจากพยาธิตัวกลม
ใช้ขิงสด 120 กรัม โขลกละเอียด น้ำขิงคั้น และน้ำผึ้ง 120 กรัม
กินครั้งเดียวหรือค่อยๆกินให้หมดภายในครึ่งชั่วโมง การทดลองในผู้ป่วย 64 รายพบว่าการอุดตันในลำไส้ลดลง 96.8 เปอร์เซ็นต์ และมีผลเป็นปรสิต 61.3 เปอร์เซ็นต์
7. เป็นหวัด มีไข้ มีไข้ต่อเนื่อง จากผลกระทบจากความหนาวเย็น เช่น โดนฝน โดนลมพัด ทำให้เย็น มีไข้ต่ำ
ขิงหั่นฝอย 30 กรัม ผสมกับน้ำตาลทรายแดง หรืออาจจะใส่หัวหอม 3-4 หัว (เพื่อช่วยกระจายลม) ดื่มขณะร้อนแล้วคลุมให้เหงื่อออก
8. การฟื้นฟูสมรรถภาพหลังคลอด
ยอดนิยมสำหรับผู้หญิงหลังคลอดทานไก่ทอดขิง โดยเฉพาะไก่ดำตัวผู้จะมีหยางมากกว่าไก่ตัวเมีย
ร่างกายของผู้หญิงหลังคลอดจะสูญเสียทั้งพลังงานหยางและเลือด มีน้ำตกค้างในร่างกายเป็นจำนวนมาก กินไก่ผัดขิงจะเสริมพลังหยาง ช่วยปรับปรุงการย่อยอาหารและการดูดซึมอาหาร มีการขับน้ำที่ตกค้าง เนื้อซี่โครงปลาดีกว่า ทำให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติเร็วขึ้น

สรรพคุณและสรรพคุณมากมายของขิง ทำให้ขิงเป็นหนึ่งในยาอายุวัฒนะที่ง่ายที่สุดในการค้นหา นอกจากนี้ยังพบว่ามีสารต้านมะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจหลักการพื้นฐานว่ามีข้อดีและข้อเสีย โดยการเลือกปรับให้เข้ากับสภาพร่างกายของแต่ละคนตามสภาพภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต้องคำนึงถึงผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินด้วย แสงอ่อนในร่างกายหรือผู้ที่ร้อนหรือแกว่ง ระวัง อาจทำให้โรครุนแรงขึ้นได้ หรือหนักกว่านั้น เช่น คนที่ได้ยินว่าท้องอืด ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้ก็เช่นเดียวกัน การรักษาขิงเป็นประเด็นหลัก ไม่ได้ช่วยให้อาการดีขึ้น มันทำให้มากขึ้น ต้องใช้ยาสมุนไพรบำรุงจิน ยาขับลมที่มีฤทธิ์เย็นเป็นส่วนใหญ่ เป็นต้น

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนเขากินขิงและทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แต่บางคนรู้สึกว่ามันไม่ได้ดีอย่างที่คิด อย่าเข้าใจผิดว่าไม่มีอะไรดีเลย แต่โดยรวมแล้ว ระบบย่อยอาหารของเรานั้นชอบความอบอุ่น ต้องการระบบย่อยอาหารที่ดี และระบบย่อยอาหารเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญมากสำหรับร่างกาย ขิงมีคุณค่าในการช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการย่อยอาหารและกลไกอื่นๆ ของร่างกาย ขิงจึงเป็นยาอายุวัฒนะที่ควรเรียนรู้และใช้ในชีวิตประจำวัน

Young Ginger – ขิงแก่กับสูตรยาจีนง่ายๆ
ขิงหนุ่ม :
คุณสมบัติหลักคือบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน
1. คลื่นไส้ อาเจียน อาเจียน น้ำลายมากเกินไป ไม่กระหายน้ำ
สูตรยาง่ายๆ ขิงสด 3 แก้ว บันเซียว 12 กรัม
2. คลื่นไส้ อาเจียน เรอ สะอึก
สูตรยาง่ายๆ ขิงสด 3 แก้ว เปลือกส้มเขียวหวาน 10 กรัม
3. คลื่นไส้ อาเจียน กลัวหวัด เบื่ออาหาร ระบบย่อยอาหารไม่ดี
สูตรยาง่ายๆ ขิง 5 แก้ว 10 พุทจีน
4.อาเจียนไม่หยุด เบื่ออาหาร ผู้ที่แพ้ท้อง
สูตรยาง่ายๆ: ขิงสด 5 แก้ว, น้ำผึ้ง 5 ช้อนโต๊ะ, โสม 10 กรัม
(ขนาดของขิงแต่ละแก้วประมาณ 2 เซนติเมตร หนา 1 เซนติเมตร)
ขิงแก่ : คุณสมบัติหลักคือการรักษาอาการน้ำลายไหลมากเกินไป อาเจียน มือและเท้าเย็น อาการไอ ปวดเอว (เย็นมาก) อาการท้องอืด
1. น้ำลายมาก อาเจียนเป็นน้ำใส ไอ
สูตรยาง่าย ๆ ขิงแห้ง 10 กรัม ชะเอม 3 กรัม บันเซีย 12 กรัม
๒๒. มือเท้าเย็น ไม่รู้สึกถึงชีพจร ช็อค โรคหัวใจ
สูตรยาง่าย ๆ : ขิงแห้ง 10 กรัม Fuzi 5 กรัม
3. ไอ หายใจถี่ มีเสมหะเหลวเป็นฟองขาวๆ จำนวนมาก
สูตรยาง่าย ๆ ขิงแห้ง 10 กรัม xixing 6 กรัม Wu Wei Zhi 10 กรัม
4. ท้องอืด ปวดท้อง ท้องแข็ง กลัวหวัด ปัสสาวะไม่ออก
สูตรยาง่าย ๆ : ขิงแห้ง 10 กรัม, ใบจู้ 10 กรัม, ฟู่หลิง 12 กรัม, ชะเอม 3 กรัม

.



ขอบคุณข้อมูลจาก doctor.or.th